มองเรื่องของการหลงๆลืมๆเป็นเรื่องขำๆ เหมือนเสียงเพลงเป็นการสร้างรอยยิ้มให้กับความจำที่ถดถอย...

     เสียงเพลงยามเช้าที่เคยได้ยินตั้งแต่ผู้เขียนยังสาวๆดังขึ้นพร้อมให้ความรู้สึกว่า เอ่อนะ  มันเป็นเรื่องจริง  ความว่า...บางสิ่งที่อยากจำเรากลับลืม  บางสิ่งที่อยากลืมเรากลับจำ  คนเรานี้คิดให้ดีก็น่าขำ  อยากจำกลับลืม  อยากลืมกลับจำ...

     แหม...จะไม่ให้ลืมได้ไง...ผู้เขียนอายุก็ปาเข้าไปเกือบครึ่งร้อยแล้ว  ความชรากำลังเข้ามาเยือนแต่หัวใจ ยังสู้อยู่และยังอยากสร้างสรรค์สิ่งงดงามให้กับสังคมอยู่เนืองๆ... สังเกตจากการอ่านทำไมเราไม่ค่อยจะจำเลยนะ...เมื่อก่อนอ่านหนังสือเที่ยวเดียวสนทนาได้เป็นวันๆ...จำได้เป็นเดือนๆ...ยังขุดคุ้ยมาคุยได้เป็นปีๆ...เดี๋ยวนี้อายุมากขึ้นอะไรอะไรก็เปลี่ยนไปตามสังขารและกาลเวลา....พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก  องค์ที่  19 ในหนังสือวิธีสร้างบุญบารมี กล่าวไว้ว่า....ทุกขัง คือ สภาพที่ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้...สรรพสิ่งทั้งหลายอันเป็นสังขารธรรม  เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่อาจที่จะทรงตัว  ตั้งมั่นทนทานอยู่ในสภาพนั้นๆได้ตลอดไป  แต่จะต้องเปลียนแปลง เพียงแต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น  เมื่อได้เกิดมาเป็นเด็ก  จะให้ทรงสภาพเป็นเด็กๆเช่นนั้นตลอดไปหาได้ไม่  จะต้องเปลี่ยนแปลงไปเป็นหนุ่มและสาว แล้วก็เฒ่าแก่จนในที่สุดต้องตายไป...อ่านแล้วทำให้ผู้เขียนปลงได้เยอะ แล้วพยายามใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้มีคุณค่าที่สุด

     ผู้เขียนพยายามมองเรื่องของการหลงๆลืมๆเป็นเรื่องขำๆ เหมือนเสียงเพลง จะได้ไม่เครียดเป็นการสร้างรอยยิ้มให้กับความจำที่ถดถอย...มองให้เป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้...แต่ความถดถอยของความจำที่กำลังจะเยือนเข้ามา  ก็ยังแฝงคุณค่าและความงดงามเสมอตามฉบับและรูปแบบของคนแต่ละคน...เหมือนเมื่อวานที่ผู้เขียนสอบเปลี่ยนสายงานด้านวิชาการ  ผลออกมาก็ยังสร้างรอยยิ้มภาคภูมิใจอย่างมิลืมเลือน....ขอเป็นกำลังใจให้กับคนที่คิดว่าตนเองกำลังจะถดถอย... แต่เราไม่ท้อแท้ไม่ยอมแพ้ความถดถอยดังกล่าว ด้วยความพยายาม และความมุ่งมั่น เพื่อสักวันเราจะยืนได้อย่างมั่นคง.