หลังจากได้อ่านหนังสือเรื่อง
The
Secret - Law of Attraction .ให้รู้สึกศรัทธาในธรรมะ
หลักธรรมชาติ หลักยึดแห่งจิต ... จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ...
ซึ่งสามารถเชื่อมโยงได้ ด้วยแนวคิด ที่เน้นพลัง
อานุภาพแห่ง/ความคิด มโนภาพ และ ความคาดหวัง ....
1. พลังความคิดเป็นสัญญาณ
ที่สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้
ทุกคนคือเสาส่งสัญญาณ
ซึ่งมีพลังเหนือสัญญาณอื่นๆ บนพื้นพิภพและจักรวาล
สามารกระจายคลื่นความถี่ของมนุษย์ จะสร้างชีวิตของแต่ละคนและสร้างโลก
... ในด้านความคิด ความคิดของมนุษย์ก่อตัวเป็นคลื่นความถี่
แล้วดึงดูดสิ่งทีเหมือนกัน
ซึ่งอยู่ในระดับคลื่นความถี่เดียวกัน
หากมนุษย์ต้องการจะเปลี่ยนอะไรก็ตามในชีวิตของตน
มนุษย์ต้องเปลี่ยนความถี่ด้วยการเปลี่ยนความคิดของตนเอง
แตงสั่นสะเทือนของพลังจิต คือคลื่นความถี่ที่มีความละเอียดสูงสุด
ด้วยเหตุนี้มันจึงพลังอานุภาพสูงสุดในบรรดาสรรพสิ่งที่ดำรงอยู่
สาเหตุเพียงประการเดียวที่คนเราไม่ได้สิ่งที่ตนเองต้องการ
ก็เพราะมัวคิดถึงสิ่งที่ตนเองไม่ต้องการ กฎแห่งแรงดึงดูด เป็น
กฎธรรมชาติ ไม่จำเพาะเจาะจงตัวบุคคล ไม่จำแนกดีชั่ว
หากแต่รับความคิดของคน แล้วสะท้อนความคิดนั้นกลับมา
ในรูปของประสบการณ์ชีวิต
2. กฎแห่งแรงดึงดูด คือ กฎแห่งการสร้าง
จักรวาลทั้งจักรวาลเกิดจากความคิด
ทุกคนสร้างชีวิตของตนเองผ่านการคิด และ กฎแห่งการดึงดูด
กฎไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะกับคนที่รู้ว่ากฎนี้มีอยู่
แต่กฎนี้ส่งผลต่อชีวิตของแต่ละคน และทุกๆ คนตลอดเวลา
เพราะฉะนั้นของให้ความคิดสุดท้ายก่อนหลับนอนของตน
เป็นความคิดดีๆ การสวดมนต์ แผ่เมตตา ทำสมาธิ เจริญภาวนา
ก็จะสามารถพลิกทุกสถานการณ์ และเหตุการณ์ต่างๆในชีวิต
ได้ด้วยการเปลี่ยนวิธิคิดของตนเอง ความคิดต่างๆ ควรอยู่บนพื้นฐานของ
ศีลธรรม คุณธรรม ที่ได้มาด้วยความยุติธรรม
ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น
วิธีหนึ่งที่คนเราจะควบคุมความคิดตนเองได้ คือ
การเรียนรู้ที่จะสงบสติอารมณ์ การทำสมาธิในชีวิตประจำวัน
อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เกิดพลังแห่ง สติปัญญา
ช่วยให้จิตใจสงบควบคุมความคิดได้ และยังช่วยฟื้นฟูร่างกายด้วย
แม้เพียงทำสมาธิเพียงวันละ ๓ ก็ถึง ๕ นาที
ก็สามารถช่วยควบคุมความคิดได้อย่างเหลือเชื่อ
แล้วเราก็สามารถมีพลังที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดก็ได้
เพราะตนเองเป็นผู้เลือกความคิด
เป็นผู้ที่รู้สึกถึงความรู้สึกของตนเอง
ตัวตนของเราคือพลังงานนิรันดร์ ซึ่งจะมีอยู่และเป็นอยู่ตลอดไป
อาจเพียงแค่เปลี่ยนรูปแบบไปเท่านั้น
แต่ไม่สามารถถูกทำลายได้
3.พลังความคิด กับความรัก การให้ และ
ความสำนึกรู้คุณ
ส่วนผสมระหว่างความคิดกับความรัก
สามารถสร้างพลังอันสุดต้านทานของกฎแห่งการดึงดูด
หากคนสามารถรักทุกสิ่งทุกอย่าง และรักทุกคนได้
ชีวิตของเราก็จะเปลี่ยนไป ยิ่งคนเรารู้สึกรัก
และส่งคลื่นความรักออกไปมากเท่าใด กฎแห่งการดึงดูด
และกฎแห่งความรักจะมีปฏิกิริยาตอบสนอง
เป็นพลังที่มีอานุภาพสูงสุดเกิดขึ้นมากเท่านั้น
คนเราจึงต้องทบทวนสิ่งต่างๆ ที่รู้สึกรักและขอบคุณ
ความสำนึกรู้คุณเป็นหนทางที่จะนำสิ่งต่างๆมาสู่ชีวิตตนมากขึ้น
คนจะได้อะไรมากกว่านี้ในไม่ช้า
หากเริ่มรู้สึกสำนึกในคุณค่าของสิ่งที่ตนเองมีอยู่แล้ว
เมื่อเราเริ่มรู้สึกสำนึกรู้คุณกับอะไรสักอย่างแล้ว
กฎแห่งแรงดึงดูดจะได้รับคลื่น และทำหน้าที่ดึงดูดสิ่งดีๆ
มาให้ตนเองอีก สิ่งดีๆทั้งปวงก็จะเป็นของตนเอง
เมื่อคนเราสร้างมโนภาพขึ้นแล้ว จะทุ่มเทความคิดไปที่ผลลัพธ์
ขั้นสุดท้ายเพียงอย่างเดียวเสมอ ซึ่งเป็นเคล็ดลับสำคัญแห่งความสำเร็จ
เราทุกคนมีอำนาจและโอกาส มากกว่าที่เราตระหนัก และ
การสร้างมโนภาพและจินตนาการคือหนึ่งในอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ...
ความสำเร็จมาจากข้างใน มิใช่มาจากข้างนอก ....
คนเราต้องเริ่มต้นด้วยการมองหา ความปิติจากภายใน
ความสงบและวิสัยทัศน์ภายในก่อน สิ่งภายนอกทั้งหลายจะปรากฏขึ้นได้
ทุกสิ่งที่คนเราต้องการเกิดจากใจของเราเอง
โลกภายนอกเป็นโลกแห่งผลลัพธ์
เป็นผลลัพธ์จากความคิดของคนและปรับความคิด ส่งคลื่นไปหาความสุข
ส่งกระจายความรู้สึกสุขใจยินดีจากข้างใน
ออกไปในห้วงจักรวาลอย่างเต็มพลัง
แล้วจะได้พบกับสวรรค์บนดินอย่างแท้จริง
ร่างกายของคนเรา คือผลผลิตแห่งความคิดของเรา
เราเริ่มเข้าใจแล้วว่า สภาพความรู้สึกนึกคิดและอารมณ์
คือตัวกำหนดทั่งโครงสร้างและการทำงานของร่างกาย
5.พลังความคิด
กับการดูแลตนเอง
เติมความรักให้แก่ตนเองให้เต็มปรี่
จนตนเองกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูด หากไม่เติมความรักให้ตนเองก่อน
ก็จะไม่มีอะไรเผื่อแผ่ให้คนอื่น เพราะฉะนั้นจะต้องดูแลสุขภาพตนเอง
สร้างความสุขให้ตนเองก่อน แล้วจะทำให้คนอื่นๆ
รู้สึกสุขใจที่ได้ใกล้ชิด และเป็นแบบอย่างให้เด็กๆ และคนทุกคน
ที่แวดล้อม เมื่อตนเองรู้สึกอิ่มใจ ไร้กังวลกับความสุขแล้ว
ไม่คิดมากเรื่องการให้
เพราะทุกอย่างจะปริ่มล้นออกมาได้เองโดยธรรมชาติ
เริ่มคิดถึงทุกสิ่งที่ดีงามเกี่ยวกับตนเอง มองหาด้านดีๆ
ที่เป็นบวกของตนเอง ในขณะที่ปรับศูนย์ความคิดไปที่สิ่งเหล่านั้น
กฎแห่งการดึงดูดจะทำให้มองเห็นข้อดีของตนเองมากขึ้น
ในเมื่อสามารถดึงดูดสิ่งที่ได้คิดได้ สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ
ตั้งหลักคิดเกี่ยวกับเรื่องดีๆ ของตนเองสักหนึ่งเรื่องอย่างต่อเนื่อง
จะเกิดความรู้สึกรัก และเคารพตนเองอย่างสร้างสรรค์
และรวมถึงรู้จักมีมุมมองสิ่งที่ตนเองชื่นชมในตัวผู้อื่นบ้าง
แล้วจะพบว่า การยอมรับและซาบซึ้งในข้อดีของอีกฝ่าย
ตนเองจะได้รับสิ่งนั้นมากขึ้นด้วย
มนุษย์เราทั้งหลายควรมุ่งคิดถึง แต่เรื่องของ ความเชื่อมั่น
ความไว้วางใจ การศึกษา ความรัก การใช้ชีวิตแบบสมบูรณ์พูนสุข และ
สันติภาพ
6.พลังความคิด
กับการเชื่อมโยงตนเองกับผู้อื่น
คนเราทั้งหมดล้วนสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน
แต่เรามองไม่เห็นในข้อนี้ ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ภายนอก กับ ภายใน
ทุกสิ่งในจักรวาลเชื่อมร้อยถึงกันหมด
และเราล้วนเป็นส่วนหนี่งของสนามพลังงานหนึ่งเดียว
หรือจิตสูงสุดหนึ่งเดียว หรือจิตสำนึกหนึ่งเดียว หรือ
แหล่งสร้างสรรค์หนึ่งเดียว จะเรียกว่าอะไรก็ตาม
เราล้วนเป็นหนึ่งเดียว
นำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตอย่างไร
๑. ในบทบาทของความเป็นมนุษย์
เป็นสัตว์สังคม
ที่ต้องมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นๆ เราต้องมีความรัก
ความปรารถนาดี มิตรภาพต่อกัน เราควรมีความรักในตนเองอย่างเต็มปรี่ก่อน
จนกลายเป็นแบบอย่าง เป็นแม่เหล็กดึงดูด ทำให้ผู้อื่นรู้สึกสุขใจ
อบอุ่น ที่ได้อยู่ใกล้ชิด
๒. ในทางพุทธศาสนา จิต มีคุณสมบัติ คอยควบคุม
อวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
และเป็นสิ่งที่เก็บข้อมูลทุกอย่างไว้ ดังนั้น จิตเป็นนาย
กายเป็นบ่าว
จากหนังสือ ปริศนาปรัชญาธรรม ของพระมหาดร. สุขพัฒน์ อนนท์จารย์
ได้ให้นิยามคำว่า จิต คือ
๒.๑ การที่จิตมีสภาพปกติ รู้การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์
๒.๒ เป็นสถานที่เก็บบาปและบุญ และบัญชาการของจิต
๒.๓ มีธรรมชาติ สร้างผลของกรรม
๒.๔ เป็นบ่อเกิดของศิลปะ อันงามวิจิตรทุกอย่างในโลก
๓. ดังนั้น การอาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ให้ช่วยดลบันดาลความสุข ความอยู่ดีกินดี
ความเจริญรุ่งเรือง และ ความสมบูรณ์พูนสุข ต่างๆ
จงเริ่มปลุกพลังแห่งการสรรเสริญเจริญพรในชีวิตของเรา ตั้งแต่บัดนี้
และให้พรแก่ทุกคน ทุกสิ่ง
คลื่นความถี่จะสะท้อนกลับมายังเราร้อยเท่าพันทวี
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะพุทธานุภาเวนะ
สะทาโสตถี ภะวันตุ เม
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะธัมมานุภาเวนะ
สะทาโสตถี ภะวันตุ เม
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะสังฆา นุภาเวนะ
สะทาโสตถี ภะวันตุ เม
ให้ทุกๆ ท่านมีจิตใจที่สุข สงบ เต็มเปี่ยมด้วยความเข้าใจ
ความรัก และความปรารถนา ความฝัน ที่สามารถสร้างให้เป็นจริงได้ ....
พระคุ้มครองค่ะ ....
ขอบคุณค่ะน้องปู ได้อ่านเรื่องดีดีนี้แล้วความสุขเขยิบขึ้นมาหลายขีดค่ะ
ส่งผ่านกระแสความคิด ความรักจากบ้านพี่ถึงน้องปูนะคะ หนึ่ง สอง สาม รับค่ะ ^^
พลังที่ปลุกความหวัง ทำให้ฉุกคิด เป็นพลังพิเศษ ช่วยให้จิตใจสดชื่น และฮึกเหิม
อิ อิ
สวัสดีค่ะน้องปูจ๋า ไม่เห็นกันนาน นึกว่าน้องปูเล่นน้ำ ตากลมทะเลจนเพลินไปแล้ว เห็นมวลดอกไม้ที่บ้านมากมาย บรรยากาศดีๆแล้วคิดถึงน้องปูทุกครั้ง ช่วงเดือนที่ผ่านมาไปเชียงใหม่มาสองครั้ง เดี๋ยวอีกสองสามวันก็จะไปอีกค่ะ เลยไม่ค่อยได้แวะไปเยี่ยมกันให้ทั่วถึง
ส่งดอกไม้มากำนัลน้องก่อนก็แล้วกัน
ขออนุโมทนา สาธุ..
แวะมาทักทายและเรียนรู้
ขอบคุณนะคะ
มีความสุขในทุกวี่วัน
มาชม เห็นปลายแสงส่องสาดทาบทาธรรมชาติสวยงามดีจัง
พรุ่งนี้ ผมต้องบรรยายครึ่งวัน และจัดกิจกรรมภาคปฏิบัติอีกครึ่งวันเต็มๆ ..
ยังนึกอะไรไม่ออกเลยครับ กำลังสงสัยว่า จะเล่าเรื่องอะไรดี
เริ่มคิดถึงทุกสิ่งที่ดีงามเกี่ยวกับตนเอง มองหาด้านดีๆ ที่เป็นบวกของตนเอง..
ขอบคุณครับ
อยากไปภูเก็ตอีกครั้งค่ะ
น้องปูจ๊ะ..
เล่มนี้พี่จัดเป็นหนังสือในดวงใจอีกเล่มเลยค่ะ..และพี่ก็เชื่อในทฤศฎีแรงดึงดูดนะคะ..
อีกอย่าง..พี่ลองพิสูจน์ดูก็ค่อนข้างจะเป็นจริง...
ไม่รู้น้องปูอ่าน เดอะท็อป ศีเครํตยังคะ..พี่จะบอกว่าชอบมากๆเลยค่ะง.อิงหลักธรรมะ เข้าใจง่าย..ใช้การอธิบายตามเหคชตุและผลดีพี่ชอบค่ะ..
แวะมาทักทายด้วยความคิดถึงมากถึงมากที่สุดจ้ะ...
^^
สวัสดีค่ะคุณPoo
มาด้วยแรงดึงดูด...ของความคิดถึงค่ะ
ห่างหายไป วิ่งตามรถไฟไม่ทัน จนไปตั้ง 500 ไมล์....^_^....
คิดถึงนะคะ
(^___^)
น้องปูคะ
มีความสุขมากที่ได้อ่านบทความนี้คะ
คิดถึงด้วยคะ
สวัสดีค่ะตอนเช้า
และนำความสดใสมาฝากค่ะ
บทความนี้ ดีมากเลยครับ นำมาใช้พัฒนาตัวเองได้เป็นอย่างดี
ขอบคุณมากครับ
คุณปูจ๊ะ...