ภาวนากับก้อนกรวด

วันสงกรานต์ ปีใหม่ไทยๆ มีสิ่งดีๆมาฝาก และฝึกฝน การมีสติ การอยู่กับปัจจุบัน ซึ่งจะนำไปสู่ความสงบ และความสุขอย่างแท้จริงค่ะ นำไปสู่สมานฉันท์ของประเทศชาติและโลกใบนี้.....

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thaiplumvillage.org/act500523_27_news01.html

ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ         

เรามักจะคิดมากเกินไปตลอดเวลา และส่วนใหญ่มักไม่เป็นประโยชน์นัก ความคิดของเราเต็มไปด้วยความกลัว หงุดหงิด ความโกรธ เมื่อถึงเวลาที่เราต้องนอน เราไม่สามารถหลับได้ และเรามักหันไปพึ่งยานอนหลับ ความลับที่พระพุทธองค์หยิบยื่นให้เรา คือ "สติ" การกลับมา อยู่กับลมหายใจ และหยุดคิดเกี่ยวกับอดีตหรือนาคต

          การกลับมาตามลมหายใจ เป็นการรวมใจและกายให้เป็นหนึ่งเดียวกันในปัจจุบันขณะ การดำรงอยู่ในปัจจุบันขณะทำให้เรา สามารถสัมผัส "ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ" เพราะชีวิตคือปัจจุบัน การมีสติอยู่เสมอจะทำให้เธอรู้ว่า กำลังเกิดอะไรขึ้นใน ปัจจุบัน หากเธอคิดมากเกินไปเสมอ เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน เธอจะไม่มีความสามารถที่จะสัมผัสความงดงาม สดชื่นจากพระอาทิตย์ และธรรมชาติได้

          เราไม่จำเป็นต้องตายเสียก่อนจึงจะก้าวสู่อาณาจักรของพระพุทธเจ้าได้ หากแต่อยู่กับปัจจุบันอย่างเต็มที่ เราจะสามารถ สัมผัสกับดินแดนสุขาวดีหรือสรวงสวรรค์ได้ พระพุทธเจ้าอยู่ตรงนั้นเสมอ 24 ชั่วโมง ดินแดนสุขาวดีหรือสรวงสวรรค์อยู่ตรงนั้นเสมอ 24 ชั่วโมง

          ความสุขคือการตรัสรู้ เราไม่มีหนทางแห่งการตรัสรู้ แต่การตรัสรู้คือหนทาง วิถีแห่งการตรัสรู้เริ่มแรกคือ การมีสติอยู่เสมอ ไม่ว่าเธอกำลังเดิน นั่ง หรือดื่มชา โปรดรู้ไว้ว่าการตรัสรู้ที่ยิ่งใหญ่มาจากการตรัสรู้เล็กๆ น้อยๆ ในปัจจุบันขณะ

          เราชินที่จะวิ่งอยู่เสมอ เราวิ่งเพราะเรามีความกลัว และเมื่อเราวิ่ง เราไม่สามารถจะดูและตัวเราและคนที่เรารักได้ เราวิ่ง เหมือนดั่งเช่นองคุลีมาล ที่วิ่งตามพระพุทธองค์ พระพุทธองค์คือตรัสถามองคุลีมารว่า "เราหยุดแล้ว ท่านต่างหากที่ไม่หยุด"  การมาปฏิบัติภาวนาเช่นนี้ก็เพื่อเรียนรู้ที่จะหยุด

ภาวนากับก้อนกรวด

          ที่หมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส มีเด็กหลายคนจากหลายประเทศ มาร่วม ฝึกปฏิบัติด้วย วิธีที่พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์ สอนการภาวนาให้กับ เด็กๆ คือ "ภาวนากับก้อนกรวด" เป็นวิธีการง่ายๆ ที่มีความสุข เริ่มจากเราควรมีถุงเล็กๆ สำหรับเก็บก้อนกรวด 4 ก้อน เมื่อเราต้องการทำสมาธิภาวนา ให้หยิบถุงนี้ขึ้นมา และนั่งล้อมกันเป็นวงกลม เด็กคนหนึ่งเป็นผู้เชิญระฆัง 3 ครั้ง เพื่อเชื้อเชิญให้เรา กลับมาสู่บ้านที่แท้จริง

      เมื่อเริ่มภาวนา เราหยิบ ก้อนกรวดก้อนแรก ขึ้นมา ประสานไว้ บนมือ พร้อมให้ก้อนกรวดก้อนนี้เป็นตัวแทนของ "ดอกไม้"

 

 

หายใจเข้า
หายใจ ออก

 

ฉันเป็นดั่งดอกไม้
ฉันสดชื่น (ดอกไม้/สดชื่น)

 
 

การภาวนาเช่นนี้เป็นการฟื้นฟูความสดชื่น แจ่มใส ความเป็นดอกไม้ ในตัวเรา มนุษย์เองก็เป็นดอกไม้เช่นกัน เราเป็นดอกไม้แห่งมนุษยชาติ เด็กๆ ก็คือ ดอกไม้ พวกเขามีความสดชื่นอยู่เสมอ เราควรภาวนาดอกไม้ อยู่เสมอ เพราะมันจะช่วยรักษาความสดชื่นให้กับเรา และเราจะมีความ สามารถหยิบยื่นดอกไม้ ให้คนรอบข้างได้

 

หลังจากภาวนาก้อนกรวดก้อนแรกเสร็จ เราวางก้อนกรวดก้อนนี้ลง พร้อมหยิบ ก้อนกรวดก้อนที่สอง ขึ้น โดยให้มันเป็นตัวแทนของ "ภูเขา" คือความมั่นคงในตัวเรา

 

 

หายใจเข้า
หายใจออก

 

ฉันเป็นดั่งขุนเขา
ฉันมั่นคง (ขุนเขา/มั่นคง)

 
 

          หากเราปราศจากความมั่นคงหนักแน่นแล้ว เราก็ไม่สามารถที่จะมี ความสุขได้ เพราะเมื่อเราเป็นคนอ่อนไหว เราก็ไม่สามารถเป็นที่พึ่ง ให้ใครได้ รวมถึงตัวเราเองด้วย ฉะนั้นการภาวนาในเรื่องนี้จึงสำคัญมาก

 

สำหรับ ก้อนกรวดก้อนที่ 3 คือตัวแทนของ "น้ำใส" เราจะ ภาวนาว่า

หายใจเข้า
หายใจออก

 

ฉันเป็นดั่งน้ำใส
ฉันสะท้อนสิ่งต่างๆ ดั่งที่มันเป็น  (น้ำนิ่ง/สะท้อน)

 
 

          เมื่อเราโกรธ อิจฉาหรืออยู่ในภาวะอารมณ์ที่รุนแรง เราไม่สามารถ ที่จะมองสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจน เราอาจมีความคิดเห็นที่ผิด และ มีอคติ ต่อสิ่งนั้น การภาวนาเช่นนี้ช่วยบ่มเพาะความนิ่ง ใส ชัดเจน ไม่บิดเบือน ให้แก่ตัวเรา

 

ก้อนกรวดก้อนสุดท้าย เป็นตัวแทนของ "ความว่าง"

 

หายใจเข้า
หายใจออก

 

ฉันเป็นดั่งความว่าง
ฉันเป็นอิสระ (ความว่าง/อิสระ)

 
 

          ความว่างในที่นี้ หมายถึง พื้นที่ว่างในหัวใจและพื้นที่ว่างรายล้อมเรา เมื่อเรารู้สึกเป็นอิสระ เราจะมีพื้นที่มากมายแบ่งปันอยู่อื่น เราจะพร้อมที่จะ ให้พื้นที่กับผู้อื่น โดยเฉพาะบุคคลที่เรารัก

          หลายครั้งความรักของเรามักเป็นกรงขัง ฉะนั้นเมื่อเรารักใครสักคน เราต้องคอยดูอยู่เสมอว่า เราได้ให้ที่ว่างแก่เขามากพอหรือไม่ อย่าทำให้ความรักของเธอกลายเป็นกรงขัง