ช่วงนี้แม้งานจะค่อนข้างยุ่ง แต่ก็พยายามหาเวลาอ่านหนังสือ อย่างน้อยวันละ 1 หน้าก็ยังดี ก็เลยหาวิธีการต่างๆ ที่จะทำให้หนังสืออยู่ใกล้ๆ สามารถหยิบขึ้นมาอ่านได้สะดวก
ก็เอาหนังสือวางไว้ตามที่ต่างๆในบ้าน เช่น บนโต๊ะอาหาร หัวเตียง บนโต๊ะในห้องนอน ในห้องน้ำ บนโต๊ะทำงาน และใส่ในกระเป๋าเอกสาร
กว่าจะดำเนินการได้นี่ก็ต้องชี้แจงเหตุผลกับคุณแม่บ้าน เพราะเธอเห็นว่า ดูไม่เรียบร้อย เธออยากให้เก็บในตู้หนังสือมากกว่า อยากอ่านก็เอาออกมาอ่าน อ่านเสร็จก็เอาไปเก็บในตู้ตามเดิม ซึ่งก็เป็นไอเดียที่ดี แต่ไม่ได้ผลกับผมนะซิครับ สุดท้ายคุณแม่บ้านก็ยินยอมให้ผมทำตามแนวคิดดังกล่าว
ในบันทึกนี้ก็ขอบันทึกสิ่งที่ผมอ่านแล้วพบข้อความที่ชอบ และคิดว่าน่าสนใจมาก เป็นแนวคิดของญี่ปุ่นครับ เกี่ยวกับการทำธุรกิจและชีวิตการทำงานของชาวญี่ปุ่นเค้า
"Dr. James Harring เขียนไว้ในหนังสือของเขา..."The Improvement Process" ... ฉบับตีพิมพ์ในปี 1987 ชี้เน้นให้เห็นลักษณะการประกอบอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น หลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ญี่ปุ่นย้ำเน้นแนวทางสร้างสรรค์ทั้งในธุรกิจและชีวิตการงานของเขาด้วยแนวคิดเรียบง่ายแต่ได้ผลมหาศาลว่า
"We were not good enough, that we could be better"
"เรายังไม่ดีพอ แต่ใช่ว่า เราดีกว่าเดิมไม่ได้"
อ้างจาก "เอกสารประกอบการอบรมหลักสูตรศิลปการบริหารและการบังคับบัญชา รุ่นที่ 2" จัดทำโดย ฝ่ายส่งเสริมและการศึกษาต่อเนื่อง วิทยาเขตหาดใหญ่ สำนักส่งเสริมและการศึกษาต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็เป็นการกระตุ้นที่ดี
จริงๆแล้วในอิสลามได้พูดไว้นานแล้ว และผมก็ได้เขียนลงในบันทึกแล้วด้วย
ในหัวข้อ สองวันที่ไม่เท่ากัน ลองคลิ๊กดูเข้าเครื่อข่าวเดียวกันไหม
ครับ คงต้องช่วยกัน ทั้ง Leading และ Motivate อย่างต่อเนื่องครับ
แต่... การมีอยู่ กับการนำมาใช้ จนเกิดผล นั้นต่างกันนะครับ
แนวคิดนี้ผมเห็นว่าเป็นแนวคิดที่เป็นกลางๆ ที่ดีอันหนึ่งนะครับ
เป็นการกระตุ้นตัวเรา
แต่ยังต้องมีข้อแม้อีกอย่างหนึ่งว่าต้องเป็นเรื่องของการทำดีเท่านั้น
เพราะหากใช้แนวคิดนี้กับการทำสิ่งไม่ดี ก็จะเกิดสิ่งไม่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ
ผมจึงเห็นว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความดีนะครับ
ครับใช่ครับ "เรายังไม่ดีพอ แต่ใช่ว่า เราดีกว่าเดิมไม่ได้" เพราะการคิดว่า เราดีพอแล้วนั้น จะทำให้ "การพัฒนา" หยุดสดุดลง ขอบคุณมากครับท่านนพ.สาโรจน์ - สันตยากร