เปลือยความสุข (30) : ยังไงก็ขอบวช บวชแล้วกลับมาจำวัดที่บ้านก็ได้


บางที ในโลกของเด็ก เหตุผลบางประการก็ไม่จำเป็นที่จะต้องหยิบมาถกคิดและประเมินค่าอะไรให้มากเหมือนโลกของผู้ใหญ่อย่างเราๆ

อันที่จริง เดือนมีนาคมที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ 
ผมมีโปรแกรมอันสำคัญที่สุดอีกโปรแกรมหนึ่ง นั่นคือ การเดินทางไปกระบี่เพื่อร่วมวงเฮฮาศาสตร์ ครั้งที่ ๘ โดยเบื้องต้นก็ตระเตรียมอะไรต่อมิอะไรอย่างชัดเจน 

 

แต่ใครจะคาดคิดว่า เอาเข้าจริง  ผมก็ ตกขบวนแห่งความฝัน นั้นอีกครั้ง  เพราะบังเอิญมีโปรแกรมใหม่ผุดขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ซึ่งนั่นก็คือการบวชเณรของน้องดิน นั่นเอง

 

ด้วยเหตุนี้  ผมจึงจำต้องยกเลิกแผนการเดินทางแบบติดจรวด  พลอยให้ผมรู้สึกผิดอย่างมากโข  ทำได้ดีที่สุดก็คือการยกหูบอกข่าวผ่านไปยัง พี่ราณี- พี่สาวผู้อาทรต่อผมเสมอมา

 

แต่พอถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๒  โปรแกรมการบวชภาคฤดูร้อนก็พลิกผันไปอีกครั้ง  โดยพ่อของผมบอกกล่าวอย่างละเมียดละไมว่า ...ไม่อยากให้น้องดินบวชเณรเท่าไรนัก  เนื่องจากครั้งนี้  เป็นการไปจำวัดอยู่นอกหมู่บ้าน-ห่างจากบ้านเกิดของผมในราวๆ ๑๐ กิโลเมตร  นับระยะทางไปกลับก็ไม่ต่ำกว่า ๒๐ กิโลเมตรเลยทีเดียว...

 

อีกทั้งการบวชครั้งนี้ก็ไม่มีเด็กๆ จากหมู่บ้านเดียวกันเข้าร่วมบรรพชาหมู่เลยสักคนเดียว  สามเณรจำนวน ๒๖ รูป ล้วนมาจากหมู่บ้านอื่นๆ ที่น้องดินไม่เคยรู้จักมักคุ้นใดๆ มาก่อน  มิหนำซ้ำ พ่อก็ลำบากที่จะไปนอนค้างเป็นเพื่อน  -

 

ดังนั้น  พ่อจึงอาสาเป็นผู้เจรจาความกับน้องดิน  โดยเบื้องต้นนั้น น้องดินต่อรองว่า ยังไงก็ขอบวชบวชแล้วกลับมาจำวัดที่บ้านก็ได้ 


 

สัมผัสแรกที่เห็นลูกเณรในอริยาบทการเตรียมตัวลงจากรถหกล้อ


นั่นคือ  สิ่งที่น้องดินสะท้อนเจตนารมณ์ของตนเองสื่อสารกับมายังผู้เป็นปู่ 
แต่ท้ายที่สุดแล้ว  น้องดินก็จำยอมด้วยเหตุผล  อย่างน้อยก็คงพอเข้าใจได้บ้างว่ามีอะไรเป็นอุปสรรคบ้าง หรืออย่างน้อยก็คงสงสารที่ปู่จะต้องเดินทางไปกลับระหว่างวัดกับหมู่บ้านอย่างแสนหนักก็เป็นได้เหมือนกัน  จึงจำต้องตกปากรับคำของปู่อย่างว่าง่าย ว่า
จะไม่บวช ...

 

การตัดสินใจดังกล่าว  ส่งผลให้น้องดินไม่สามารถบวชเณรได้ตามเจตนารมณ์ของตัวเอง  แต่ก็ไม่มีอาการตีโพยตีพายใดๆ ให้ปู่ต้องทุกข์ร้อนใจเลยแม้แต่น้อย  ตรงกันข้าม  กลับย้ำให้ฝากจีวร ย่ามและเครื่องบวชต่างๆ ไว้ที่วัดดังเดิม  โดยไม่ยอมให้ขนกลับมาเก็บไว้ที่บ้าน (ราวกับคิด หรือรู้สึกอะไรสักอย่าง ซึ่งผมเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน)

 

ถัดจากวันนั้นเพียงวันเดียว  ญาติผู้ใหญ่อีกท่านของผมก็สิ้นลมลงอย่างสงบ  พ่อของผมจึงบอกข่าวให้น้องดินได้รับรู้และชวนให้บวชหน้าไฟให้กับญาติผู้ใหญ่ท่านนั้น
     -  ซึ่งน้องดินก็ตอบรับโดยไม่อิดออด  และพอบวชเสร็จ  คนอื่นๆ ก็ลาสิกขากันหมด  ส่วนน้องดินนั้น ยืนกรานแน่นหนักว่า
จะยังบวชต่อไปเรื่อยๆ ..จะสึกก็ตอนสงกรานต์โน่นแหละ ..

 

เช่นเดียวกัน  ก็ร้องขอที่จะไปจำวัดอยู่กับบรรดาสามเณรทั้งหลายที่บรรพชาในภาคฤดูร้อน  พร้อมๆ กับการกล่าวย้ำกับคุณปู่และคุณย่าอย่างแน่วแน่ว่า ไม่ต้องห่วง..ไม่ต้องตามไปนอนเป็นเพื่อน...ดินจะดูแลตัวเอง...

อาการปวดแสบปวดร้อนอันเป็นผลจากการสะพายถุงบาตร

 

ครับ นั่นคือบางห้วงตอนของเรื่องราวการบวชเณรอย่างเป็นทางการที่เกิดขึ้นกับน้องดิน 
การบวชครั้งนี้  หากไม่นับการบวชหน้าไฟ ๒ ครั้ง ก็ถือว่าเป็นการบวชภาคฤดูร้อนเป็นปีที่ ๓ ติดต่อกัน  เพียงแต่ปีนี้ อะไรต่อมิอะไรดูจะแตกต่างไปจากทุกครั้งอย่างเห็นได้ชัด
  เป็นต้นว่า 

-         น้องดิน ต้องดูแลตัวเอง โดยปราศจากคุณปู่ไปนอนค้างเป็นเพื่อนที่วัด

-         น้องดิน ต้องตื่นตี ๓ เพื่อทำวัตรเช้าร่วมกับพระสงฆ์และสามเณรอื่นๆ อย่างไม่มีข้อแม้

-         น้องดิน ต้องออกบิณฑบาตร่วมกับพระสงฆ์และสามเณรตามหมู่บ้านทั้งใกล้และไกล

-         น้องดิน ต้องทำวัตรเย็นและร่วมกิจกรรมต่างๆ อย่างไม่มีข้อยกเว้น ฯลฯ

 


ผมไม่รู้จะบอกกล่าวอะไรกับลูกเณรดี  เพราะผมคิดว่าลูกเณรยังเด็กเกินกว่าที่จะเรียนรู้อะไรๆ ผ่านโลกแห่งธรรมะในวิถีที่ตนเองได้เลือกแล้วอย่างแน่วแน่  และผมก็ไม่กล้าพอที่จะหยั่งคิดว่า  การตัดสินใจของลูกเณรนั้น แท้ที่จริงแล้ว  มีอะไรเป็นปัจจัยหนุนนำให้ตัดสินใจเช่นนั้นบ้าง 
    -  เพราะบางที  ในโลกของเด็ก  เหตุผลบางประการก็ไม่จำเป็นที่จะต้องหยิบมาถกคิดและประเมินค่าอะไรให้มากเหมือนโลกของผู้ใหญ่อย่างเราๆ เสมอไป  (ที่มักถามถึงเหตุผล แต่สุดท้ายก็ค้นไม่พบความเป็นเหตุผลเหล่านั้นอย่างที่ควรจะเป็น)

 

และผมก็เชื่อว่า  ลูกเณรในวัยเพียง ๗ ขวบต้นๆ เช่นนี้  ก็คงยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่า ธรรมะ  คืออะไร  หรือควรละเว้นอะไรบ้าง 
    -  ที่ผมสอนๆ อยู่นี้ ผมก็เพียงย้ำให้ลูกๆ รู้ถึงสิ่งที่เรียกว่า ..บุญ-บาป ...พร้อมๆ กับการสอดแทรกเรื่องเล่าในวิถีเดิมๆ ของชีวิตให้เขาได้จดจำ ผ่านเรื่องเล่าที่เป็นวรรณคดี  นิทาน คำสอน และตำนานปรัมปราของชาวบ้านเท่านั้นเอง

 

สิ่งที่ผมเล่า กลายเป็นนิทานก่อนนอนสำหรับลูกๆ  บางเรื่องสนุกขบขัน หัวเราะท้องขดท้องแข็ง แต่บางเรื่องก็ชวนเกรงๆ กลัวๆ สลับกันไป  แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นเรื่องบุญๆ บาปๆ ..โดยทิ้งปมไว้ว่า เรื่องเหล่านี้ให้กลับไปถามคุณปู่คุณย่าดูนะ... 
     -  พอถึงห้วงปิดเทอม คุณปู่คุณย่าก็จำต้องพลิกตำราออกมาเล่าขยายความกันยกใหญ่  บางทียังเห็นว่า สอนคาถาอาคมการเป็น
นายฮ้อย  ให้หลานๆ ด้วยก็มี
     -  สอนคาถาป้องกันผีก็บ่อยไป ...
จนปัจจุบัน ลูกๆ รู้เรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบของวรรณกรรมพื้นบ้านไทยอย่างครบครัน อาทิ  ขุนช้างขุนแผน  ปลาบู่ทอง รามเกียรติ์  ไกรทอง บางระจัน  เซียงเมี่ยง  คาวีหลวิชัย  ฯลฯ

 

ผมไม่เคยรู้สึกผิดเลยที่นำลูกๆ ไปฝากให้พ่อกับแม่ช่วยเลี้ยงในช่วงปิดเทอม  ถึงแม้บ้านเกิดของผม  จะห่างไกลนักจากตัวเมือง  ไม่มีห้างสรรพสินค้าหรู ไม่มีโรงหนังและร้านวีดีโอให้ลูกๆ ได้ดูได้เช่า...

แต่ผมเชื่อในพลังของหมู่บ้านว่าเต็มไปด้วยพื้นที่แห่งคุณภาพที่พร้อมจะเพาะบ่มให้พวกเขาเข้มแข็งและเข้าใจอะไรบางอย่างของชีวิตได้ไม่แพ้เด็กๆ ในตัวเมือง

ผมเชื่อว่า แปลงผักเล็กๆ ที่ติดกับตัวบ้านที่แม่ปลูกไว้  จะเป็นพื้นที่อันดีงามของการเรียนรู้ของลูกๆ
ผมเชื่อว่า  ต้นขี้เหล็กหน้าบ้านอันร่มรื่น  จะช่วยให้ลูกๆ เห็นความสำคัญของสีเขียวของโลกใบเล็ก

ผมเชื่อว่า ต้นกระถินริมรั้วบ้าน จะช่วยให้ลูกๆ เข้าใจถึงสายสัมพันธ์ของการแบ่งปันฉันเพื่อนบ้าน 
และผมก็เชื่อว่า  ..วัดในหมู่บ้าน  เป็นอีกโรงเรียนแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยห้องเรียนอันมหึมาของการเรียนรู้

และที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ก็คือ 
     -   ผมเชื่อว่า  ทุกๆ เรื่องราวของหมู่บ้านในชนบท จะสอนให้ลูกๆ อบอุ่นและกล้าพอที่จะเลือกเส้นทางชีวิตของตนเอง 
     -    และให้ความเคารพต่อ
รากเหง้า  ของตนเองอย่างไม่เสแสร้ง !

ยามว่าง นั่งอ่านหนังสือการ์ตูนธรรมะที่โยมแม่นำไปถวาย..

 

แต่สำหรับวิถีที่น้องดินได้เลือกเข้าสู่การเป็นสามเณรนั้น  ผมเองก็ยังไม่กล้าสรุปอะไรไปมากกว่านี้  เพราะวันนี้เขายังเด็กเกินไป ...เด็กเกินกว่าการใช้โลกทัศน์ของผมไปวิเคราะห์ แต่ที่ไม่กังขาเลยก็คือ ตอนนี้...ลูกเณรมีความสุขกับวิถีที่ตนเองได้เลือก..

 

ซึ่งทั้งผมและคนในครอบครัว ก็สุขไม่แพ้กัน

เด็กวัด ที่ไม่ยอมบวชเพราะเสียดาย "จุก" แต่รบเร้าไปหา "พี่เณร" ทุกวัน

...

๕ เมษายน
วัดไชยาราม
โคกนางาม
กาฬสินธุ์

หมายเลขบันทึก: 254135เขียนเมื่อ 7 เมษายน 2009 20:35 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 20:34 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (64)

มาอ่านเรื่องราวแห่งความสุขอีกครั้งครับ...

ขอบคุณครับผม...

สวัสดีค่ะคุณพนัส...

เณร...ท่านมาทำตามเหตุปัจจัยที่ท่านเคยกำหนดไว้

ทุกอย่างมีที่มาที่ไป ของสภาวะสิ่งที่เกิดขึ้น...

ขออนุโมทนาสาธุ...ต่อศรัทธาที่เณรมีต่อเส้นทางสายนี้นะคะ

(^___^)

"มีสิ่งนี้...จึงได้มีสิ่งนี้" ประเสริฐที่สุดของการได้เกิดสำหรับเณรที่แน่วแน่และศรัทธา

สวัสดีค่ะ

  • ขออนุโมทนาสาธุ...ต่อหลานเณรด้วยนะคะ
  • นับว่าเป็นกุศลผลบุญของบุพการี
  • หลานเณรมีห้องเรียนพิเศษที่ยิ่งใหญ่มาก
  • อยู่ใกล้แค่นี้....โยมป้าจะหาโอกาสไปทำบุญสักวันนะคะ

แถมให้ป้าแดง..อีกสักภาพสองภาพ ครับ

  • สวัสดีค่ะ
  • เห็นภาพแล้ว  อ่านตัวอักษรแล้ว
  • รู้สึกชื่นใจ อิ่มเอิบใจแทน คุณพ่อ คุณแม่ และคุณปู่ค่ะ
  • ของอนุโมทนาบุญด้วยนะคะ
  • ครูอิงมีลูกชาย 2 คน ขอให้เขาบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน
  • ไม่เคยประสบผลสำเร็จเลยค่ะ
  • ก็ไม่ฝืนเค้านะคะ เรื่องแบบนี้ฝืนกันไม่ได้
  • แต่อ่านเรื่องของสามเณรน้องดินแล้ว มีความสุขจริง  ๆ ค่ะ
  • ขอนำภาพนี้ฝากเพื่อนและลูกชายหน่อยนะคะ

สวัสดีค่ะ

  • ขออนุโมทนาสาธุ...ต่อหลานเณรด้วยนะคะ
  • นับว่าเป็นกุศลผลบุญของบุพการี
  • หลานเณรมีห้องเรียนพิเศษที่ยิ่งใหญ่มาก
  • อยู่ใกล้แค่นี้....โยมป้าจะหาโอกาสไปทำบุญสักวันนะคะ

อาจารย์แผ่นดินคะ

ฝากบอกบุญมายังอาจารย์  คุณอิงจันทร์ 

...เผื่อปีหน้า...หรือปีต่อๆ ไป ค่ะ

วัดนี้  อยู่บนยอดเขาภูสิงห์  อ.สหัสขันธ์  จ.กาฬสินธุ์  แดนดินถิ่นไดโนเสาร์  ลองเข้าไปชมเว็บไซต์ดูนะคะhttp://buddhawas.exteen.com/

มาอีกรอบครับ...

อาจูฝากอนุโมทนา สาธุมาด้วยครับผม...

สวัสดีค่ะ คุณแผ่นดิน

  • เข้ามาแล้วได้ซึมซาบความลึกซึ้งของความรักในครอบครัว
  • ชอบความคิดที่มีต่อ ความเข้าใจและให้เกียรติต่อการตัดสินใจของลูกน้อย
  • ชื่นชมความมุ่งมั่นตั้งใจของเณรน้อย
  • และแอบชมชอบภาพถ่ายที่มีชีวิตชีวา...ดุจสายตาของพ่อที่เพ่งมองไปยังเณรลูกชาย
    ด้วยความสุขในจิตใจ

ขอบคุณค่ะ สำหรับการเล่าเรื่องดีๆ ให้กับคนที่ไม่มีลูก/หลานชาย.

  • อนุโมทนาและยินดีด้วย
  • ในชีวิตของลูกผู้ชาย ต้องบวชสักครั้ง ถึงจะได้เป็นบัณฑิต(อ้ายทิด)
  • ขอบคุณ

สวัสดีครับ...Mr.Direct

ในวันที่ผมเดินทางกลับมายังมหาสารคาม ลูกเณรย้ำว่าให้นำภาพมาฝากชาวบล็อกให้ครบ เอ่ยชื่อมาหลายคน  แน่นอนครับมีชื่อลุงดิเรกและอาจูของเณรด้วย

มีอยู่วันหนึ่ง ลูกเณรบอกว่า กำลังเก็บเงิน และเก็บได้เป็นร้อยแล้ว  จะเอาเงินที่ได้นี้ไปซื้อรั้วมาล้อมที่นาไว้ปลูกบ้าน

ผมฟังแล้ว ก็มีอันน้ำตาจะไหลให้ได้...

....

ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ.Ka-Poom

ผมเองก็เคยคุยกับเพื่อนชีวิตอยู่บ่อยๆ ว่า  หากลูกเณรโตขึ้นแล้วตัดสินใจที่จะบวช หรือเลือกที่จะบวชเรียน- เราจะทำยังไงดี

สุดท้าย เราก็ลงความเห็นร่วมกันว่า ..สุดแท้แต่การตัดสินใจของลูก ซึ่งบางทีอาจจะหมายถึงแนวคิดนี้ด้วยเช่นกัน ครับ...

มีสิ่งนี้...จึงได้มีสิ่งนี้

สวัสดีคะอาจารย์พนัส

ขออนุโมทนา ด้วยนะคะ

เด็กน้อยคนจะมีความคิดอย่างน้องดิน

อนุโมทนาครับ

ขอให้เจริญในธรรม

อิ่มเอมครับผม

ภาพสวยและคำบรรยายที่ทำให้อ่านเเล้วมีความสุข

:)

  • ตามมาอ่านเรื่องลูกเณรอีกค่ะ
  • ติดใจ คำบรรยายของพ่อเณร
  • เห็นภาพนี้แล้วคิดถึงสมัยก่อนเอาหลานชายไปบวช
  • นั่งฉันข้าวเจี๋ยมเจี้ยมกับเณรองค์อื่นๆ

ซาบซึ้งใจมากค่ะ เพราะการบวชและต้องปฏิบัติธรรม ต้องใช้พลังใจมาก เพราะต้องผ่านวิบากกรรมบางอย่าง น้องดินมีบุญมากที่สามารถทำได้ค่ะ

เป็นบุญของพ่อแม่และญาติพี่น้องแล้วค่ะ

 อนุโมทนา สาธุค่ะ

สวัสดีค่ะ

- ปลาบปลื้มยินดี ร่วมอนุโมทนาสาธุ ค่ะ

สวัสดีครับพี่แผ่นดิน
มาแวะดูภาพก่อนนะครับ รู้สึกดีจังเล้ย :) น่ารักมากๆครับ

เดี๋ยวกลับมาอ่านใหม่นะครับ เครื่องจะลงแล้ว

 

สวัสดีค่ะ คุณแผ่นดิน

ก็ถือว่าเป็นการแบ่งบุญกันนะคะ

ขอบคุณค่ะ

คงไม่ผิดจากคำทำนายของคนหลายๆคนบอกว่า ...

น้องดินนี่แหละจะเป็นคนเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ในอนาคต ...

ดูจากปัจจุบันเณรมีความคิดความอ่านเกินกว่าเด็ก 7 ขวบจริงๆ จากบางเรื่องราวที่ได้ยินมา...

เจ้าหัวจุกตัวอัวนกลมเชียว...อิอิอิ

คิดถึงเด็กน้อยสองคนจังเลย...

แผ่นดินอิสานคือแหล่งกำหนดของพระอริยะเจ้า

เณรดิน หน้าผากกว้าง หัวกลมโต ดูเหมือนอิคคิวซังเลยครับ : )

อ่านชื่อบันทึกแล้วงง

นึกว่าพี่แผ่นดินจะบวช

อิอิ นึกว่าพี่แผ่นดินยังอายุไม่ครบบวชส่ะอีก

ที่แท้ก็น้องดินนี่เอง

สาธุ

อนุโมทนาบุญกับครอบครัวตัวอย่าง...

ผมไม่มีลูก..แต่ก็อดปลื้มใจกับครอบครัวนี้ไม่ได้

น้ำตาซึมทุกครั้งที่สัมผัสความรักอันบริสุทธ์เช่นนี้...

ขอบคุณตัวอย่างดีดีครับอ้าย...

  • สาธุลูกเณร...
  • ซาบซึ้งในความมุ่งมั่นของลูกเณร...ค่ะ

สวัสดีค่ะ  คุณ แผ่นดิน

ไม่ต้องห่วง..ไม่ต้องตามไปนอนเป็นเพื่อน...ดินจะดูแลตัวเอง...”

Moon smiles on Venus&Jupiter  ขอร่วมอนุโมทนาบุญ กับครอบครัวของคุณแผ่นดิน และ เณรน้อย ด้วยค่ะ...  สาธุ...

พร้อมกันนี้ ก็ขอชื่นชม มรดก ที่น่าภาคภูมิใจ ของครอบครัวคุณ แผ่นดิน  ค่ะ

ขอให้มีความสุขใจ สบายกาย นะคะ      

อนุโมทนาสาธุกับความอดทน

และตั้งใจของหลานดิน..ในการ

สั่งสมสิ่งดีงามให้ชีวิต...

ธรรมรักษา..

 

 

 

สวัสดีค่ะ

  • ขอสาธุ...กับน้องเณรด้วยเจ้าค่ะ
  • ขอให้ธรรมะคุ้มครอง

ระวังเณรน้อยแอบฉันข้าวเย็นนะครับ

ต้มมาม่ายามดึก

อิอิ

                                        

ดีจังค่ะ  น่ารักจังเลยค่ะลูกเณร  แบบนี้ดีมากเลยได้รับอนุโมทนาบุญโดยถ้วนหน้ากัน....สาธุ  ขอให้มีความสุขเยอะนะค่ะ

                       

น้องโย่งP

ใช้ประสบการณ์เดิมของตัวเอง มาตัดสินหลานซะเเล้ว

แต่ผมก็เคยนะครับ ตอนเป็นเณรน้อย แอบฉันข้าวเย็น แอบหนีเที่ยว แอบต้มมาม่า 555 มีหมดเลยวีรกรรมแบบนี้

สวัสดีครับ..อ.อรวรรณ

ลูกเณรจะสึกวันที่ 11 เมษายนนี่แหละครับ  เพราะตั้งใจไว้อย่างนั้นจริงๆ  ปีที่แล้วต้องอ้อนให้สึก  เพราะหลังสงกรานต์ก็ยังไม่ยอมสึก 

แต่ปีนี้ไม่น่าจะคลาดเคลื่อน เพราะปกติแล้ว ลูกเณรเป็นคนมุ่งมั่นและจริงจังครับ  ตัดสินใจอะไรแล้ว ไม่ค่อยเปลี่ยนใจ..

ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ.อิงจันทร์

ผมเองก็ไม่แปลกใจหรอกนะครับกับการตัดสินใจของลูกในแต่ละปี  เพราะชอบในทางนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ..ชอบเล่นสมมุติเป็นพระเป็นเณรอยู่เนืองๆ อีกทั้งก็ชอบไปวัดกับคุณปู่คุณย่า หรือกระทั่งงานศพก็ไม่เว้นที่จะไปร่วม...

ขอเพียงลูกเลือกแล้วสุขใจกับวิถีเช่นนี้ ผมก็พลอยสุขใจไปด้วยครับ  วันนี้ยังเด็กเกินกว่าที่จะบอกได้ว่า "ได้อะไรบ้าง"  แต่ผมก็เชื่อว่า  สิ่งที่เลือกในวันนี้ จะเป็นต้นทุนที่ดีของการใช้ชีวิตในภายภาคหน้าต่อไปครับ

ขอบคุณครับ

สวัสดีค่ะ

***แวะมาชื่นชมสามเณรน้อย ที่ทำให้ยิ้มได้อย่างมีความสุข

***ขออนุโมทนา

สวัสดีครับ... อ.อรวรรณ

ภูสิงห์..สมัยเรียนที่โรงเรียนสหัสขันธ์ เคยเดินขึ้นสองถึงสามครั้งครับ เหนื่อยและสนุกไม่แพ้กัน  จากนั้นก็เป็นยุคถนนตัดขึ้นภูสิงห์  เคยพาเพื่อนชีวิตและลูกๆ ขึ้นไปกราบสักการะพระพรหมภูมิปาโลมาแล้วครั้งถึงสองครั้งได้

เป็นอีกความทรงจำหนึ่งที่ประทับใจไม่รู้ลืมครับ

สวัสดีครับ... Mr.Direct

สบายดีนะครับ..

ลูกเณรกำชับผมว่าให้บอกข่าวลุงดิเรก-อาจู (เรียกแบบนั้นครับ) พร้อมๆ กับให้เอารูปมาโชว์ด้วยเช่นกัน

หลานๆ คิดถึงเช่นกันครับ..

ถือว่าเอาบุญมาฝาก นะครับ

สวัสดีครับ...pis.ratana

ปีที่แล้ว แทบไม่มีภาพที่ลูกบวชนัก  เพราะไม่มีกล้อง

ปีนี้มีกล้องแล้ว แต่เจ้าตัวไม่ค่อยให้บันทึกภาพเสียเท่าไหร่-ออกอาการแบบเขินๆ ..จะจับต้องก็ไม่ค่อยได้ ..

ยายยังไม่ค่อยได้เข้าใกล้เลย..ส่วนใหญ่ลูกเณรใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนเณรด้วยกัน

ตอนนี้ผมเองก็คิดถึงลูกเสียเต็มประดาเลยครับ

เป็นภาพที่น่ารักและปลื้มใจของพ่อแม่

อนุโมทนาสาธุ..บุญด้วยค่ะ

สวัสดีค่ะ

มีลูกชายที่น่ารัก

มีปู่ย่าที่ใจดี

การได้เล่านิทานก่อนนอน

การได้ฟังเรื่องเล่าดีๆ

จะซึมซับเห็นบาปบุญคุณโทษ

และเชื่อว่าลูกเณรโตมาจะเป็นปราชญ์

คนหนึ่งเลยค่ะ(ตามโหงวเห้ง)

โชคดีค่ะ

สวัสดีค่ะ อาจารย์

ชมเณรว่าน่ารักได้ไหมคะ อิอิ

สวัสดีครับ.พี่ประกาย~natachoei ที่~natadee

ตอนนี้ลาสึกออกมาแล้วนะครับ..ตั้งใจสึกออกมาเล่นสงกรานต์โดยเฉพาะ แต่ปีที่แล้ว บวชยาว ไปสึกหลังสงกรานต์โน่นเลย..

ภาพนี้ เตรียมตัวตามขบวนแห่พระพุทธรูปและพระสงฆ์ไปที่วัดครับ.. รู้สึกจะเป็นวันที่สิบสองเมษายนนี่แหละ...เป็นช่วงเย็นๆ ที่ชาวบ้านได้รมกันเคลื่อนขบวนแห่จากท้ายหมู่บ้าน ผ่านตัวบ้านและไปยุติลงที่วัดตามวิถีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา

 

 

สวัสดีครับ. บีเวอร์

สบายดีนะครับ..ให้ถือซะว่า บันทึกนี้เป็นบันทึกบอกบุญมายังกัลยาณมิตรชาวบล็อก และขอให้ได้รับผลบุญนั้นๆ ร่วมกันนะครับ

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม นะครับ

คุณเอก  ครับ...(จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร)

ผมเองก็มีความสุขกับการได้เขียนเรื่องราวการบวชของลูก โตขึ้นคงจะดีมาก หากเขากลับมาอ่านเรื่องราวของตนเอง และเรื่องราวเหล่านี้คงพอเป็นพลังให้เขาได้ตระหนักถึงเส้นทางอันดีงามของชีวิตบ้างกระมัง ครับ

 

 

สวัสดีครับ พี่เขี้ยวมนัญญา ~ natachoei ( หน้าตาเฉย)

ปีที่แล้วเดินทางไกล ไปทางเรือ...เลยจำต้องนิมนต์ลูกเณรฉันเพลกันริมถนนเลยก็ว่าได้ครับ (ยโสธร-ร้อยเอ็ด)



สวัสดีครับ พี่ แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช

การบวชครั้งนี้ ลูกเณรคงได้เรียนรู้อะไรต่อมิอะไรด้วยตนเองหลายอย่าง เพราะหลักๆ คือการต้องดูแลตัวเอง ทำอะไรด้วยตัวเอง และอยู่ร่วมกับพระเณรที่ตนไม่คุ้นเคย

เป็นความท้าทายที่เชื่อว่า ลูกเณร ได้อะไรมากมาย  เพียงแต่ตอนนี้ยังเด็กเกินไป-เด็กเกินกว่าที่จะรู้ว่า ได้อะไรบางเท่านั้นเอง..

ขอบคุณครับ

 

สวัสดีครับ NU 11

ขอบคุณที่แวะมาร่วมทำบุญในบล็อกร่วมกันนะครับ..

ขอบคุณจากใจจริง อีกรอบ ครับ

สวัสดีครับ..เพชรน้อย

เป็นการตัดสินใจของลูก  และโดยธรรมชาติน้องดินก็เป็นคนที่มุ่งมั่นอยู่แล้ว คิดอะไรก็ตั้งใจทำให้ได้มาตั้งแต่เด็ก คราวนี้ยิ่งเห็นได้ชัดว่า เมื่อมีโอกาสที่จะบวช ก็คว้าโอกาสนั้น และต่อยอดไปตามที่ตนเองต้องการ

ปีหน้า ไม่รู้ลยว่า ยังจะมีวิธีคิดแบบนี้อีกหรือเปล่า.. ถึงตรงนั้นก็ค่อยว่ากันอีกรอบก็แล้วกัน..

ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ..adayday

ขอบคุณที่ติดตามบันทึกผมนะครับ..

ผมดีใจมากที่บันทึกของผม เป็นส่วนหนึ่งของความสุขที่ผู้อ่านได้รับ

ขอบคุณมากๆ ..ครับ

สวัสดีครับ... ภัทรานิษฐ์ เจริญธรรม

ใช่ครับ..
บันทึกนี้ โดยเจตนาแล้ว บ้านผม เอิ้นว่า  "เอาบุญมาฝาก" ครับ..

ขอบคุณครับ น้องนุ้ยcsmsu

ตอนบวชเณร น้องดินถามหานะว่า..ทำไมไม่ไปตักบาตร..

แต่ก็ตอบให้แล้วว่า ยุ่งๆ อยู่..

ตักบาตรในบล็อกก็ได้-ว่ามั๊ย

สวัสดีครับ  ต้นกล้า

หลานๆ ถามถึงบ่อยมากนะครับ..
ยังไงซะก็ขอให้ประสบความสำเร็จกับชีวิตและการงาน นะครับ

เป็นกำลังใจให้

สวัสดีครับ  น้องกอฯ
กอก้าน>>>ก้านกอ*:)*(แก๊งค์ก้านคอพับ)

พี่บวชทั้งพระทั้งเณรมาแล้วครับ..ครบตามหลักสูตร บวชก่อนเบียด..
วาระนี้เป็นวาระของลูกๆ ..ครับ

ปีนี้โชคดีมาก  แม่บ้านก็ไปเข้าวัดถือศีล  ลูกก็มาบวช....
พี่เลยพลอยอิ่มบุญไปด้วย

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม นะครับ-

เป็นกำลังใจให้

สวัสดีครับ..อ.ย่ามแดง

เรื่องค่ายไปถึงไหนแล้ว...พี่กำลังดูโปรแกรมนะ  เผื่อไปร่วมงานได้  มีอะไรให้ช่วยยกหูมาเลยครับ...ยินดีเสมอ

 

สวัสดีครับ.. อ.ลำดวน

น้องดิน มุ่งมั่นกับการบวชมาก และชัดเจนด้วยว่าจะบวชถึงวันที่เท่าไหร่..

พอครบกำหนดก็โทรมาเลยว่า "จะสึกแล้ว..."
ตอนนี้เลยเป็น "เซียงน้อย"  วิ่งๆ เดินๆ อยู่แถวๆ บ้านเกิดของผมนั่นแหละครับ

สวัสดีครับ.. Moon smiles on Venus&Jupiter

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมและร่วมทำบุญร่วมชาติ-ตักบาตรร่วมบล็อกด้วยกัน
ผมเองก็กำลังวิเคราะห์ดูว่า  ทำไมน้องดินชอบที่จะบวชในช่วงปิดเรียนนัก
ยิ่งปีนี้เห็นชัดเจนว่า มุ่งมั่น..เอามากๆ
ถึงขั้นอาสาที่จะดูแลตัวเอง โดยไม่ให้เป็นภาระของปู่..
ย่าต่างหากที่คิดถึงหลานทุกวัน
เพราะระยะทางไปกลับระหว่างบ้านกับวัดนั้นไกลมาก...
จึงไม่สะดวกที่จะไปตักบาตรในช่วงเช้า
อีกอย่าง..แม่ของผม ก็ต้องไปวัดที่บ้านในทุกเช้า
ภารกิจการไปตักบาตรที่วัดของลูกเณรจึงเป็นของพ่อไปโดยปริยาย...
แต่มีช่วงหนึ่งลูกเณรถามว่า "แม่ย่าไปไส..."
ผมก็บอกว่า "แม่ย่า..อยู่บ้าน ไปวัด..มาบ่ได่.."
ดีครับ..ลูกเณรเข้าใจได้อย่างไม่ยากเย็น

....

ขอบคุณครับ

 

กราบนมัสการ พระอาจารย์เตวิชโช

ปีนี้ น้องดินตั้งใจจะบวชอีกครั้ง  แต่ก็ไม่ได้บวช  เพราะคุณปู่เกรงว่าจะเป็นภาระของชาวบ้าน  เพราะวัดที่จัดกิจกรรมบรรพชาอยู่ห่างจากหมู่บ้านยิ่งกว่าปีที่แล้ว...

แต่ก็ไม่เป็นไรครับ  พูดกันด้วยเหตุด้วยผลรู้เรื่อง...ตอนนี้น้องดิน จึงใช้ชีวิตเป็นเด็กที่เล่นอยู่กับดินกับทรายและท้องนาอย่างเต็มที่ -

ถือว่า ได้เรียนรู้ไปในอีกมิติหนึ่ง...

...

 

สวัสดีครับ พี่ครูคิม

ปีนี้ โตขึ้นมากครับ..
ตอนนี้ ก็กินนอนอยู่ที่ทุ่งนากับปู่-ย่า
กระนั้น  แกก็ยังสนใจในเรื่องพิธีกรรมต่างๆ อยู่เหมือนเคย
แถมยังนำเอาพิธีกรรมต่างๆ ที่ว่านั้น มาเล่นกับเพื่อนๆ อีกต่างหาก

สิ่งเหล่านี้  ก็เป็นไปตามความสนใจของเขาเอง...
ผมไม่รีบเร่งที่จะให้เรียนพิเศษใดๆ มากนัก
เพราะเท่าที่ประเมินดู ผลการเรียนก็ดีเสมอต้นเสมอปลายมาโดยตลอด..
ตอนนี้ จึงปล่อยให้แกได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่กับบรรยากาศที่หมู่บ้าน

...ขอบคุณครับ

ครับ ออต

กลับมาค้นบันทึกเก่าๆ เสริมพลังตัวเอง เพราะกำลังคิดจะกลับไปเขียนเรื่องราวทำนองนี้อีก เก็บไว้นานแล้ว ไม่ได้สื่อสารและบันทึกเป็นจดหมายเหตุของลูกเลย...

กำลังเขียนหนังสือ "ส่งลูกไปเรียนพิเศษที่บ้านนอก"

 

ครับ ครูโย่ง

ช่วงนี้เห็นกระแสเณรน้อยสวดมนต์ปรากฏในสื่อ พลอยคิดถึงเรื่องราวของเด็กๆ เลยหันกลับมาซึมกับเรื่องพรรค์นี้อีกรอบ ..

 

พื้นที่ความสุขของอาจารย์คือการปลูกฝักรากแก้วในตัวคนที่อาจารย์รักมากที่สุดและเผื่อแผ่ไปถึงนักศึกษา ชุมชนรอบตัว อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ  เพราะเหตุนี้ จึงเกิดเหตุการณ์ตามไล่ล่าอาจารย์ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา นั่นเอง 5555 เกือบพลาดสิ่งดี ๆ ไปแล้วนะคะนี่  เสียดายแทนคนอ่านค่ะ 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี