วันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๐ เป็นวันประกาศปิดโรงเรียน และส่งนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และมีครูย้ายออก ๑ คน โรงเรียนได้จัดให้มีการเลี้ยงส่งที่ร้านอาหารในอำเภอ แยกย้ายกันกลับบ้าน ๒ กลุ่มคือกลุ่มครูที่มีบ้านอยู่ในอำเภอและมีบ้านอยู่ในตัวจังหวัด ฉันอยู่ในกลุ่มที่ ๒ ผู้อำนวยการโรงเรียนแวะมาดูที่โรงเรียนเวลา ๒๑.๒๐ น. ฉันจำเวลาได้แม่ยำ เพราะคาดคะเนเวลาที่ควรจะถึงบ้าน
คืนนั้นฉันไม่ได้นำโทรศัพท์เข้าห้องนอน เพราะเป็นเวลาที่สบายใจ เมื่อหน้าที่ได้สิ้นสุดไประยะหนึ่ง จึงนอนอย่างไร้กังวลใด ๆ ฉันได้ยินเสียงโทรศัพท์บ้านติด ๆ กันหลายครั้ง ด้วยความรำคาญจึงลุกออกมาดู และได้ยินเสียงมือถือทั้ง ๒ เลขหมายดังขึ้นพร้อมกัน
ผู้อำนวยการโรงเรียนโทรเข้ามาบอกว่า "ไฟไหม้โรงเรียน" ฉันวางโทรศัพท์ลงและหงุดหงิดเล็กน้อยเพราะเป็นเวลา ๒๔.๑๐ น. คิดว่า ผอ.คงไปทานอะไรต่อคงโทรมาหยอกล้อ จึงหยิบอีกเครื่องมาดูปรากฏว่ามีสายเรียกเข้า ๒๒ สาย และย้อนกลับดูเครื่องเดิม ไม่ได้รับ ๒๐ สายเช่นกัน
ขณะที่กำลังงงอยู่นั้น..ครูที่โรงเรียนมาจอดรถที่หน้าบ้านและโทรเข้ามาอีกบอกว่า "ออกมาเร็วไฟไหม้โรงเรียน ผอ. กำลังตามมา" พวกเราได้สติโทรตามให้ ผอ. นำรถมาจอดไว้และไปรถคันเดียวกัน


แต่ละคนนิ่งเงียบไม่มีใครพูดอะไรกัน เพียงแต่รับโทรศัพท์จากชาวบ้านเป็นระยะในการปลอบใจให้กำลังใจ เตือนว่าให้ขับรถกันอย่างระมัดระวัง พวกเราไปถึงโรงเรียนประมาณตี ๑ กว่า ปรากฏว่าไม่เหลืออะไรแล้ว เห็นแต่เสาไฟบางเสายังมีไฟลุกอยู่ ไม่รู้ใครเป็นใคร คิดอะไรไม่ออกลืมหมดทุกสิ่ง

พวกเรา รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองวิทยาการและทหาร ไม่มีใครได้นอนตลอดคืน ข้าวปลาอาหารลืมทั้งนั้น ยกเว้นใครคนใดคนหนึ่งจะถือแก้วน้ำหรือตักอาหารมาจ่อที่ปากของเพื่อน ๆ จึงถือว่าได้ทาน
ครูถูกสอบวันแล้ววันเล่าเป็นเดือน ๆ จนไม่ทราบจะบันทึกปากคำกันอย่างไร และที่คับข้องใจมากก็คือเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่บางท่าน บอกให้โรงเรียนรับสารภาพว่าเหตุเกิดเพราะไฟฟ้าลัดวงจร ทั้ง ๆ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองวิทยาการแจ้งแล้วเป็นเบื้องต้นว่าเกิดจากการกระทำของบุคคล ที่สำคัญโรงเรียนมีหลักฐานการสำรวจไฟฟ้าของหน่วยงานทหารช่างที่รับผิดชอบ


สื่อหลายฉบับประโคมข่าวว่า เป็นการลอบวางเพลิงโดยฝีมือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ที่สอบไม่ผ่าน ทำให้เด็ก ๆ นักเรียนถูกควบคุมตัวไปสอบปากคำ และสอบแล้วสอบอีก รวมทั้งนักเรียนรุ่นน้อง ๆที่อยู่ในโรงเรียนทั้งชายและหญิงก็ถูกสอบปากคำเช่นกัน (ช้ำเรื่องไฟไหม้ยังไม่พอ ยังถูกทับถมเรื่องเด็กนักเรียนถูกกล่าวหา .. หัวอกคนเป็นครู..ช้ำยิ่งกว่า..สื่อ.....ได้ตังค์)

เจ้าหน้าที่กองวิทยาการชี้สาเหตุว่า พบดินเปื้อนน้ำมันถึง ๖ จุด สอดคล้องกับชาวบ้านที่ไปหาปลาและเดินผ่านมาเห็นไฟลุกขึ้นด้านหลังของอาคารพร้อม ๆกัน และไหม้อย่างรวดเร็ว ประมาณ ๓๐ นาทีอาคารเรียนจึงมอดไปทั้งหลัง อาคารหลังนี้เป็นอาคารเรียนหลังแรกของโรงเรียนมีชั้นเดียวจำนวน ๖ ห้องเรียนสร้างขึ้นเมื่อ พศ.๒๕๑๗

ฝีมือใคร ?????นั่นนะสิคะ..ฝีมือใคร??
หลับฝันดีนะคะพี่คิมขา
ชื่นชมในความเสียสละ และแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์อันเลวร้ายนั้นด้วยครับ
ใจร้ายจังค่ะ คนทำ ช่างทำได้ค่ะ
ตั้งสติไว้ให้นิ่งก่อนครับ
สวัสดีค่ะน้องadd
เรืองราวบางเรื่อง ตอกย้ำเตือนสติครับ
สวัสดีค่ะท่าน- ประสิทธิ์ - หนูกุ้ง
สวัสดีค่ะน้อง♥.paula ที่ปรึกษาตัวน้อย✿
สวัสดีค่ะท่านรองฯsmall man~natadee
สวัสดีค่ะอาจารย์ JJ
สวัสดีค่ะครูคิม
หลายวันไม่ได้เข้าเน็ต วันนี่พอมีเวลา แวะมาอ่านบันทึกของครูคิมย้อนหลัง เรงเรียนของครูคิมอยู่พิษณุโลก แต่สถานการณ์เหมือนภาคใต้เลยนะคะ ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ
บางเรื่องลืมไม่ได้ แม้ว่าอยากจะลืม
เฮฮาศาสตร์จะไปใต้เมื่อไรเอ่ย?
ฮ้า..มีเรื่องอย่างนี้ที่วิทยสัมพันธ์ด้วยเหรอค่ะครู..
คิดเสียว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา..จะได้ไม่มีใครต้องเจ็บค่ะ..
เลือกจดจำ..บางเรื่องนะคะ..
ช่วงนี้ที่ขอนแก่นอากาศดี..ของป่าเยอะ..ทำงาน..ออกกำลังกาย กินแล้วก็นอนค่ะ
อ้อ..กล้วยไม้ที่ครูให้..แย่งกันออกดอกบานใหญ่เลยค่ะ..สำลักน้ำ(ใจ)
คิดถึงเสมอ..
สวัสดีค่ะครูคิมน้องรัก
สวัสดีค่ะ
11. ทิชาพร
สวัสดีค่ะคุณครู ป.1
จดจำสิ่งที่ดีๆค่ะ เป็นกำลังใจค่ะ
มาชม
ได้แต่อนิจจา
ส่งใจมาให้เป็นพลัง เพื่อก้าวต่อไปนะครับ