ทำไมจะต้องไปตามรอยที่ผิดพลาดของฝรั่ง ที่ลง RIS แยกจาก HIS

ถ้ากล่าวถึง HIS น้อยนักที่นักรังสีฯ จะไม่รู้จัก วันนี้จะมาเล่าเกี่ยวกับประวัติของเจ้า  HIS หรือ Hospital Information System กัน นะครับว่าเป็นมายังไง แรกเริ่มเดิมทีนั้น การนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในทางการแพทย์จะถูกนำมาใช้เกี่ยวกับทางคลีนิกเสียเป็น ส่วนใหญ่โดยเริ่มมาจาก การพัฒนาระบบช่วยในการวินิจฉัยโรคชื่อ Mycin ที่มหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด ในสหรัฐอมเริกาเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว จากนั้น ก็มีการนำ CIS (Clinical Information System) มาใช้งาน เดิมทีนั้น CIS จะเน้นเกี่ยวกับทางคลีนิกโดยมุ่งเพื่อเก็บประวัติผู้ป่วยให้เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือ Electronic Patient Record นะครับเพื่อให้สามารถดูประวัติการรักษาย้อนหลัง ไม่ต้องกลัวว่าแฟ้มคนไข้จะหาย หรือหาไม่เจอ ทำนองนี้นะครับ สะดวกกับการค้นหามาก  จาก นั้นระบบก็ถูกขยายความสามาถให้ครอบคลุมถึงการจัดการด้านต่างๆ หรือแผนกต่างๆ เช่น ธุรการ การเงินหรือบัญชี การออกรายงานต่างๆ ของภายในโรงพยาบาล ครั้นความสามารถที่เพิ่มขึ้นนั้นไม่ได้เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับด้านคลีนิกแบบ เดิม เราจึงเรียกมันรวมๆ ว่า ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล หรือ HIS นั่นเองครับ ระบบ HIS อาจจะมีคุณลักษณะที่ใช้งานได้ครอลคลุมแผนกต่างๆ เช่น ห้องยา ห้องแลป รวมทั้งแผนก x-ray ไปจนถึงการเงินพัสดุ เลยก็ได้ แล้วแต่ขนาดของโรงพยาบาลและความต้องการครับ


ที่นี้มีคำถามที่ถูกถามกันมากเมื่อ สองถึงสามปีที่แล้วในประเทศไทยครับว่า HIS/RIS ต่าง กันอย่างไร อะไรสำคัญกว่า ก่อนจะตอบคำถามนี้ลองมาดูกันก่อนว่า การทำงานในแผนกเอกซเรย์นอกเหนือจากการสร้างภาพหรือถ่ายภาพทางรังสีแล้ว มีอะไรที่เราต้องทำกันอีกนะครับจะไล่ไปคร่าวๆ นะครับ เช่นลงทะเบียนผู้ป่วย จัดการเกี่ยวกับผลการวินิจฉัยจากรังสีแพทย์โดยสามารถจัดเก็บ ดึงข้อมูลเก่าได้ จัดการกับการนัดหรือผู้ป่วยที่มารับการถ่ายภาพนะครับ ทีนี้ลองมาย้อนดูอดีตกันครับ HIS เกิดมาเกือบๆ จะ40 ปีกว่าแล้วนะครับที่ประเทศสหรัฐอเมริการ ใช้ในการเก็บข้อมูลผู้ป่วย ซึ่งเดิมนั้นแผนกรังสีฯ ยังไม่มีการสร้างภาพแบบดิจิตอลก็ใช้แบบฟิล์มเปียกกันเรื่อยมา ผลการรักษาก็เป็นกระดาษใส่แฟ้มกันแบบที่เราใช้กันมานะครับ แต่โรงพยาบาลต่างๆ ได้ติดตั้งระบบ HIS ใช้งานกันมานาน

พอเข้าสู่ยุคทองของ Digital Image ราว สิบกว่าปีที่ผ่านมา แผนกรังสีเริ่มผันตัวเองเข้าสู่ภาพแบบดิจิตอลแถมยังจะต้องมีการเก็บผลการ วินิจฉัยเป็นเอกสารอิเล็คทรอนิกส์นะครับ ก็เป็นปัญหาชวนปวดหัวว่าจะทำอย่างไรให้ระบบ HIS ครอบคลุมแผนกรังสีฯ จะไปแก้ฐานข้อมูล HIS หรือโปรแกรมซึ่งมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร ก็เหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตน เค้าก็เลยสร้างระบบ RIS หรือ Radiology Information System ขึ้นมาเพื่อรองรับการทำงานของแผนกรังสีต่อเชื่อมเข้าไปกับระบบ HIS เดิม เหมือนสร้างโปรแกรมใหม่แล้วปะเข้าไปกับระบบเดิมให้ใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน ร่วมกันได้   ที่นี้ปัญหาตามมาอีกคือ จะเชื่อมต่อกับระบบ HIS ระหว่างโรงพยาบาลหรือกับระบบ RIS คนละเจ้าได้อย่างไร เพราะละโรงพยาบาลเองก็มีระบบ HIS กันคนละระบบ แล้วจะคุยกันรู้เรื่องได้อย่างไร จึงเกิดมาตรฐาน HL7 ขึ้นมาไงละครับ เพื่อให้ HIS ของแต่ละโรงพยาบาลสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ ดังนั้น RIS ก็ได้ผลบุญโดยสามารถใช้ HL7 เชื่อมต่อกับระบบ HIS เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลได้นั่นเองครับ


ทีนี่มาถึงจุดสำคัญนะครับ ถามว่า เราควรจะมีอะไร หรืออะไรจำเป็นมากกว่ากันระหว่าง HIS/RIS นะครับ จากการมองอดีตเพื่อปัจจุบันต่อไปถึงอนาคตนั้น RIS เกิดขึ้นเพราะคนสร้าง HIS ไม่ได้วางแผนเผื่อไว้ตั้งแต่แรก ดังนั้นถ้าตอนนี้คุณมีโอกาสจะติดตั้ง HIS ซึ่งในปัจจุบันส่วนใหญ่จะมี RIS อยู่ด้วย ก็เลือกเอาอันที่รองรับการทำงานของแผนกรังสี หรือพูดง่ายๆ ที่รวม RIS เข้าไว้ด้วยเลยไม่ดีกว่าหรือครับ ทำไมจะต้องไปตามรอยที่ผิดพลาดของฝรั่งตั้งแต่แรก ที่ต้องมาสร้าง RIS เอาเองทีหลัง เพราะมันไม่ง่ายนะครับ ที่จะต้องมาดูแลระบบคนละระบบคนละเจ้า ต้องมาทดสอบความเข้ากันได้ของ HL7 ว่าคุยกันรู้เรื่องหรือไม่ และถ้าวันดีคืนดีมีปัญหาเกิดขึ้น จะไปโทษระบบไหนดี HIS หรือ RIS ดังนั้น เอาแบบที่มันรวมไปเลยดีกว่าครับสะดวกประหยัดและคุ้มกว่า ส่วนเรื่องทางเศษฐศาสตร์นั้น ไม่ต้องพูดถึงเพราะ HIS มี แนวโน้มที่จะนำเงินเข้าองค์กรของท่านมากกว่า เพราะระบบสามารถจัดการเรื่องการเงินทำให้เก็บเงินได้เต็มเม็ด เต็มหน่วย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ รพ.ต่างๆ เลือกที่จะลงระบบ HIS ที่มี RIS ด้วยในตัว เพราะคุ้มกว่า ดีกว่ามาลง RIS แยก เพราะบริหารจัดการยากครับ


เอกสารอ่านประกอบ
http://en.wikipedia.org/wiki/Mycin
http://en.wikipedia.org/wiki/Hospital_information_system
http://en.wikipedia.org/wiki/Radiology_information_system

*บทความข้างต้นเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน