ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจถดถอย
หลายคนวิตกกันว่าจะยากจนยิ่งขึ้นหรือไม่
ในเรื่องนี้คณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์
แห่งราชบัณฑิตยสถาน ได้อธิบายไว้ดังนี้
ความยากจน เป็นศัพท์บัญญัติของคำ poverty หมายถึง
สภาพที่ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ต่ำกว่ามาตร ฐาน กล่าวคือ
ไม่มีรายได้เพียงพอที่จะใช้จ่ายในการซื้อสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานในการครองชีพ
เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ความยากจนอาจวัดได้ใน ๒
ลักษณะ คือ ความยากจนสัมบูรณ์ (absolute poverty)
กับความยากจนสัมพัทธ์ (relative poverty) ความยากจนสัมบูรณ์
คือสภาพที่ประชาชนไม่มีรายได้เพียงพอที่จะมีชีวิตอยู่ได้
ซึ่งอาจแก้ไขได้ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจ หรือมีเทคโนโลยีที่ดีขึ้น
ก็จะช่วยขจัดความยากจนนั้นได้ ส่วน ความยากจนสัมพัทธ์
เป็นการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มของประชาชนที่มีรายได้แตกต่างกัน
ดังนั้น ความยากจนสัมพัทธ์จึงจะมีอยู่ตลอดเวลา
แม้ว่ากลุ่มประชาชนที่ยากจนที่สุดมีรายได้เพียงพอที่จะใช้จ่ายในการครองชีพได้ก็ตาม
นอกจากนี้ ยังมีคำ เส้นแบ่งระดับความยากจน หรือ poverty line หมายถึง
ระดับรายได้ขั้นต่ำสุดที่ทำให้บุคคลหรือครัวเรือนในประเทศหนึ่ง ๆ
มีความเพียงพอ ในการครองชีพ
โดยวัดจากจำนวนเงินที่ต้องจ่ายสำหรับสิ่ง ต่าง ๆ
ที่เป็นสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐาน เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย การรักษาพยาบาล
และเครื่องอุปโภคอื่น ๆ ความจำเป็นที่ต้องมีการใช้จ่ายขั้นต่ำนี้
จึงเป็นที่มาของเป้าหมายของรัฐบาลในการ
ให้สวัสดิการสังคมในรูปแบบต่าง ๆ
ส่วนอีกคำหนึ่งที่น่าสนใจคือ poverty trap หรือ กับดักความยากจน
หมายถึง สถานการณ์ที่คนยากจนไม่อาจหลุดพ้นความยากจนนั้นไปได้
ถึงแม้ว่าจะมีงานทำหรือมีค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้นก็ตาม
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้ช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น
เพราะเมื่อมีงานทำก็จะถูกลดสวัสดิการ หรือต้องเสียภาษี
หรือการที่ได้ค่าจ้างเพิ่มขึ้นแต่ราคาสินค้าก็เพิ่มขึ้น ดังนั้น
การมีงานทำหรือมีค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นจึงไม่ได้ช่วยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
การเปลี่ยนแปลงสภาพการทำงานหรือการมีรายได้เพิ่มขึ้นจึงไม่ช่วยให้หลุดพ้นจากกับดักความยากจน
คนยากจนจึงต้องอยู่ในกับดักความยากจนต่อไป.
ดังนั้นสถานการณ์ปัจจุบัน เศรษฐกิจพอเพียงดีที่สุด รู้จักใช้ รู้จักอดออม เพื่อความสุขที่ยั่งยืน
อ้างอิงจาก : http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?ColumnId=72238&NewsType=2&Template=1
กลัวว่าจะยากจน..เพราะไม่รู้จักพอของตัวเองนี่ล่ะค่ะ..เฮ่อออ..
ขอบคุณข้อคิดดีๆ..กระตุกความคิดนี้ค่ะ..^^
สวัสดี คุณครูแอ๊ว
พอเพียง พอดี พอใช้ เก็บออม ยั่งยืนนานครับ