ครูรากแก้วต้องอ่านผ่านชีวิต ครูรากแก้วต้องคิดค้นความหมาย ครูรากแก้วต้องก้าวข้ามขุนเขาที่เรียงราย เพื่อบั้นปลาย..รากแก้ว..นั้นสิมั่นคง

 

สู่…อาศรมร่มรัก[บทรู้]

 

 

ครูรากแก้ว..ต้องอ่านผ่านชีวิต

ครูรากแก้ว..ต้องคิดค้นความหมาย

ครูรากแก้ว..ต้องก้าวข้ามขุนเขาที่เรียงราย

เพื่อบั้นปลาย..รากแก้ว..นั้นสิมั่นคง

 

 

 

 ..สร้างครูรักการอ่านได้เพียงหนึ่ง

สามารถสร้างเด็กให้เข้าถึงความรักการอ่านได้นับร้อยนับพัน..

(ปรัชญาหลักสูตรของครูกานท์)

กระบวนการสร้างครูรักการอ่านของคุณครูกานท์ตลอด ๕ วัน ๕ คืน มีมากมายหลายหลาก    จนบันทึกแทบไม่ทัน  เพราะบางครั้งมัวเพลินฟังครูจนลืม..เขียน  กลับมาย้อนอ่าน   โอ๊ะๆ..เสียดายจังไม่ทันบันทึก  เอ!อะไรนะ..นึกไม่ออกแล้ว   ผู้เขียนขอนำประเด็นตัวอย่างวิธีสอนอ่าน คิด เขียนที่สนุกๆน่าสนใจ  แบบว่า..โดนๆ มาเล่าสู่กันฟังนะคะ

 

 

การยิ้มนั้นไม่น่าจะยาก

แต่พอจะยิ้ม กลับรู้สึกยาก

ตัดสินใจไม่ยิ้ม เพราะมันไม่ยาก

ครูให้พวกเราสรุปสาระสำคัญของข้อความนี้  สารพัดความคิดค่ะ :  ยิ้มไม่ยาก, ยิ้มไม่ยากแต่ไม่อยากยิ้ม, ยิ้มยาก..ถ้าไม่อยากจะยิ้ม, ไม่อยากยิ้ม, ยิ้มนั้นยาก ฯลฯ(อิๆ ไม่บอกว่า ผู้เขียนสรุปไม่ตรงกับครูหรอกค่ะ..แต่ก็เฉียดๆ) ในประเด็นนี้ครูสรุปว่า “สาระสำคัญ”สรุปยาก ทำให้คิดถึงการเขียนสาระสำคัญในแผนการจัดการเรียนรู้   คุณครูบางคนเขียนไม่ออกเลย บางคนเอาสาระการเรียนรู้มาเขียนก็มี..จริงด้วยค่ะ..ท่านผู้อ่านละคะสรุปว่าอย่างไร..

 

นักกลอนหญิงคนหนี่งรำพึงว่า..

“หัวใจถามหัวใจหลายตลบ   เขานัดพบคืนนี้ไปดีไหม

หากไม่ไปหาเขาเราเสียใจ   แต่ถ้าไปหาเขาเราเสียตัว

เพื่อนๆลองตอบนะคะ..หากท่านเป็นหญิงสาวคนนี้จะตัดสินใจอย่างไร มีเหตุผลใดจึงตอบเช่นนั้น  สารพัดคำตอบค่ะของครูรากแก้วและน้องๆโรงเรียนกวี..ทั้งหญิงและชาย เหตุผลต่างกัน : ไปแน่นอน เพราะเป็นเรื่องของหัวใจ, เรื่องอะไรจะไป ไปก็เสียสิ    บางคนบอกว่า..ไม่ไปโดยเด็ดขาด  ใจน่ะซ่อมได้ ตัวซ่อมไม่ได้..บางคนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมาก ..ต้องไปค่ะ เรื่องอะไร โอกาสเช่นนี้หายาก..ยอมค่ะ..อิๆ..อีกเยอะค่ะ  (ปัญหานี่ก็เหมือนกัน ผู้เขียนคิดไม่เหมือนครูอีกละ  แย้งด้วย  ด้วยเหตุผลนะคะ  หลังจากครูเฉลยแล้ว)

 

                                    ขุนแผนฟันม่าน

ชื่อระบือทั่วแดนขุนแผนแสนสวาท        นางพิมพริ้มพิลาศ ใจจะขาดเพราะรักขุนแผน

สายทองต้องมนตราทอดกายาลงตอบแทน        ลาวทองเป็นของคะแนน แม้นบัวคลี่แก้วกิริยา

อิสตรีอ่อนแอฐานะแค่ปรนนิบัติ                      ศักดินาอำนาจ  แสดงบทบาทตามปรารถนา

สังคมชื่นชมชาย รักเรี่ยรายล้วนศรัทธา             ชีวิตคล้ายเสภา บุรุษกามานิยมย่ำยี

อ่านเอย..อ่านไทย                          รู้อะไรในวรรณคดี

อ่านเรื่อง อ่านรส การกดขี่                           อ่านใหม่นะคนดี เพื่อศักดิ์ศรีดวงใจ

ชื่อจะลือทั่วแดน  ขุนแผนจะต้องฟันม่าน          ขนบอันร้าวราน  รื้อมันออกเถิดสหาย

หญิงคือเพศมาดา ใช่ทาสาบำเรอชาย             นางพิมอีกหลายราย อย่าให้ตายเหมือนอย่างวันทอง

(เพลงแสนไพเราะค่ะ..คุณครูกานท์ เป็นผู้ประพันธ์คำร้องและทำนอง)

ครูตั้งประเด็นคำถาม ๓ ข้อ ข้อ ๑ ขุนแผนคือใครข้อ ๒ ม่านหมายถึงอะไรข้อ ๓ ฟันอย่างไร

พวกเราต่างคิดกันยกใหญ่ค่ะ..เครียดมาก  ครูบอกว่าเมื่อตอบประเด็นใดให้ระบุเหตุผลด้วย  ศิษย์แต่ละคนก็เก่งๆกันทั้งนั้น   รวมผู้เขียนด้วยแหละ อิๆ.. แต่ผิดเจ้าค่ะ..อุตส่าห์เดินไปหน้าห้องอย่างองอาจ กะจะฉะค่านิยมของผู้ชายไทยซักกะหน่อย (ผู้เขียนตอบว่า ม่าน หมายถึงค่านิยมของชายไทยในการมีเมียหลายคน..) คำเฉลยของครู..อูว์ สุดยอด ขั้นอ่านจิตอ่านใจคนทีเดียว..มองถึงตัวตนภายในของมนุษย์ เพื่อนๆลองทายไหมคะ  ม่าน หมายถึงอะไร         

               ..ยังไม่เฉลยนะคะ..

ท่านที่ตอบถูก ศน.อ้วนจะส่งหนังสือของครูกานท์ให้ ๑ เล่มค่ะ ยกเว้นครูพี่เหมียวครูตุ๊กแกและเพื่อนๆร่วมรุ่นทุกคน..อิอิ

บทเรียนที่สนุกต่ออีก..ครูอ่านบทเสภาตอนสมเด็จพระพันวษาสั่งประหารนางวันทอง แล้วให้พวกเราเลือกเป็นตัวละครคนใดคนหนึ่ง ได้แก่ขุนช้าง ขุนแผน นางวันทอง จมื่นไวย พระพันวษา คิดต่อยอด” และให้เขียนพร้อมสื่อคำพูดของตัวละคร ครูย้ำไม่ให้แสดงความคิดเห็น   สนุกมากค่ะ..  แต่ละคนเลือกที่จะเป็นตัวละครที่ชอบตามมุมมองของแต่ละคน  ..ผู้เขียนเลือกนางวันทอง    ครูตุ๊กแก เลือกเป็นขุนช้าง เพราะต้องการแก้ต่างให้คนสุพรรณบุรี แต่เป็นขุนช้างเจ้าเสน่ห์..ซะด้วย เพราะโวหารดั่งจะเด็ดเลยเชียว(ครูชม) ลองดูสำนวนนะคะ " วันทองที่รักของข้า...ข้าขอโทษ  เพราะความเห็นแก่ตัวของข้าแท้ๆ  ที่ทำให้เจ้าต้องมีเคราะห์กรรมเช่นนี้  แต่ในความเห็นแก่ตัวนั้น  เกิดเพราะหัวใจรักที่มีต่อเจ้า...เพียงผู้เดียว "(ทำยังกะหนุ่มแน่ะ)..มุมมองของครูกานท์ ครูเลือกที่จะเป็นพระพันวษา ในท่าทีของนักปกครองไทย ที่หักมุมจากการประหารนางวันทองเป็นการแก้ปัญหาชีวิตรักสามเส้า..เสียดายจดมุมมองของครูไม่ทันค่ะ  ..ครูนำเสนอเป็นกลอนเสภา..

บทนางวันทอง ที่ ศน.อ้วน เลือกพูดค่ะ..

"ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท  ถึงแม้พระองค์จะทรงดำริและตรัสตัดสินว่า..ความเลวของหม่อมฉัน  แม้ตายเลือดก็ไม่ควรทาแผ่นดิน แต่หม่อมฉันก็ได้ทำหน้าที่เมียและแม่ที่ดีที่สุดแล้วเพคะ.." อิอิ..เป็นตามสไตล์ของผู้เขียนค่ะ ว่านอนสอนง่าย เขาว่าผิดก็ก้มหน้ายอมรับผิด ตายเป็นตาย  มีหลายคนที่เลือกเป็นวันทองและร้องขอชีวิตโดยแจงเหตุผลซะละเอียดยิบ  ฟังแล้วชื่นใจแทนครูกานท์จัง คิดแตกกิ่งก้านแตกหน่อ ต่อยอด..

 ยังมีอีกค่ะ..เรื่องราวการอ่านชีวิตของครูรากแก้ว   

 

 

สมควรตาย..!

เรื่องนี้..สนุกมากค่ะ..คนเขียนๆได้โดนใจมาก  กล้ามากๆ  กล้ากระทบศาสนาพุทธและความเชื่อทางไสยศาสตร์ในแง่ลบ  ผู้เขียนไม่คุ้นชื่อค่ะ “ศักดิ์สิริ มีสมสืบ” แต่ก็คิดว่า ครูแน่มาก และก็นับว่าเป็นโชคดีของชีวิตที่ท่านมาเป็นวิทยากรบรรยายและเล่นดนตรีให้ฟัง  ในเรื่องสมควรตายเพราะเขาเป็นชายปากปลาหมอ(ปากหมา : เป็นบทวิเคราะห์โดยครูกานท์  และผู้เขียนก็ว่าเหมาะแล้วที่ใช้คำนี้) เพราะชอบแกว่งปากหามือหาตีนอยู่ตลอดเวลา  ลองดูตัวอย่างนะคะ..ว่าจริงไหม  “ คนห่าอะไรวะ เกิดมาปุ๊บก็เดินได้เจ็ดก้าว..”  เป็นอย่างไรคะ แสบคันหัวใจดีแท้..มีอีกเยอะมากค่ะ..อ่านไปๆ ท่านจะต้องเห็นด้วยว่า “เออ..สมควรตาย)..หาซื้ออ่านนะคะ..

          แต่ที่เป็นอะไรแบบสุด ๆ ตรงที่เรากำลังอยู่ระหว่างการฝึกทักษะอ่านวิเคราะห์  เกิดประเด็นปัญหาค่ะ.. มีตัวละครตัวหนึ่ง ชื่อ “บุญรอด” ตั้งใจถีบ “สมควร”ให้ตกเหวตายเพราะปากเสีย แต่ถีบพลาด   บุญรอดจึงตกเหวที่มีความสูงจากหน้าผา ประมาณ ๒๐๐ เมตร ต้องใช้เวลาวิ่งจากหน้าผาลงมาข้างล่างใช้เวลามากกว่า ๑๐ นาที   หลังจากบุญรอดตกเหว  สมควรก็ไปดื่มเหล้าต่อกับพรรคพวก เกิดทะเลาะกันและทดลองของขลัง  สมควรจึงถูกถีบอีกเป็นครั้งที่ ๒ โดยเพื่อนในวงเหล้า ชื่อบุญนำ     เกิดปาฏิหาริย์บุญนำไม่ตายแต่สมควรตาย     ผู้เขียน(หมายถึงศน.อ้วนค่ะ)ก็วิเคราะห์ตามหลักภูมิศาสตร์ ว่าทำไมบุญรอดตกจากหน้าผาไม่ตาย.. ทำไมสมควรตาย..

          คิดไป..ก็วาดแผนผังจากหน้าผาลงสู่ก้นเหวประกอบ  คำนวณระยะทางและเวลา หาเหตุผลอ้างอิงตามหลักวิชาการว่า บุญรอดอาจจะค้างอยู่บนกิ่งไม้หรือเครือไม้เถาไม้อะไรสักอย่าง คงใช้เวลาในการหาทางช่วยตัวเองจนรอดชีวิต    แต่สมควรตายเพราะถูกถีบและมีการแย่งปืนกันกับบุญนำ จึงใช้เวลาไม่นาน และพอถึงก้นเหวสมควรก็ยังถูกบุญนำนอนทับอีก  สมควรจึงตาย  โอ๊ย..เหตุผลสารพัดค่ะแต่ละคน    ครูกานท์จึงกดเบอร์โทรศัพท์เพื่อให้พวกเราโทรไปถาม คนเขียนเรื่องนี้  คือ ครูศักดิ์สิริ  มีสมสืบ  พอดีติดต่อไม่ได้และทราบว่าวันรุ่งขึ้นท่านจะมาเป็นวิทยากรให้กับคณะของเราที่ทุ่งสัก  พวกเราจึงรอฟังคำเฉลย 

          ท่านเชื่อไหมคะ..คำเฉลยของครูศักดิ์สิริตอบว่าอย่างไร..โอย โอ่ย โอ้ย โอ๊ย ท่านบอกว่า เหวชีวิต.. ของมนุษย์ต่างกัน บางคนใช้เวลาตกไม่ถึงเสี้ยววินาทีก็ตาย บางคนใช้สิบนาทีหรือมากกว่า   และบางคนอาจใช้เวลานานชั่วกัปป์ชั่วกัลป์เลยทีเดียว   โอ..พระเจ้า  คำตอบของครูศักดิ์สิริ   เล่นเอาผู้เขียนต้องเอามือตบหน้าผากตัวเองเลย .. ใช้เวลาคิดเกือบครึ่งค่อนวัน  คำตอบกลับเป็นเรื่องของปรัชญาชีวิต..นี่แหละค่ะ ครูรากแก้วต้องอ่านแบบทะลุทะลวง  เหมือนที่ครูกานท์บอก    สมองเริ่มเปิดแล้วสิเรา..

                 

                       ..นี่แหละค่ะ..ครูศักดิ์สิริ มีสมสืบ  ผู้บงการให้ "สมควรตาย"

 

เพื่อนๆคะ..เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆเท่านั้นที่ครูกานท์ฝึกครูรากแก้วให้อ่านวิเคราะห์         

สนุกไหมคะ..ยิ่งอยู่ในห้องเรียนยิ่งสนุกค่ะ   ครูกานท์ไม่เคยติไม่เคยว่าหากใครตอบผิด

อ่านเหนื่อยหรือยังคะ..พักก่อนก็ได้ค่ะ   เดี๋ยวมาอ่านต่อนะคะ 

ครูรากแก้วการอ่าน..กำลังมีความสุขกับการอ่านชีวิต เขียนชีวิตอยู่ค่ะ...

                 

                                                    ..พักสายตานะคะ...

               

                นอกจากฝึกอ่านออกเสียง  อ่านทำนองเสนาะ  อ่านวิเคราะห์สารจากวรรณคดีและวรรณกรรมแล้ว   ครูกานท์ยังให้ฝึกวิเคราะห์จากเพลงอีกตั้งมากมายหลายเพลง  ครูร้องเพลงเพราะมากค่ะ..น้ำเสียงของครูมีทั้งหนักแน่น  ในวรรคที่ควรหนักแน่น  ออดอ้อนในบทที่อ่อนหวาน   เศร้าสร้อยในวรรคตอนที่เสียใจ ผิดหวัง  ลีลาของครูน่าดูน่ามอง  ครูสื่ออารมณ์ออกมาทางสายตา ที่ทำให้คนฟังต้องนิ่งฟังดั่งต้องมนต์     ครูร้องเพลง น้ำตาเทียน” ได้หวานพลิ้วมาก..  “..คืนหนึ่งฉันนอนนน.. สะท้อน..ฮึม ดวงงงงใจ   เห็นน้ำตาเทียนหยดไหล  เหมือนใครหลั่งน้ำ...ฮึม..ตานอง      ..อดีตไม่ลับดับลงสักที  เห็นเทียนเรืองรองต้องมี  ทวีโศกหวนครวญไห้    มองเทียนหลั่งน้ำตาลงมาคราใด   ฉันทนปวดร้าวดวงใจ  จากไปแล้วแก้วตาเอ๋ยยยย....”  ฟังแล้วดั่งจะเห็นสายน้ำตาเทียน หยดไหลลง..จริงๆ     

          เพลงบางเพลงที่ครูร้อง เรทเอ๊กซ์เลย..อิๆ..แต่ภาษาสวยสดงดงาม  ..ครูรากแก้วการอ่านเป็นผู้ใหญ่ทั้งน้านนนน..ประสบการณ์เยอะ ฟังไปอมยิ้มไป   แต่น้องๆโรงเรียนกวียังเอ๊าะๆอยู่ ทำหน้าตาเลิ่กลั่ก   เอ๋..เอ็กซ์อย่างไร...   ชื่อเพลงอะไรนะ ของทูล ทองใจ  “...คืนนั้นสวรรค์ล่มมมม..  เสียงฟ้าเสียงลมมมมม   พร่างพรมพี่หนาวจนสั่น...”

          มีอีกหลายเพลงค่ะ..ที่ครูสอน โดยเฉพาะเพลงของครูสลา ..รองเท้าหน้าห้อง..ชายคนหนึ่งบอกความเสียใจ ปวดใจที่หญิงสาวคนรักทรยศ .. ครูสลาต้องการแต่งเพลงผู้หญิงแก้  แต่ทำไม่ได้    เพราะเนื้อเพลงบ่งบอกผู้หญิงผิดเต็มประตู  หลักฐานชัดเจน  ไม่มีสิทธิ์แก้ตัว ก็หลักฐานมีโทนโท่ออกอย่างนั้น     แต่ครูสลาก็หาทางออกได้อย่างสวยงาม  โดยให้ผู้หญิงห้องข้างๆบอกความในใจ ..เพลง ใจน้องห้องข้าง   โดยในแง่มุมของศิลปะ เนื้อเพลงให้ความนุ่มนวลทางอารมณ์  อ่อนหวานละมุนละไม  ให้ความอบอุ่นของหัวใจ แม้จะเป็นเพียงซอกมุมเล็กๆ..ยิ่งครูกานท์เป็นผู้ร้องให้พวกเราฟังยิ่งให้ความรู้สึกคล้อยตาม..

 

เพลง รองเท้าหน้าห้อง

    ประตูห้องเช่า มีรองเท้าสองคู่เคียงกัน  (หลักฐานเชิงประจักษ์)
ู่หนึ่งนั้น เป็นรองเท้าเธอ พี่จำได้ดี
อีกคู่หนึ่ง ไม่เคยเห็นเลยก่อนนี้
แปลกใจอะไรกันนี่ หน้าห้องน้องมีรองเท้าผู้ชาย
    หรือใครกันเล่า ลืมรองเท้าไว้หน้าห้องเธอ
แค่ดูเบอร์ ก็รู้ว่าคนสวมหุ่นเท่าใด
ยินเสียงร้องอย่า จ๊ะจ๋า ลอยจากข้างใน (นี่ก็หลักฐานที่มัดซะแน่น)
อบฟัง จนแน่แก่ใจ น้องมีชายแนบในห้องนอน
    ใส่กลอน คุยกันสำราญเต็มที่
ห้องเช่าห้องนี้พี่จ่ายค่าเช่าเดือนก่อน
พี่เป็นคนเช่า ส่วนเขาเป็นผู้มานอน (ปวดใจแทนค่ะ..)
ิดประตู ลงกลอน เขาคงนอนทับรอยพี่ชาย
    ต้องลาห้องเช่า ไม่อยากเข้าขวางทางสวรรค์ (ยอมถอนตัว ..บ่งบอกใจที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม)
่างแสบสันแท้หนอดวงแด..แม่คนหลายใจ
แกะเงินกล่อง เช่าห้องให้น้องลองชาย
เจ้าของรองเท้าเป็นใคร ช่างหยามใจพี่ชายเหลือเกิน

 

เพลง ใจน้องห้องข้าง
    ประตูห้องเช่า มีรองเท้าหญิงชายคู่กัน
หน้าห้องนั้น เห็นพี่รำพันว่าโดนย่ำใจ
น้องอยู่ห้องข้าง ได้รู้ถึงความเป็นไป
ผู้หญิงที่พี่วางใจ เขาพาชายแนบในห้องนอน

    ใส่กลอนล็อคห้อง ภาพมันฟ้องพี่มองละเมอ
จ้องดูเบอร์รองเท้าผู้ชาย เหนื่อยใจทอดถอน
ยินเสียงร้องอย่า จ๊ะจ๋าลอยจากห้องนอน
หัวใจพี่คงสะท้อน น้องอาวรณ์อยากคอยดูแล (บ่งบอกถึงความเป็นคนมีน้ำใจ)
    บาดแผลหัวใจแม้ใครเป็นพี่
โดนแบบนี้คงคิดบัญชีชายชู้แน่ๆ
แต่พี่หยุดและยอม ยอมเป็นผู้แพ้ (มองเห็นความดีของผู้อื่น)
จิตใจของพี่งามแท้ อยากดูแลปิดแผลในใจ (มีใจเมตตาและกรุณา)
    พี่ลาห้องเช่า อย่างซึมเซาเมื่อเขาบินจร
ผู้อาทรห้องข้างอาวรณ์ ด้วยความเห็นใจ
หากไม่รังเกียจ แวะคุยห้องข้างเป็นไร

รองเท้าถอดวางข้างใน แผลในใจน้องมียาทา.. (อิๆ ต้องตามตอนต่อไปค่ะ..)

นี่ก็อีกค่ะ..การอ่านผ่านชีวิตของครูรากแก้ว..

ว้า..จบไม่ลงค่ะ..

เดี๋ยวจะย้อนมาอ่านและแก้ไขตอนจบนะคะ

ขอขอบคุณสำหรับภาพสวยๆจากกัลยาณมิตรที่น่ารัก..ครูพี่เหมียวและน้องสาวครูตุ๊กแกค่ะ..   

                                              

   ..สวัสดีค่ะ..