บันทึกนี้ขอนำทุกท่าน เที่ยวเวียงจันทน์(ต่อ) หลังจากไปสักการะพระเชษฐาธิราช และเที่ยววัดพระธาตุหลวงแล้ว
และจะได้นำท่านไปเที่ยวต่อ (มาชมประตูชัยค่ะ)


ประตูชัย
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเวียงจันทน์บนถนนล้านช้างไปสิ้นสุดที่บริเวณประตูชัย สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2512 เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้เสียสละชีวิตในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ ประตูชัยแห่งนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า รันเวย์แนวตั้ง เพราะการก่อสร้างประตูชัยแห่งนี้ ใช้ปูนที่อเมริกาซื้อเพื่อนำมาสร้างสนามบินใหม่ในนครเวียงจันทน์ในระหว่างสงครามอินโดจีน แต่ไม่ทันได้สร้างเพราะอเมริกาแพ้สงครามในอินโดจีนเสียก่อน
จึงนำปูนซีเมนต์มาสร้างประตูชัยแทน ลักษณะสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลของประตูชัยในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เจ้าอาณานิคมในสมัยนั้น แต่ลักษณะสถาปัตยกรรมก็ยังมีเอกลักษณ์ของลาวปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปศิลปะลาว ภาพเรื่องราวมหากาพย์รามายณะ แบบปูนปั้นใต้ซุ้มประตูโค้งของประตูชัย บันไดวันให้ขึ้นไปชมทิวทัศน์ของนครเวียงจันทน์ บนยอดของประตูชัยอีกด้วย ตลอดบันไดวนของประตูชัยจะแบ่งออกเป็นชั้นๆ ซึ่งแต่ละชั้นจะมีร้านจำหน่ายของที่ระลึก
เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นชมวิวทิวทัศน์ทุกวัน
สถานที่ตั้ง อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเวียงจันทน์
ค่าเข้าชม ผ่านประตูคนละ 2,000 กีบ
เปิดเวลาเปิดเข้าชม ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.
สำหรับอาหารเที่ยงวันนี้ เป็น แหนมเนือง และ เนื้อย่าง ค่ะ รสชาด คล้ายบ้านเรา คือ รสจัด


เป็นร้านที่ขึ้นชื่อ ตั้งอยู่ บริเวณ เซ็นเตอร์พ้อยท์
หลังจากที่รับประทานอาหารอื่มแล้วค่ะ พี่เจ้าถิ่น ได้นำเที่ยวไ ต่อ โดยพาไปช๊อบปิ้ง ที่ ตลาดจีน


ตลาดจีน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของนครเวียงจันทน์ ตลาดจีนมีลักษณะคล้ายกับห้างสรรพสินค้า ไชน่าทาวน์บ้านเรา จำหน่ายสินค้า ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้ามาจากประเทศจีน มีสินค้าให้นักท่องเที่ยวได้เลือกช็อปปิ้งอย่างจุใจในราคาย่อมเยา นักช๊อบด้วยกันต่างคนได้ของ ติดไม้ติดมือ ส่วนมากจะเป็นโทรศัพท์ มือถือ คนละเครื่อง (ต้นโพธิ์) ราคาไม่แพง แต่น้ำหนักใช้ได้


หอพระแก้ว
ตั้งอยู่บนถนน เชษฐาธิราช ติดกับทำเนียบประธานประเทศ แต่เดิมเป็นวัดหลวงประจำราชวงศ์ของลาว พระเชษฐาธิราชมีพระราชประสงค์ให้สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2108 เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่ได้อัญเชิญมาจากล้านนา เมื่อต้องเสด็จกลับมาครองราชบัลลังก์ล้านช้างหลังจากที่พระราชบิดาคือพระเจ้าโพธิสารสิ้นพระชนม์ลงในการทำศึกสงครามกับประเทศสยาม เมื่อปีพ.ศ.2322 นครเวียงจันทน์ถูกกองทัพสยามตีแตก กองทัพสยามได้อัญเชิญพระแก้วมรกต พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของนครเวียงจันทน์ไป พร้อมทั้งกวาดต้อนราชวงศ์ชาวลาวกลับไปยังกรุงเทพฯมากมาย
สำหรับหอพระแก้วที่นักท่องเที่ยวเห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นของที่ถูกบูรณะขึ้นใหม่เกือบทั้งหมด ในปีพ.ศ.2480-2483 ภายใต้การควบคุมดูแลการก่อสร้างของ เจ้าสุวรรณภูมา ผู้ที่จบการศึกษาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์จากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และต่อมายังได้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีหลังจากได้รับเอกราชอีกด้วย แม้หอพระแก้ปัจจุบันจะไม่ใช่วัดอีกต่อไป แต่นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังนครเวียงจันทน์ก้ยังเดินทางมาสักการะบูชากันเป็นจำนวนมาก สำหรับส่วนในของพิพิธภัณฑ์นั้น จัดแสดง พระแท่นบัลลังก์ปิดทองจารึกพระไตรปิฏก ภาษาขอมและกลองสำริดประจำราชวงศ์ลาว สำหรับประตูใหญ่ทั้งสองเป็นของเก่าที่หลงเหลือมาแต่เดิม บานประตูจำหลักเป็นรูปองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บริเวณโดยรอบของหอพระแก้วเงียบสงบ ร่มเย็นมีไหขนาดกลางจากทุ่งไหหิน ในเชียงขวางวางตั้งอยู่ 1 ใบ อาณาบริเวณรอบๆ วัดสีสะเกดและหอพระแก้วเคยถูกใช้เป็นศูนย์กลางของหน่วยงานปกครองของฝรั่งเศสสมัยอาณานิคมมาก่อน
สถานที่ตั้ง อยู่ใจกลางเมืองหลวงประเทศลาว
ค่าเข้าชม คนละ 5,000 กีบ
เปิดเวลาเข้าชม ตั้งแต่เวลา 08.00 – 12.00 น., 13.00 น. - 16.00 น.
หมายเหตุ ภายในหอพระแก้ว ห้ามการถ่ายรูปทุกชนิดครับ


วัดสีสะเกด
เป็นวัดประจำรัชกาลเจ้าอนุวงศ์ สร้างตามแบบอย่างของสถาปัตยกรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นเนื่องจากช่วงนั้นลาวตกเป็นเมืองขึ้นของไทย


( ธนาคารทหารไทยเวียงจันทน์) พี่สาวเพื่อนเป็นผู้จัดการแบ็งค์ ในไทย เลยนำภาพมาดูว่าเหมือนบ้านเราไหม)
จากนั้นช๊อบปื้งร้านปลอดภาษี ก่อนกลับประเทศไทย ด้วยวความอ่อนหล้ส หมด แรง
สิ่งที่พบคือ เกิดปัญหาบ้านเมืองไทย ทำให้รถยนต์จากฝั่งลาวไม่สามารถข้ามแดน สะพานมิตรภาพไทย-ลาวได้ (ปิดด่าน)
ได้


จึงพากันขึ้นรถตู้ที่จอดรอผู้โดยสารข้ามมาฝั่งไทย เมื่อมาถึงด่าน จะต้องหอบหิ้วของที่ซื้อมา เดินข้ามด่านพรมแดน ด้วยความลำบากค่ะ มีคนฝั่งลาว ถามว่า เมืองไทยกำลังวุ่นวาย จะกลับประเทศได้หรือเปล่า ฟังแล้วพึ่งได้ยินว่าจะได้ยินคำถามที่เมืองไทย รักความสงบจะได้ยิน แต่อย่างไร เมื่อกลับข้ามแดนมาถึงหนองคาย แล้ว ทีมทัวร์แบบครอบครัว พากันขับรถมุ่งหน้าไปค้างคืนที่จังหวัดนครพนม เพราะเป็นเป้าหมายต่อไปในการไปไหว้พระ พระธาตุพนมในโปรแกรมต่อไปค่ะ
ที่มาของข้อมูลบางส่วน ในการสนับสนุนบันทึกนี้http://www.oceansmile.com/Lao/HoPhakeaw.htm
เจริญพร โยมอาจารย์อนงค์
เที่ยวใกล้ๆประเทศเพื่อนบ้านก็พอเพียงแล้ว อาตมาอยากจะไป
หลวงพระบางสักครั้งมีเพื่อนสหธรรมิกอยู่ที่นั่น
เจริญพร
นมัสการเจ้าค่ะ
พระปลัด
ไปเที่ยวใกล้ๆเราก็ดีค่ะท่าน ไปชมธรรมชาติ เป็นการพักผ่อนไปด้วย
หลวงพระบาง ถ้ามีโอกาสอยากจะไปเช่นกันค่ะ
นมัสการค่ะพระคุณเจ้า
แวะมาเที่ยวค่ะ
มีความสุขในทุกๆวินาที นะคะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณที่มานำเที่ยวเวียงจันทน์
อยากไปเที่ยวครับ ยังไม่ได้ไปสักที
สวัสดีค่ะอ.
@..สายธาร..@
เวียงจันทน์ คล้ายทางอีสานในอดีต วิถีชีวิตที่เรียบง่าย
ไปสัมผัสหลายครั้ง แต่ติดใจ ก็ต้องไปอีกค่ะขอให้มีความสุขค่ะ
ขอบคุณมาก
สวัสดีค่ะท่าน
อัยการชาวเกาะ
เที่ยวเวียงจันทน์ ใกล้บ้านเราค่ะท่าน
สบาย สบาย
ด้านอาหารค่อนข้างแพง แต่ก็โอเค
ขอบคุณมากค่ะ
มีโอกาส ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งค่ะท่าน
ขอให้มีความสุขค่ะ
สบายดีค่ะครูพี่อนงค์
ไปเป็นเศรษฐินีที่เมืองลาว ใช้เงินไปกี่ล้าน กีบ ค่ะพี่ :)
ชอบวัดวาอาราม บ้านเมืองอันสงบ วิถีเงียบ งามค่ะ
เห็นภาพ อาหารแล้ว แซบหลายนะคะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ แวะมาเยือน และได้เที่ยวไปด้วย..
สวัสดีค่ะน้อง
poo
พี่ นงค์ สบายดีค่ะ
เงินกีบ ใช้เยอะมาก เวลา จ่ายบางครั้ง ก็ต้องคิดนาน แต่ก็สะดวกดีค่ะ
ช่วงที่พี่ๆไป ค่าเงิน 1 บาท = 240 กีบ :)
สวัสดีค่ะ
KRUPOM
ครูป้อม ใกล้เปิดเรียนแล้วสินะ
ที่ผ่านมาคงจะได้พักผ่อนบ้างนะ
ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณค่ะคุณ
นาย เอกราช แก้วเขียว
ที่มาแวะเที่ยว ด้วยกัน ที่ เวียงจันทน์
ขอบคุณมาก
ขอบคุณค่ะคุณ
hana
ด้วยความยินดีค่ะ