เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๐.๐๐-๑๕.๐๐ น. มีการประชุมที่ประชุมคณบดีและหัวหน้าสถาบันการศึกษาพยาบาลของรัฐ ที่คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ตามที่เราวางแผนไว้ว่าจะมีการประชุมสัญจรไปที่สถาบันต่างๆ และเรียนรู้เรื่องดีๆตามโครงการจัดการความรู้ภายในเครือข่าย (อ่านที่นี่)
ในการประชุมครั้งนี้ รศ.ดร.มรรยาท รุจิวิชชญ์ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และทีมงานได้นำเสนอ Best practice เรื่องของการพัฒนาคุณภาพโดยการเทียบเคียงสมรรถนะ (Benchmarking) กำหนดตัว indicators แล้วเทียบเคียงกันภายใน เช่น ระหว่างศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยและศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ มีตัวชี้วัดคือร้อยละของความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ และจำนวนผู้ใช้บริการ
ปีนี้วางแผนจะมีการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มวิชา ๕ กลุ่ม โดยมีตัวชี้วัดคือ จำนวนอาจารย์ที่ทำวิจัย จำนวนงานวิจัยที่ตีพิมพ์ ร้อยละของบัณฑิตที่สอบการขึ้นทะเบียนฯ ผ่าน และการขอตำแหน่งทางวิชาการ หากกลุ่มวิชาไหนทำเรื่องใดได้ดี จะให้เขียนแนวปฏิบัติออกมา แล้วถ่ายทอด แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่มวิชาผ่านการเสวนาวิชาการ แล้วให้มีการทำ improvement plan
หลังรับประทานอาหารกลางวัน มีเวลาอยู่ประมาณ ๑ ชม. เราได้ไปดูงานแบบเร็วๆ ที่ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งอยู่ใกล้กับ รร.ประถม (อยู่โซนโรงเรียนเพื่อความสะดวกในการกันรถ) ศูนย์นี้ผ่านการรับรองตามมาตรฐานของกรมอนามัย รับเด็กอายุตั้งแต่ ๖ เดือน-๓ ขวบครึ่ง จำนวน ๑๐๐ คน ประมาณ ๗๐% เป็นลูกของบุคลากรของ มธ.เอง (มหาวิทยาลัยออกค่าใช้จ่ายให้คนละ ๑,๐๐๐ บาท/เดือน เป็นสวัสดิการ)
ซ้าย สนามเด็กเล่นที่มีพื้นนุ่ม ขวา หน้าห้องเด็ก
ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย ดำเนินการโดยใช้คณะกรรมการ มีอาจารย์พยาบาลจากภาควิชาเด็กฯ เป็นหลัก ไม่มีกำไร มีการจัดอบรมพี่เลี้ยงเด็กก่อนเปิดศูนย์ พี่เลี้ยงใหม่ที่ทยอยมาทีหลัง จะต้องผ่านการสอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ มีการฝึกอบรมด้านสุขภาพและความรู้เกี่ยวกับการสอนเด็ก ทุกปีมี refreshing course เรื่องที่สำคัญ เช่น โรคติดเชื้อ
เราได้ข้อมูลจากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยว่าศูนย์เด็กเล็กที่นั่น รับเด็กจำนวนมากถึง ๓๐๐ คน มีผู้มาสมัครเยอะมากจนต้องมีการจับฉลาก
อีกศูนย์ที่เราได้ไปเยี่ยมคือศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันมีการเชื่อมกับการบริการของ รพ.ธรรมศาสตร์ ให้บริการเสริมบริการของ OPD เน้นการให้การปรึกษาและพัฒนาศักยภาพของผู้ป่วย สามารถ link กับเวชระเบียน ผู้ใช้บริการสามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้
จะมีคลินิกสมองเสื่อม, stroke, เบาหวาน, หัวใจ และมีแผนจะทำเรื่องกระดูก ข้อเสื่อม มีห้อง Biofeedback ห้องให้การปรึกษาเป็นรายคนและรายกลุ่ม ใช้ทำงานวิจัยของอาจารย์และนักศึกษาบัณฑิตศึกษาด้วย การให้บริการแก่ผู้สูงอายุ มีเป็นบางช่วง ถ้าเทียบกับศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยยังมีจำนวนผู้ใช้บริการน้อยกว่า
ได้เรียนรู้กันแบบแว๊บๆ ผู้บริหารหลายท่านรีบร้อนต้องเดินทางกลับต่างจังหวัด อีกหลายคนก็เป็นผู้แทนมาประชุม ดิฉันสังเกตบรรยากาศการประชุม ๒ ครั้งที่ผ่านมาหลังจากที่ทำแผนปี ๒๕๕๒ แล้ว การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้บริหาร ยังต้องใช้ความพยายามอีกมาก
วัลลา ตันตโยทัย
แวะมาอ่านและทักทายค่ะ
ขอบคุณค่ะ
มีความสุข สุขภาพแข็งแรง นะคะ