
การค้นคว้าหาวิธีการที่จะส่งภาพไปยังที่ต่าง ๆ ตามต้องการนั้น นักวิทยาศาสตร์ได้พยายามค้นคว้าหาวิธีการ ที่จะทำให้ได้ดังฝัน
โดยในปี ค.ศ.1817 (พ.ศ.2360)Jacob Berzebius ค้นพบธาตุซิลิเนียม (Selenium)

ต่อมานำไปประดิษฐ์เป็นโฟโตอีเล็กตริกเซล (Photo Electric Cell) ซึ่งสามารถเปลี่ยนพลังงานแสงให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ก่อให้เกิดหลักการเบื้องต้นของโทรทัศน์ขึ้น

ขณะเดียวกัน William Crook ได้ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าชนิดหนึ่ง เรียกว่า หลอดครุก (Crook Tube)
นับเป็นต้นกำเนิดของหลอดรังสีแคโธด (Cathode Ray Tube)

หรือหลอดภาพโทรทัศน์ (Picture Tube) ในปัจจุบัน
ค.ศ.1864 (พ.ศ.2407) James Clerk Maxvell ค้นพบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งต่อมานำมาใช้เป็น “คลื่นพาห์” (Carrier Wave)

เป็นพาหะนำคลื่นเสียงและภาพ จากเครื่องส่งไปยังเครื่องรับ

ค.ศ.1886 (พ.ศ.2429) Rudolph Heinrich Hertz นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน ผลิตเครื่องมือที่สามารถนำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามาใช้เป็นประโยชน์ ในการสื่อสาร เรียกว่า “คลื่นเฮิรตซ์” (Hertzian Waves) เป็นหน่วยของความถี่คลื่นวิทยุทั่วโลก จากเดิมที่เคยเรียกหน่วยของความถี่ (จำนวนความถี่ที่เคลื่อนที่ผ่านจุดหนึ่งจุดใดในเวลา 1 วินาที) ว่า “ไซเกิ้ล”(Cycle)

Paul Nipkow ชาวเยอรมัน ค้นพบวิธีทำให้ภาพเป็นเส้นทางบนจอได้ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดโทรทัศน์
ค.ศ.1923 (พ.ศ.2466) Dr.V.K. Zworgkin นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย ที่โอนสัญชาติเป็นอเมริกัน พัฒนาแนวคิดของ Nipkow โดยจดทะเบียนลิขสิทธิ์การค้นพบไอโคโนสโคฟ (Iconoscope) ทำให้ได้จอภาพที่สมบูรณ์ขึ้น
ค.ศ.1926 (พ.ศ.2469) John Logic Baid นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ

พัฒนาแนวคิดของ Nipkow ทำให้สามารถจับภาพเข้าเครื่องส่ง แล้วส่งมาออกจอภาพที่เครื่องรับโทรทัศน์ได้สำเร็จ บรรษัทกระจายเสียงแห่งประเทศอังกฤษ (British Broadcasting Corporation) นำสิ่งประดิษฐ์ของ Baid ไปทดลองออกอากาศ เมื่อวันที่ 30 กันยายน ค.ศ.1929 (พ.ศ.2472)
สถานีโทรทัศน์แห่งแรกของโลก คือ BBC แพร่ภาพเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ.1936 (พ.ศ.2479) จากพระราชวังอเล็กซานดร้า กรุงลอนดอน
ค.ศ.1937 (พ.ศ.2480) สหรัฐอเมริกาทดลองจัดตั้ง สถานีวิทยุโทรทัศน์เป็นเครือข่าย 17 สถานี
ค.ศ.1938 (พ.ศ.2481) ได้จัดตั้งบริษัทซีบีเอส สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งแรกในมลรัฐนิวยอร์ก
ค.ศ.1939 (พ.ศ.2482) บริษัทเอ็นบีซี ในประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มแพร่ภาพออกอากาศ
ค.ศ.1953 (พ.ศ.2496) ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ จัดตั้งสถานี
ค.ศ.1955 (พ.ศ.2498) ไทย เริ่มแพร่ภาพออกอากาศ
ค.ศ.1956 (พ.ศ.2499) ออสเตรเลีย เกาหลี โปรตุเกส จัดตั้งสถานี
ค.ศ.1957 (พ.ศ.2500) ฟินแลนด์ รูมาเนีย ฮ่องกง ซาอุดิอาระเบีย จัดตั้งสถานี
ค.ศ.1958 (พ.ศ.2501) จีน อิหร่าน ฮังการี จัดตั้งสถานี
ค.ศ.1959 (พ.ศ.2502) อินเดีย เลบานอน นิวซีแลนด์ จัดตั้งสถานี
ค.ศ.1960 (พ.ศ.2503) อียิปต์ ซีเรีย จัดตั้งสถานี
ค.ศ.1961 (พ.ศ.2504) กัมพูชา จัดตั้งสถานี
ค.ศ.1962 (พ.ศ.2505) ไต้หวัน จัดตั้งสถานี
ค.ศ.1963 (พ.ศ.2506) มาเลเซีย สิงคโปร์ จัดตั้งสถานี
ขอให้ทุกท่านโชคดี
สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะน้องชาย
ขอให้มีความสุขนานๆๆและตลอดไปนะคะ
สวัสดีครับพี่ครูอ้อย
แสดงว่าอายุยังไม่มากครับ...อิอิ...ขอให้มีความสุขเยอะ ๆ
โชคดีครับ
สวัสดีค่ะ นายช่างใหญ่
แวะมาเรียนรู้ค่ะ
สวัสดีครับคุณ berger0123
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม...บันทึกหน้าจะเป็นเส้นทางทีวีไทยติดตามอ่านได้ครับ
โชคดีครับ
เจอแล้ว เจอแล้ว
พี่นายช่างใหญ่ต้องรู้แน่ ๆ เลย
แฮคคืออะไรค่ะ
อ๋อ ลืมบอก
ที่เค้าบอกว่า โดนแฮกข้อมูลค่ะ
เค้าแฮกกันทำไมค่ะ
สวัสดีครับคุณกอก้าน
แฮกเกอร์
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แฮกเกอร์ (hacker) หรือ นักเจาะระบบข้อมูล ใช้หมายถึงผู้เชี่ยวชาญในสาขาคอมพิวเตอร์ บางครั้งยังใช้หมายถึงผู้เชี่ยวชาญในสาขาอื่นนอกจากคอมพิวเตอร์ด้วย โดยเฉพาะผู้ที่มีความรู้ในรายละเอียด หรือ ผู้ที่มีความเฉลียวในการแก้ปัญหาจากข้อจำกัด ความหมายที่ใช้ในบริบทของคอมพิวเตอร์นั้นได้เปลี่ยนแปลงไปจากความหมายดั้งเดิม โดยผู้ใช้คำในช่วงหลังนั้นได้ใช้ในความหมายที่กว้างออกไป รวมทั้งในบางครั้งยังใช้ในความหมายที่ขัดแย้งกัน
ในปัจจุบัน "แฮกเกอร์" นั้นใช้ใน 2 ความหมายหลัก ในทางที่ดี และ ไม่ค่อยดีนัก ความหมายที่เป็นที่นิยม และพบได้บ่อยในสื่อนั้น มักจะไม่ดี โดยจะหมายถึง อาชญากรคอมพิวเตอร์ ส่วนในทางที่ดีนั้น "แฮกเกอร์" ยังใช้ในลักษณะของคำติดปาก หมายถึง ความเป็นพวกพ้อง หรือ สมาชิกของกลุ่มคอมพิวเตอร์ นอกเหนือจากนี้ คำว่า "แฮกเกอร์" ยังใช้หมายถึงกลุ่มของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะโปรแกรมเมอร์ที่มีความสามารถในระดับผู้เชี่ยวชาญ ตัวอย่างเช่น "ลีนุส ทอร์วัลด์ส ผู้สร้างลินุกซ์ นั้นเป็นแฮกเกอร์อัจฉริยะ"
จากความหมายที่แตกต่างข้างต้น จะเห็นได้ถึงความขัดแย้งในการใช้คำ บางกลุ่มที่ใช้คำแฮกเกอร์นี้เพื่อเรียกกลุ่มของตน ก็ไม่ชอบที่คำนี้ถูกใช้ในความหมายที่ไม่ดี และแนะนำให้ใช้คำอื่น เช่น แบล็กแฮต หรือ แคร็กเกอร์ เพื่อเรียกอาชญากรคอมพิวเตอร์แทน ส่วนผู้ที่ใช้คำนี้ในความหมายที่ไม่ดี ซึ่งเป็นความหมายที่นิยมใช้กันนั้น ให้ความเห็นถึงความหมายในทางที่ดี นั้นนอกจากจะก่อให้เกิดความสับสนแล้ว ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นที่นิยมอีกด้วย
ส่วนความหมายกลางนั้น ได้สังเกตถึงจุดร่วมระหว่างความหมายในทางที่ดีและไม่ดี โดยพิจารณาการแฮกเป็นการใช้ความชำนาญ เพียงแต่อาจใช้เพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกันทั้งในทางดีและไม่ดี ตัวอย่างเช่น ช่างสะเดาะกุญแจ มีความชำนาญในการปลดกลอน (เปรียบเทียบการสะเดาะกุญแจกับการแฮก) ซึ่งความชำนาญนี้อาจถูกใช้ได้ทั้งในทางที่ดีและไม่ดี
การแฮกสามารถหมายถึงวิธีการศึกษาหาคำตอบให้กับปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยที่มีข้อจำกัดในเรื่องของข้อมูลหรือความรู้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาหรือความเข้าใจต่อปัญหาเหล่านั้นได้มากขึ้น[1] การได้ใช้คำว่าแฮกเกอร์จึงเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจ เพราะเปรียบได้กับเป็นผู้คิดค้นสิ่งใหม่ที่สามารถทำงานหรือแก้ปัญหาได้ดีขึ้นและง่ายขึ้น แต่ถ้าเป็นการแฮกที่ใช้ความรู้หรือความสามารถที่มีในทางที่ไม่ดี ก็จะเกิดความสับสนในการใช้คำว่าแฮก ดังนั้นคำว่าแครกเกอร์จึงถูกนำมาใช้เรียกคนที่มีความรู้ความเข้าใจต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งแต่ใช้ความรู้นั้นในทางที่ไม่ดีและขัดกับจริยธรรมของแฮกเกอร์
โชคดีครับ
รับความรู้ครับ :)
สวัสดีครับคุณกอก้าน
สังคมคอมพิวเตอร์ก็ไม่แตกต่างอะไรกับสังคมเมืองในปัจจุบัน ถ้าทุกคนมีคุณธรรม ประพฤติปฏิบัติดี บ้านเรือนก็ไม่ต้องมีรั้ว ไม่ต้องมีตำรวจ สภาพความเป็นอยู่ก็คงสันติสุขดี
เขียนโดย : รศ. ยืน ภู่วรวรรณ
สวัสดีค่ะ
สบายดีนะค่ะ
แวะมารับข้อมูลค่ะ
กำลังโหลดดูหนังเกี่ยวกับแฮกเกอร์พอดีค่ะ
สวัสดีครับครูเอ
พอดีคุณกอก้านเขาถามมา...มีข้อมูลอยู่เลยตอบให้ครับ
โชคดีครับ
แหม.....เสียดายไม่ได้พบกับนายช่างใหญ่ ถึงอย่างไรก็ต้องขอบพระคุณท่านที่ให้เกียรติระลึกนึกถึงแวะเยี่ยมเยี่ยน โอกาสหน้าคงได้พบกัน ขอให้ประสบความสำเร็จ โชคดีครับ
สวัสดีครับท่านผอ.
ผมก็เสียดายครับ โอกาสหน้าค่อยหาช่วงเวลาใหม่ครับ แต่งานคราวนี้ซึ้งน้ำใจชาวสุพรรณมากครับ ได้รับความอนุเคราะห์คณะอีแซวจากท่านผอ.โรงเรียนบางลี่วิทยา โดยมีท่านอาจารย์พิสูจน์ คุมวงมาด้วยตนเอง ชาว G2K ไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว มาเปิดงาน มหกรรมสื่อเรียนรู้สู้ภัยเศรษฐกิจ ที่ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ได้รับการปรบมือและกล่าวขาน แกมทึ่งกันหลายท่านครับผม
ขอบพระคุณครับ
สวัสดีครับป้าแดง
ดูดีทันสมัยครับ แต่อายุขนาดเราๆ ดูเครื่องใหญ่ที่บ้านดีกว่า..อิอิ..คุ้มกว่า
โชคดีครับผม
มาทักทาย ให้หายคิดถึงค่ะ
เห็นพี่บ่าวห่างหายไปนาน นานมากๆ
สวัสดีครับน้องปู
ยังอยู่เรียบร้อยดี ขอเวลาอีกนิด จะมาบันทึกเรื่องราวให้อ่านจ้า....วันที่ 18 19 20 มิย ไปเชียงใหม่ 23 24 25 26 มิย ไปชัยภูมิ ช่วงนี้ชีพจรลงเท้าเดินทางตลอด...
คิดถึงเสมอ
แวะมาส่งนอนค่ะ..หลับฝันดีนะคะนายช่างใหญ่
สวัสดีเจ้เขี้ยว
ขณะนี้มาอยู่ที่ภูเขียว อากาศดีมาก ๆ วันหลังค่อยขึ้นไปเที่ยวเชียงใหม่อีก อาหารอร่อย บรรยากาศดี มิน่าพวกเราถึงอยู่กันเยอะ ฮิฮิ
ขอบคุณครับ