หาดทรายยังสวย รายล้อมทะเลด้วยรัก
หาดทรายขาวทอดยาวราวร้อยไมล์ ทะเลกว้างใหญ่มองไปไกลไร้จุดหมาย
เสียงเกลียวคลื่นซัดชายฝั่งน้ำเซาะทราย เสียงคล้ายคล้ายจังหวะใจไร้ทำนอง
ดนตรีใบไม้จากลมพัดใบสน ดุจเสียงคนพร่ำบ่นอกกลัดหนอง
น้อยใจนักน้อยใจหนักรักสำรอง ตะโกนก้องท้องทะเลหยุดเสียที
บ้านต้นไม้ริมชายหาดขาดสีสัน ธรรมชาติกั้นเขตแดนแสนสุขี
รักอนุรักษ์นักเดินทางรักคีรี มอบไมตรีให้ที่หนึ่งมีสุขจริง
ทรายโอบอุ้มทะเลไกวเปลให้หลับ นับเวลารักษ์จริงไม่มีทิ้ง
ไม่ใช่แค่สำรองย่องพักพิง ขอรักจริงหวังแต่ง..ทะเลใจ
.......ขอรักขอใจประสาน ดั่งทรายอยู่คู่..ทะเล........
ใช้ได้เลยครับ อันนี้
ไม่ได้แกล้งชมนะเนี่ย ชมจริง
อ่านแล้วได้ความรู้สึกดีมาก โดยเฉพาะสี่บรรทัดแรก
สี่บรรทัดหลังเหมือนหันเหเรื่องไปอีกอย่าง--ใช่เปล่า?หรือว่าพันคำอ่านไม่ดี :)
เยี่ยมๆ
ชอบจังค่ะ รักเสมอ...อิอิ
เพราะมากค่ะ
อาจารย์เก่งมากๆเลยค่ะ
กลอนบทแรกแต่งไว้แล้ว
แต่งต่อบทสองตอนตีสอง
อารมณ์ไม่ต่อเนื่อง ลืมวัตถุประสงค์หลักค่ะ
พยายามวกกลับคืน กลับไปอ่านสี่บรรทัดแรก
ก็เบลอ เบลอกับตัวเองเหมือนกันค่ะ อิอิ
ดิฉันไปเที่ยวเกาะช้างเพิ่งกลับมาค่ะ ทิวทัศน์ท้องทะเลยังคงดึงดูด
นักท่องเที่ยวตลอดกาล แต่น่าเสียดายที่การเมืองกีดขวางการเดินทาง
ของนักท่องเที่ยวจังเลยค่ะ(โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ)
ความสุขของนักประพันธ์ก็คงมาจากผู้อ่าน อ่านแล้วชอบค่ะ
ตรงตามเจตนารมณ์ ^_^
แก้ไขความคิดเห็นที่ ๔ ของศุภมาสเองนะคะ เกี่ยวกับความรู้เรื่องกลอนแปด
คือ ศุภมาสได้แต่งบท ๑ และ ๒ ไว้แล้วอย่างต่อเนื่องในอารมณ์
แต่งบท ๓ และ ๔ ภายหลัง ค่ะ
ขอเพิ่มเติมความรู้เรื่องกลอนแปด
กลอน ๑ บท มี ๒ บาท คือ บาทเอกและบาทโท
กลอน ๑ บาท มี ๒ วรรค คือ บาทเอกประกอบด้วย วรรค สดับ และวรรค รับ
บาทโทประกอบด้วย วรรค รอง และวรรค ส่ง
กลอน ๑ วรรค มี ๘ คำ จึงเรียกว่ากลอน ๘
สัมผัสใน มีหรือไม่มีก็ได้ ถ้ามีไพเราะน่าฟัง
สัมผัสนอกเป็นกฎบังคับต้องมี
กลอนยาว ๒ บทขึ้นไป ต้องเชื่อมสัมผัส ท้ายวรรค ส่ง ไปยังคำท้ายวรรค รับ ของบท
ถัดไปเสมอ