จากข้อมูลที่ถูกนำเสนอผ่านทางสื่อต่างๆ พบว่าคนไทยอ่านหนังสือกันน้อยมาก สรุปง่ายๆ ก็คือคนไทยไม่ชอบการอ่านหนังสือ (จะชอบพูดชอบคุยเสียมากกว่าหรือเปล่าอันนี้ไม่อาจทราบได้) เป็นข้อมูลในภาพรวมนะครับ คนที่ชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจก็คงจะมีเยอะ แต่ก็คงไม่เยอะพอที่จะทำให้สถิติของการอ่านหนังสือในภาพรวมของประเทศสูงเพิ่มขึ้น
การอ่านหนังสือนั้น เป็นทางลัดในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองทางหนึ่ง ที่คนทำงานน่าจะนำมาถือปฏิบัติให้เป็นกิจวัตร คงไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติมถึงประโยชน์ของการอ่านเพราะทุกคนล้วนทราบกันอยู่แล้ว แต่การปฏิบัติต่างหากที่ส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยได้ทำกัน
การทำงานเป็นนักส่งเสริมการเกษตร หรืองานใดๆ ก็ตาม หลังจากที่เราเรียนจบจากสถาบันของเรา เราก็จะมีความรู้ติดตัวมาในระดับหนึ่ง หากว่าเราหยุดที่ศึกษา-เรียนรู้เพิ่มเติม (ไม่ว่าจากการดู การฟัง การปฏิบัติรวมไปถึงการอ่าน ฯลฯ) เมื่อเวลาผ่านไปความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นมาทุกๆ วัน เราก็จะตามไม่ทัน ความรู้ที่มีก็ไม่ทันสมัย ไม่เพียงพอที่จะใช้ในการทำงาน
นอกเหนือจากการอ่านแล้ว หนังสือหรือเรื่องที่อ่านก็มีความสำคัญ ควรเลือกอ่านที่เกี่ยวข้อง หรือมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงมาสู่งาน-กิจกรรมที่ทำให้เราพัฒนาตนเองทั้งในทางความคิด ยกระดับ ความรู้ความสามารถของเราไปในทางที่ดีขึ้น (ไม่ว่าจะทางกายหรือทางจิตใจ) ซึ่งมีอยู่แล้วมากมาย ทั้งในห้องสมุดต่างๆ ในหน่วยงาน ทางอินเตอร์เน็ต ฯลฯ
บันทึกมาเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
วีรยุทธ สมป่าสัก 3 มีนาคม 2552
น้องเหว่าเป็นอาจารย์แท้ๆ ยังถือว่าอ่านหนังสือน้อยมากเลยค่ะ อ่านเฉพาะที่ใช้ในงาน
อื่นๆ รอบตัวแทบไม่ได้อ่าน
มติชนสุดสัปดาห์ ซื้อมา อ่านทีละ 2 สัปดาห์ ใช้เวลาอ่านนานมากๆ
สวัสดีครับคุณ สิงห์ ป่าสัก อ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่ตอนนี้เวลามาเป็นตัวแปร
ขอบคุณที่มากระตุ้นการอ่านครับ
สวัสดีค่ะ
อ่านมากดีค่ะ อย่าลืมบอกต่อนะคะ(จำดีกว่าจด จำไม่หมดจดไว้จำ) สิงห์ป่าสักอีก 50ปี ข้างหน้าคอยนอน นั่ง หรือ มีไม้เท้าคำยันดุก็ได้ หากท่านเป็นที่ดีแบบนี้รับรองต้องผู้อ้างอิงถึงคุณชัวร์ๆๆๆๆ