กระแสของการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ทำให้ฉันต้องเล่าความจริงที่เป็นเรื่องของเด็ก หน้าที่ของครูนอกจากจะรับผิดชอบต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้กลุ่มสาระต่าง ๆแล้ว ครูต้องรับผิดชอบต่อการอบรมสั่งสอนและการติดตามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น...จนสุดความสามารถ ครูทุกคนของโรงเรียนวิทยสัมพันธ์ จะรู้จักนักเรียนทุกคนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ จำนวนเกือบ ๓๐๐ คน รู้จักชื่อเล่น ชื่อจริง รู้จักพ่อแม่ตลอดไปจนถึงญาติพี่น้อง ปู่ย่าตายาย สำหรับครูประจำชั้นและครูที่รับผิดชอบระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จะต้องรู้จักนักเรียนอย่างถั่วถึงเป็นกรณีพิเศษ ทั้งในด้านการเรียน พฤติกรรม อาการเจ็บป่วย ความขาดแคลนและวิธีการแก้ไข นักเรียนแต่ละชั้นจำนวน ๒๕-๓๕ คน เมื่อถามว่า "ใครมีพ่อแม่ครบถ้วนบริบูรณ์ไม่หย่าร้างบ้าง" จะพบว่ามีคนยกมือสูงสุดห้องละ ๑๒ คนและต่ำสุด ๔ คน ในจำนวนนี้เมื่อถามต่อไปว่า "ใครอยู่กับพ่อแม่บ้าง" จำนวนการยกมือก็จะลดลง หรือไม่บางห้องก็จะไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ได้อยู่กับพ่อแม่ เพราะพ่อแม่แม้ว่าไม่หย่าร้างก็ตาม จะทอดทิ้งให้เด็กอยู่กับญาติ ผู้เฒ่า ผู้แก่ และไปทำงานที่เมืองใหญ่ นอกจากนั้นพ่อแม่หย่าร้าง แต่งงานมีครอบครัวใหม่กันคนละหลาย ๆครั้ง เช่นครอบครัวของแป๋ม มีพี่น้อง ๔ คน แต่ละคนมีนามสกุลต่างกันและอยู่ในโรงเรียนเดียวกัน พ่อเลี้ยงคนล่าสุดเสียชีวิตด้วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง แม่ไปทำงานเป็นกรรมกรก่อสร้าง นาน ๆกลับมาเยี่ยม แป๋มต้องอยู่ดูแลน้อง บางคนเล่าให้ครูฟังว่า.."ที่ลาโรงเรียนไปบ่อย ๆนั้น เพราะไปเยี่ยมแม่ที่เรือนจำ เพราะต้องคดีค้ายาเสพติด" บางคนบอกว่า.."คุณครูขาแม่ของหนูมีพ่อใหม่อีกแล้วค่ะ"บางคนบอกว่า "คุณครูขาชาวบ้านเขาเล่าว่าแม่ของหนูมีชู้ค่ะ"บางคนบอกว่า"คุณครูขาชาวบ้านเขาเล่าว่าพ่อของหนูไม่กลับมาแล้วเพราะมีภรรยาใหม่" มากเกินกว่าที่จะเล่าลงในบันทึกฉบับนี้ คุณยายท่านหนึ่งมีหลานชายอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ มาบอกกับคุณครูว่า"ฉันไม่รู้จะสอนให้หลานของฉันอ่านได้อย่างไร เพราะฉันเองอ่านหนังสือไม่ออก" แต่คุณครูประจำชั้นน่ารักมาก ให้การบ้านเด็กกลับไปสอนคุณยายเขียนสะกดชื่อ นามสกุล ให้ได้ วันหนึ่งเด็กกลับมาบอกครูว่า "คุณครูครับยายของผมมีปัญหาทางการเรียนรู้ครับ สอนเท่าไรก็ไม่จำ" เด็กทุกคนเป็นความหวังของครอบครัว ในการช่วยกันทำมาหากิน วันหยุดๆปรับจ้างถางป่า ขุดดิน ตัดไม้ โรงเรียนปิดไปรับจ้างแบกของ ก่อสร้าง ขนอิฐแบกปูน เพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช่จ่ายเพื่อความเป็นอยู่ ระยะหลังมีผู้ใจบุญใจกุศลส่งเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ไปช่วยเหลือ ..สามารถเรียกรอยยิ้มของเด็กได้บ้าง แทนการแบกโลกไว้ตั้งแต่วัยยังเด็กนัก ครั้งหนึ่งมีโอกาสพานักเรียน ไปเรียนรู้และรับรู้สังคมภายนอกจำนวน ๖ คน แต่ละคนมีปัญหาสุมดังนี้ ครอบครัวยากจนหาเช้าและไม่พอกินไปถึงค่ำ บ้านอยู่กระท่อมมุงแฝก/อยู่กับยายและยายเพิ่งเสียชีวิตไปไม่นาน พ่อหายสาปสูญ แม่มีครอบครัวใหม่/พ่อไปทำงานแล้วไม่กลับทอดทิ้งให้เธออยู่กับยายที่ร่างกายไม่แข็งแรงและยากจน/อยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงรังเกียจลูกติด/พ่อไปทำงานและถูกให้ออกจากงานไม่ติดต่อกลับมา เธออยู่กับญาติ ท่ามกลางสังคมของผู้ใหญ่ที่แปลกหน้าและเป็นเวทีแห่งแรกที่ได้ออกไปเปิดหู เปิดตา ทำให้ท่านผู้ใหญ่ที่ได้พบเห็นตั้งข้อสังเกตว่า "เด็กของครูคิมทำไมเงียบจัง ไม่ร่าเริงเบิกบานเหมือนเด็กโดยทั่วไป" แม้ว่าฉันได้เล่าที่มาของปัญหาและสาเหตของเด็กแต่ละคนให้ท่านทราบ..แต่ท่านก็ย้ำว่า "ไม่จริงนะ ต้องยิ้มได้สิ ต้องอยู่ตามสภาพธรรมชาติของวัยเด็กสิ ต้องอยู่กับปัจจุบันให้ได้ ต้องได้ ๆ ๆ ๆ ๆ " ฉันเข้าใจเสมอว่าท่านมีข้อเสนอแนะตามทฤษฏีและจิตวิทยาของเด็กตามที่ท่านร่ำเรียนมา ในการวัดพฤติกรรมเด็กของฉัน เพียงแค่มองเห็นด้วยสายตาในชั่วขณะ "ฉันรู้สึกเจ็บลึก ๆ เป็นบาดแผลทางใจมาจนทุกวันนี้" ตลอดเวลาฉันอยู่กับเด็กของฉันมานานหลายปีโดยทฤษฏีที่ไม่มีในตำรา และบอกใครไม่ได้
สวัสดีครับคุณครูพี่คิม
เฮ้อ...ได้รับรู้เรื่องอย่างนี้แล้วทั้งเศร้าระคนมีความหวังนะครับ :)
เศร้าเพราะได้รู้ว่าเด็กๆลูกหลานของเรายังขาดความรักอยู่มากและต้องต่อสู้กับอะไรๆหลายๆอย่าง รวมทั้งคำถามที่ตอบเองยังไม่ได้
แต่ที่เดย์เห็นเป็นความหวังก็คือ เด็กๆเหล่านี้นะครับ ถ้าเหลือรอดมาได้นะ จะเป็นผู้ใหญ่ที่เจ๋งมากๆแน่เลยครับ เพราะเค้ามีภูมิคุ้มกันที่ดีมากๆจากชีวิตจริง ได้ต่อสู้และผจญภัยมาซะขนาดที่ ถ้าเจิอะไรที่ร้ายแรง เค้าก็ไม่หวั่น เพราะเจ็บกว่านี้ก็เจอมาแล้ว :)
ฝากดูแลเด็กๆด้วยนะครับพี่คิม ดูท่าทางเด็กๆจะสู้น่าดู
บาดลึก เจ็บลึก แต่ขอให้เด็กเหล่านี้เป็นคนมาสมานแผลให้ครูนะครับ ให้เค้ากลับมาบอกเมื่อเติบใหญ่ว่า หนูสู้และรอดเป็นคนดีมาได้เพราะครู ^_^
การวินิจฉัย หรือ ตัดสิน ของใครคนหนึ่ง ที่ไม่ได้อินในสถานการณ์ หรือไม่ได้อยู่กับปัญหา อาจมองในมาตรฐานของตนเอง ก็เป็นแบบนั้นเองครับครูคิม ..
เมื่อครูรู้ปัญหา ผมคิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการเยียวยา พวกเขาได้ดีมากขึ้น การใส่ใจละเอียดอ่อน ใจเชื่อมใจ จะช่วยเด็กๆได้
มีครูแบบครูคิมถือว่าเป็นโชคดีของเด็กๆครับ
-----------------------
ผมเดินทางไปเก็บข้อมูลโรงเรียนประถมศึกษาตามโครงการที่ผมทำอยู่ ปัญหาร่วมก็คือ เด็กขาดความอบอุ่น อันเกิดจากครอบครัวแตกแยก ซึ่งมีผลอย่างมากกับการพัฒนาของตัวเด็กเอง ผมคิดว่าประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์เลยนะครับ ในชนบท เราเกิดปัญหาแบบนี้
หากเราไม่มียุทธศาสตร์ ดูแล เด็กๆที่ด้อยโอกาสทางสังคมเหล่านี้ ผมก็คิดว่าในที่สุดเขาก็จะถูกซ้ำเติมอีกมากจากสังคมปรนัย
พี่คิมเหมือนคนเก็บปลาดาว..เก็บได้วันละไม่กี่ตัวตามแรงที่มี โยนลงทะเลไป อย่างน้อยก็ได้ช่วยเต็มกำลังความสามารถ ผมคิดว่าสิ่งนี้หละครับ คือ "คุณค่า"ที่แท้จริงของคนเป็นครู และเป็นสถาปนิกสังคม
ขอบคุณและให้กำลังใจอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ของครูนะครับ
---------------------
ผมซื้อมือถือใหม่แทนเครื่องที่หายแล้วครับ...คนที่โทรมาคนแรก หลังจากไม่มีเบอร์ใครหลงเหลืออยู่คือ ครูคิม ครับ :)
สวัสดีค่ะคุณครูคิม
ตามมาส่งเสียงบอกว่าห้ามลืม digital divide และ gotoknow forumนะค่ะ
เด็กๆ เกิดความเหลื่อมล้ำทางความรู้เนื่องจากหลากหลายปัจจัย โดยเฉพาะปัจจัยทางครอบครัว
"ฉันไม่รู้จะสอนให้หลานของฉันอ่านได้อย่างไร เพราะฉันเองอ่านหนังสือไม่ออก" แต่คุณครูประจำชั้นน่ารักมาก ให้การบ้านเด็กกลับไปสอนคุณยายเขียนสะกดชื่อ นามสกุล ให้ได้ วันหนึ่งเด็กกลับมาบอกครูว่า "คุณครูครับยายของผมมีปัญหาทางการเรียนรู้ครับ สอนเท่าไรก็ไม่จำ" นี่เป็นทั้งปัญหาและวิธีแก้ไขความเหลื่อมล้ำทางความรู้
อย่ากลัวนะค่ะที่จะใช้คำนี้ ใส่เถอะค่ะ ถ้าไม่ใช่สี่จะแจ้งให้ทราบค่ะ ^__^
คุณครูคิมขา
มาฝากบันทึกค่ะ ความเหลื่อมล้ำทางความรู้ ประเด็นที่น่าสนใจเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะน้อง. adayday
สวัสดีครับครูคิม
ผมคิดว่าเด็ก ๆ จะต้องรับรู้ความจริง และยอมรับสิ่งเหล่านั้น
เพราะความจริงทำให้เด็กยิ้มได้ กล้าที่อยู่ในสังคมได้
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะน้องมหา เหรียญชัย เหรียญชัย มาวงษ์
สวัสดีค่ะน้องอรวรรณ
สวัสดีค่ะ ครูคิม
จะว่าไปเด็กๆก็ได้เจอโจทย์ชีวิตตั้งแต่เด็กๆ
เราเป็นครูก็สอนชีวิต โดยให้กำลังใจ ให้ความรักกับเด็กๆ
เด็กได้ฝึกการแก้ปัญหาชีวิตค่ะ
สวัสดีค่ะน้องเอกจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
การวินิจฉัย หรือ ตัดสิน ของใครคนหนึ่ง ที่ไม่ได้อินในสถานการณ์ หรือไม่ได้อยู่กับปัญหา อาจมองในมาตรฐานของตนเอง ก็เป็นแบบนั้นเองครับครูคิม ..
เมื่อครูรู้ปัญหา ผมคิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการเยียวยา พวกเขาได้ดีมากขึ้น การใส่ใจละเอียดอ่อน ใจเชื่อมใจ จะช่วยเด็กๆได้
สวัสดีค่ะน้องพิชชา
สวัสดีค่ะน้องสี่ซี่
พี่คิมขา
เขาเม้นกันย๊าวยาวค่ะ
พอลล่าไม่รู้จะเม้นไรดี
บอกว่าคิดถึงนะคะ อิอิ
ฝันดีค่ะ
สวัสดีค่ะน้องชายวัชรา ทองหยอด
สวัสดีค่ะน้อง berger0123
สวัสดีค่ะน้อง♥.paula ที่ปรึกษาตัวน้อย✿