การเจริญสติแบบการเคลื่อนไหว ทำได้ใจมีสุข

หลังจากผู้เขียนได้พบปะสนทนาธรรมกับพระอาจารย์สงคราม ธัมมวโร  สำนักปฏิบัติธรรมป่าช้าแกดำ อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม ก็ได้พยายามฝึกมาหลายวัน ทำให้จิตใจเย็นมากยิ่งขึ้น จะทำ จะพูดจะคิดเริ่มมีความรู้สึกตัวอยู่ตลอด หากเผลอยามใด ก็จะพยายามดึงความนึกคิดนั้นกลับมาที่กายและใจทันที การเดิน การยิน หรือการทำงานจะมีความหนักแน่น มั่นคงและนิ่งกว่าเดิม ความสุขทางใจเพิ่มมากขึ้น

หลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ ท่านได้กล่าวถึงเรื่องความรู้สึกตัวไว้ว่า... ความรู้สึกตัว หรือความระลึกได้นี้ ทำให้คนพ้ทุกข์ได้จริง ๆ เมื่อคนเราไม่มีทุกข์แล้วเป็นอะไรก็เป็นได้ทั้งนั้น

สิ่งอื่น ๆ นั้นแอบอิงสมมุติขึ้นให้มันเป็นไปตามหน้าที่ของมันสารพัดอย่าง หญิง ชาย ศาสนา พุทธศาสนา บาป บุญ นรก สวรรค์ ดี ชั่ว สมมุติทั้งนั้น คนผู้ไม่รู้ มีจิตใจต่ำ ก็เข้าไปยึดเอา ถือเอา ไม่รู้สึกตัว ไม่ระลึกได้เรียกว่าคนบ้า

แม้เป็นคนในเมือง มีการศึกษาสูง มีเกียรติ มียศ มีเงิน มีทองกองล้นฟ้า หากยังมีความทุกข์ งมงาย สับสน วุ่นวาย กาย วาจา ใจ ดิ้นรน ลืมตนปล่อยใจ นั่นไม่ใช่มนุษย์

พระพุทธเจ้าเกิดกลางป่า ตรัสรู้กลางป่า นิพพานกลางป่านี้ หมายถึงคนมีปัญญา ที่สามารถออกจากความทุกข์ คือออกจากความคิดที่สับสนวุ่นวาย ทั้งกายวาจา ใจ ป่าคือความทุกข์ เป็นเครื่องร้อยรัด เสียดแทง ยอกตำคนผู้มีจิตใจต่ำ

เพราะเขาไม่ทำความรู้สึกตัว ไม่ตื่นตัว ความทุกข์จึงจากไป ดึงไป ยอกไป ตำไป ขาดทุนชีวิต ชีวิตเป็นหมัน

ส่วนผู้ใด ทำความรู้สึกตัว ตื่นตัว ไม่ลืมตัว หยุดความคิดที่สับสน วุ่นวายทั้งกาย วาจา ใจ หยุดได้ไม่งมงาย นี้แหละเป็นเครื่องวัดของความเป็นมนุษย์ที่เลิศสุด..

... หากเรามีความรู้สึกตัวตลอดเวลา ทำให้รู้ตัว รู้ทัน กับความคิดที่จะนำเราไปสู่ความทุกข์.เราก็สามารถสลัดความทุกข์เหล่านั้นได้รวดเร็วขึ้น ความสุขทางใจก็จะหวลคืนกลับมาดั่งเดิม การฝึกบ่อย ๆ เท่านั้น จะทำให้เราสู้กับความทุกข์ดังกล่าวได้มากยิ่งขึ้น...