อัมพวา เมืองแห่งตลาดน้ำยามค่ำคืน และวิถีแห่งชาวสวนผลไม้

 เมื่อกล่าวถึง อัมพวา เมืองแห่งตลาดน้ำยามค่ำคืน เราก็ฝันว่า เราจะขอนอนโฮมสเตย์ สักคืน ซึ่งจะทำให้ค่ำคืนของการค้างแรมของเราซึมซับความเป็นอยู่และเอกลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวแบบที่เรียกว่า เที่ยวให้ถึง แต่แล้วฝันก็สลาย ด้วยคณะเราเป็นคณะที่ใหญ่มาก รูปแบบจึงออกมาเป็นพักรีสอร์ทดีกว่า…รือนแม่ลำพู.…เรือนพักติดแม่น้ำแม่กลอง แถมมีบ้านพักเป็นหลังนอนได้ 4-5 คนในป่าต้นลำพู มีร้านอาหารที่ท่าน้ำ จิบเครื่องดื่มเย็นๆ รอเวลาล่องเรือ ก็ work ดี  จนเราลืมคำว่า homestay ไปเลย ล่องเรือผ่านไปในส่วนของโครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ มีที่พักน่าสนใจหลายแห่งเหมือนกัน…เอาไว้คราวหน้านะ <p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;">เราขอให้ทางรีสอร์ทจัดเรือมารับไปเที่ยวตลาดน้ำ เหมาลำ 900 บาท เป็นเรือหางยาว มีชูชีพให้ รับรองปลอดภัย แต่หากไปน้อยคนและต้องการล่องเรือชมหิ่งห้อยก็ติดต่อได้ที่เชิงสะพานเลียบนทีซึ่งเป็น highligh ของที่นี่ (ซึ่งถูกเราและหลานๆ แอบเรียกว่าสะพานคนแน่น 555) ราคาล่องเรือจะคิดคนละ 60 บาท (บางรีสอร์ทที่ติดอยู่คลองขนาดเล็ก…อาจใช้เรือแจวขนาดเล็ก ที่อาจจะโรแมนติกมากกว่าเรือหางยาว แต่คงไม่เหมาะกับการล่องแม่น้ำแม่กลองที่มีระยะไกล)</p> <p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"></p> <p class="MsoNormal" style="text-align: center;"></p>

  • บรรยากาศการล่องเรือยามเย็น...

  • ตลาดอัมพวาและร้านค้าในโครงการอัมชัยพวาพัฒนานุรักษ์

ลาดอัมพวา เปิดทุกวันศุกร์-วันอาทิตย์ เวลาตลาดทำการก็ประมาณบ่าย 3 โมงเป็นต้นไป เรื่อยๆ จนถึงเกือบ 4 ทุ่ม บางช่วงเปิดติดกันระยะยาวเช่นช่วงงานลิ้นจี่ ไปวันอื่นๆ โปรดตรวจสอบเวลาทำการของตลาดด้วย อิอิ

เรือจะจอดให้ช้อป&ชมบรรยากาศที่บริเวณตลาดน้ำอัมพวา ล่องเรือชมหิ่งห้อย และอาจแวะทานอาหารริมแม่น้ำตามที่ลูกค้าต้องการ ใช้เวลาโดยรวมประมาณ 3 ชั่วโมง มีโอกาสได้แวะทานอาหารที่านชาวเล บรรยากาศดีมั่กมาก...แต่ส่วนตัวคิดว่ารสชาติอาหารค่อนข้างหวานไม่คุ้นลิ้นคนอีสานเท่าใดนัก....(แซ่บถูกใจต้องที่ดอนหอยหลอด...ห่างออกไปประมาณ 25 กิโล...ฝากท้องไว้ที่ร้านคุณเป๋า ซาเตี๊ยะ+เบอร์เกอร์ปลาทู+ผัดปูผงกระหรี่)

  • ู้คนสิ่งที่ทำให้ตลาดอัมพวายังมีลมหายใจ....

  • งฝาก-ของกิน-ของที่ระลึกหลากหลายที่ตลาดอัมพวา สวรรค์ของนักช้อป-ชม-ชิม

เช้าวันรุ่งขึ้นหลายคนยังนอนก้นโด่งใต้ต้นลำพู...คนตื่นเช้าอย่างเราก็พากันไปชมบรรยากาศตอนเช้าที่ท่าน้ำเรือนแม่ลำพู ดูน้ำขึ้นน้ำลงได้ชัดเจน และกลับไปที่ตลาดอัมพวาอีกครั้ง เดินเล่นดูวิถีคนในชุมชนและนักท่องเที่ยว ซึ่งชุมชนอัมพวาได้รับรางวัลด้านการอนุรักษ์ชุมชนจาก UNESCO เมื่อปี 2008  บรรยากาศพระบิณฑบาตรในตอนเช้าด้วยเรือก็ดูดีจริงๆ (หลวงพ่อพายเรือเก่งจริงๆ...สิ้นเสียงนิมนต์ปั๊บ....วาดหัวเรือมาเล้ย...พายถอยหลังยังได้อีก...แน่มาก) หลังจากนั้นมานั่งกินกาแฟโบราณรูสึกว่าไม่มีชื่อร้าน แต่เป็นซอยที่ตรงไปสะพานเลียบนที เสียแต่ไม่มีปาท่องโก๋ ใครนึกอยากกินต้องไปซื้อมาทานเอง หากต้องการล่องเรือชมสวนเวลากลางวันก็เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจในการใช้ชีวิตที่อัมพวาอย่างยิ่ง

  • ยามเช้าหน้าเรือนแถวในโครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์

  • วิถีชีวิตคนริมน้ำ

นอกจากตลาดน้ำอัมพวาแล้ว วัดต่างๆ ก็เป็นที่น่าสนใจ เช่น วัดหลวงพ่อบ้านแหลม ค่ายบางกุ้งซึ่งมีจุดเด่นที่โบสถ์ปรกโพธิ์เป็นหนึ่งใน unseen Thailand รวมถึง อุทยานแห่งชาติ ร.2 ก็ยังมีเสน่ห์รอคอยให้นักท่องเที่ยวไปสัมผัส เสียดายที่เราไม่มีเวลาไปโบสถ์พระแม่บังเกิด...ที่มีสถาปัตยกรรมงดงามเหมาะสำหรับการวัดฝีมือการถ่ายภาพ และที่น่าเสียดายอีกทีคือ วัดบางแคน้อย ซึ่งไปทางเดียวกับค่ายบางกุ้ง ที่โบสถ์ทั้งหลังเป็นไม้สักแกะสลัก....ยังงี้ต้องไปอีกทีซะแล้ว...อัมพวา

  • ห้องแถวไม้ริมน้ำ...หลากหลายสไตล์ น่าสนใจดี

อัมพวาขึ้นเชื่อเรื่องผลไม้ ต้นเดือนเมษายนจะมีงานประจำปีที่เรียกว่า เทศกาลกินลิ้นจี่และของดีเมืองสมุทรสงคราม  ชาวบ้านจะนำลิ้นจี่มาจำหน่าย อัมพวาต้องันธุ์ค่อมลำเจียก...ถึงจะลูกเล็กแต่หวานหอม เนื้อแห้งไม่ชุ่มน้ำเหมือนพันธุ์ทางเหนือ...อันนี้ก็แล้วแต่ใครชอบ ของกินของฝากก็ work  เช่น ตุ๊กตาแมวเปเปอร์มาเช่ถูกใจเรามาก อมยิ้มและหมากฝรั่งก็ทำให้หวนคิดถึงวัยเด็ก โปสการ์ดที่มีภาพของอัมพวาเป็นเนื้อหาหลักจำหน่ายพร้อมแสตมป์และรับส่งด้วย เสื้ออัมพวาก็น่าจะติดไม้ติดมือมาเป็นที่ระลึกสักตัว

หากประสงค์จะมาดูหิ่งห้อยอย่างจริงจังแล้ว ควรมาในคืนเดือนมืดและไม่ควรเป็นฤดูที่ลมพัดแรงนะจ๊ะ