เหตุการณ์ครั้งนี้ อาจถูกกำหนดให้ผู้เขียนเป็นคนฟังเพราะรู้ลักษณะโรคของผู้ป่วย และรู้บทบาทของตัวเอง แต่ถ้าเราคิดได้ กำหนดตัวเองได้อย่างนี้ทุกครั้ง ทุกสถานการณ์ คงดีไม่น้อย

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มีผู้ป่วยหญิงรายหนึ่งมีโรคประจำตัวเป็นคนอารมณ์แปรปรวน(Bipolar disorder) เข้านอนโรงพยาบาลด้วยเหตุว่าเต้านมเธออักเสบค่ะ แรกๆเธอก็พอควบคุมตัวเองได้ แต่หลังจากนอนรักษาในโรงพยาบาล 3-4 วัน โรคอารมณ์แปรปรวนของเธอกำเริบขึ้น กล่าวคือเธอจะเศร้า ร้องไห้ สลับกับพูดมากขึ้น เช่นคุยโทรศัพท์เป็นชั่วโมงๆ ...ผู้เขียนสังเกตเห็นว่าในแต่ละวันจะมีป้าคนหนึ่งซึ่งภายหลังผู้เขียนทราบจากผู้ป่วยว่าป้าคนนี้เคยอยู่ในบ้านกัลยาณมิตรด้วยกันกับผู้ป่วย ป้าจะมานั่งฟังผู้ป่วยรายนี้พูดอย่างสงบ เป็นชั่วโมงๆเช่นกัน เกือบทุกวันค่ะ

ผู้เขียนไม่แปลกใจที่ผู้ป่วยพูดได้ไม่หยุด เพราะเป็นลักษณะเฉพาะของโรค แต่ผู้เขียนทึ่ง  ที่ป้าท่านนี้นั่งฟังได้ยังไงเป็นชั่วโมงๆ โดยที่ไม่ได้พูดอะไรเลย ..

วันหนึ่งหลังจากประชุมเสร็จผู้เขียนต้องทำงาน(เข้าเวร)ต่อ .. แต่รู้สึกว่าจิตตัวเองไม่นิ่ง  มีบางสิ่งบางอย่างมากระทบ  แต่ทำงานได้  พอเริ่มงานได้สักพัก แม่ของผู้ป่วยรายนี้เข้ามาบอกผู้เขียนว่า ผู้ป่วยอาการจะกำเริบ อยากจะกรี๊ดร้อง..  อยากพบจิตแพทย์  ผู้เขียนรีบเข้าไปประเมินอาการทันทีในขณะเดียวกันก็ให้การช่วยเหลือไปด้วย โดย นั่งฟังเธอพูดอย่างตั้งใจ ..ประมาณ 1 ชั่วโมงผ่านไป เธอพูดโดยที่ผู้เขียนแทบไม่มีโอกาสพูดแทรกได้เลย กระทั่งพอมีโอกาสผู้เขียนจึงถามเธอว่า ดีขึ้นมั๊ยค่ะ ??  เธอบอกว่าดีขึ้น ..หลังจากนั้นเราจึงคุยกันได้ โดยที่ส่วนใหญ่เธอเป็นคนพูดและผู้เขียนเป็นคนฟัง...ประมาณอีก ครึ่งชั่วโมงต่อมา ผู้เขียนเห็นว่าเธอควบคุมตัวเองได้แล้ว  จึงขอจบการสนทนา. ผู้ป่วยก็คุยโทรศัพท์ต่อ..ส่วนผู้เขียนก็ไปทำงานอย่างอื่น  ..แต่ประหลาดใจอย่างยิ่งค่ะ .เพราะนอกจากผู้ป่วยจะดีขึ้นแล้ว.ความรู้สึกที่ไม่นิ่งของผู้เขียนก็หายไปด้วยค่ะ ..ผู้เขียนอดคิดไม่ได้ว่า..เอ๊ะ!!! ใครบำบัดใครกันแน่..??? เอิ๊กกกๆๆๆ

เหตุการณ์ครั้งนี้ อาจถูกกำหนดให้ผู้เขียนเป็นคนฟังเพราะรู้ลักษณะโรคของผู้ป่วย และรู้บทบาทของตัวเอง  แต่ถ้าเราคิดได้  กำหนดตัวเองได้อย่างนี้ทุกครั้ง ทุกสถานการณ์  คงดีไม่น้อยค่ะ...

สุดท้ายขอขอบคุณผู้ป่วย..ที่ให้โอกาสเราได้ฝึก..ค่ะ