การเข้าค่ายธรรมะให้ได้ผล โดยจัดกิจกรรมให้นักเรียนมีธรรมะผ่าน Spiritual experience

           ในการจัดกิจกรรมเข้าค่ายธรรมะที่ผ่านมา ผมได้เน้นย้ำกับโรงเรียนที่จะนำเด็กเข้าค่ายว่า   ผมต้องการเน้นการเข้าค่ายแบบ Active learning  นั่นคือ การเข้าค่ายเชิงรุก เน้นการคิด การพูด การแสดงออกของผู้เรียน  เพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการและธรรมชาติของเด็ก

          หลายค่ายก็ทำได้ดีครับ  แต่หลายค่ายก็ยังคงจัดในรูปแบบเดิมๆ  ประเภท Passive learning  นั่นคือ เน้นให้เด็กฟังพระเทศน์เป็นหลัก   งานรอง คือ สวดมนต์ นั่งสมาธิ เดินจงกรม

          เช้านี้  ขณะขับรถมาทำงาน  สมองมันแว๊บถึง  Spiritual experience เข้ามา  คำๆนี้  ผมอ่านพบจากหนังสือของท่านพุทธทาสภิกขุนานแล้ว   ผมว่าน่าจะนำมาเป็นหลักการในการเข้าค่ายธรรมะได้ครับ  ขอขยายความ  Spiritual experience

 

          spritual experience  หมายถึง    สิ่งต่างๆ มา ประจักษ์ชัด ด้วยตนเอง ทั้งนั้น กล่าวคือ มีความแจ่มแจ้ง ในทางจิต หรือทางวิญญาณ เป็นเรื่องๆ ไปอยู่เป็นประจำ

      experience อันนี้ไม่ใช่สัมผัส ทางเนื้อ ทางหนัง ทางวัตถุ แต่เป็นสิ่งที่

เคย ถูกเข้าแล้ว โดยทางจิตใจ โดยทางวิญญาณ รู้รสมาแล้ว ทางจิตใจ รู้รสมาแล้ว ทางวิญญาณ ในส่วนลึก ว่า มันเป็นอย่างไร ซึ่งคนเรา ตั้งแต่เกิด ขึ้นมาแล้ว กว่าจะตายนี้ มันประสบ กับสิ่งเหล่านี้ นับไม่ถ้วน ถ้าเขาเป็นคนฉลาด สังเกตแล้ว สิ่งเหล่านี้ มันจะมีประโยชน์ มากที่สุด   (พุทธทาสภิกขุ)

 

        ดังนั้น  การเข้าค่ายธรรมะให้ได้ผล ควรจะต้องจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้มี   spritual experience  

         ยกตัวอย่างเช่น  ถ้าจะสอนเรื่อง ความเสียสละ   ก็ต้องจัดประสบการณ์จริง ให้นักเรียนได้มีประสบการณ์คุณธรรมเรื่องการเสียสละ   จนเกิด  spritual experience  เรื่องความเสียสละ  เด็กจะรู้รสธรรมะเรื่องความเสียสละด้วยจิตใจ ด้วยจิตวิญญาณ  เป็น spritual experience  ที่ฝังลึกอยู่ในตัวเขา

        วิทยากรหลายค่าย  สามารถจัดกิจกรรมให้เด็กมีคุณธรรมด้วย  spritual experience  ได้เป็นอย่างดีครับ

         ท่านผู้อ่านท่านใด  จัดกิจกรรม spritual experience  เพื่อพัฒนาคุณธรรม ขอความกรุณานำมาเล่าสู่กันฟังบ้างครับ