การเดินทางขึ้นถึงจุดสูงที่สุด “สูงสุดแดนสยาม” ถือว่าเป็นเรื่องยากแล้ว เรากลับเจอสิ่งที่ยากยิ่งกว่าก็ตอนที่ต้องเดินทางกลับมาสู่ที่ตั้งเดิม เพราะมีปัจจัยมากมายที่แทรกซ้อนให้เราตัดใจบอกลาด้วยความยากลำบาก

 

เรา (ครูกั๊ต พี่สาวและผม) ออกจากถ้ำแก้วโกมลตอนบ่ายแก่มากแล้ว

ล้อรถหมุนกลับออกมาเส้นทางเดิม  เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 108 ถึงอำเภอแม่สะเรียงเลี้ยวซ้ายอีกที มุ่งหน้าอำเภอฮอด -> อำเภอจอมทอง

 

ผีเก็บผ้าอ้อมเข้าตู้หลังจากตะวันลับเหลี่ยมเขาไปนานแล้ว แต่ผมยังต้องนั่งหลังพวงมาลัยขับรถต่อ แต่โชคดีที่รถบนถนนไม่ค่อยหนาแน่น จึงขับได้สบายๆ ไม่เครียดมาก เข้าเขตอำเภอจอมทองก็มืด อาหารเย็นของเราก็ง่ายๆ คือ ก๋วยเตี๋ยวข้างทาง

 

วันรุ่งขึ้นเรายังอยู่บนเส้นทางหมายเลข 108 เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1009 (ชอบชื่อทางหลวงสองสายนี้มากเลยครับ 108-1009) แล้วเราก็ขับรถผ่านป้ายชื่อสำนักงานคุ้นๆ ใช่แล้ว office น้องตัวกลมอยู่ที่นี่เอง ถือโอกาสแวะไปชวนขึ้นดอยด้วยกันแต่น้องต้อมยังมีงานต้องเคลียร์ ไม่ร่วมทางขึ้นดอยไปพร้อมกัน เธอใจดีเหลือหลายรีบกุลีกุจอประสานที่พักในอุทยานฯ ให้ แล้วขึ้นดอยตามไปสมทบในช่วงเย็น

 

 > ที่เห็นลิบๆ เป็นแปลงไม้ตัดดอก

 

 ดอกไม้ควรคู่กับสาวงาม >

 

 

ฉากหน้าในภาพเป็นต้นนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระไทย เสียดายขณะที่เราไปมันกำลังรอเวลาออกดอก ซึ่งปกติจะออกดอกช่วงเดือน ธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ (คาดว่าตอนนี้กำลังออกดอกบานเต็มต้น)

 

เราได้ที่พักบนดอยผาตั้ง ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณสิบนาที เราชอบบรรยากาศและความเงียบของที่นี่มาก แต่กว่าจะค่ำยังมีเวลาอีกเยอะ เราจึงลงจากดอยผาตั้งไปเที่ยวกันก่อน

 

ขับรถมาไม่กี่นาที เจอหมอกลงจัดแถมด้วยสายฝนโปรยปราย ผมยังไม่คุ้นกับสภาพอากาศแบบนี้มาก่อน จึงต้องรีบหาที่จอดรถข้างทางเพื่อให้สายตาปรับสภาพให้ชินก่อน

 

 

 

ขับรถไปจนสุดทางหลวงสายพันเก้า ขึ้นไปสูดโอโซนให้ฉ่ำปอด ณ จุดสูงสุดแดนสยาม ที่ระดับความสูง 2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง..... ที่จอดรถกว้างขวางมาก แต่เวลานี้มีเราแค่  3 คนกับรถคันเดียวเท่านั้น จึงเก็บภาพเป็นที่ระทึกกันโดยไม่ต้องรอคิว

 

 

ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ "สวน 80 พรรษา" เดินชมดงเฟิร์นหลากหลายสายพันธุ์

 

 

 

การเดินทางขึ้นถึงจุดสูงที่สุด “สูงสุดแดนสยาม”ถือว่าเป็นเรื่องยากแล้ว เราเจอสิ่งที่ยากยิ่งกว่าก็ตอนที่ต้องเดินทางกลับมาสู่ที่ตั้งเดิม เพราะมีปัจจัยมากมายที่แทรกซ้อนให้เราตัดใจบอกลาด้วยความยากลำบาก

 

 

หลังอาหารมื้อกลางวันกับน้องต้อม หลังจากชมความงดงามของน้ำตกวชิรธารและน้ำตกแม่กลางแล้ว เราเดินทางออกจากจอมทองไปตามทางหลวงหมายเลข 108  (ขึ้นเหนือไปเชียงใหม่) เพียงแค่ 9 กิโลเมตรก็ถึงทางแยกขวาไปกิ่งอำเภอเวียงหนองล่อง (หมายเลข 1010) ซอกแซกผ่านหลายหมู่บ้านแต่ถนนโล่งดี ผ่านบ้านโฮ่ง อำเภอลี้ อำเภอเถิน (เลือกเส้นทางนี้ เพราะทราบมาว่าถ้าเราไปทางอำเภอดอยเต่าจะต้องผ่านถนนคดเคี้ยวอีกกว่าหนึ่งร้อยโค้ง..ผู้โดยสารไม่ไหวแล้วครับ)

 

 

ขากลับแวะพัก/เที่ยวเมืองเก่าสุโขทัยหนึ่งคืน แล้วไปไหว้พระพระพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก

 

....

 8 วัน 3 พันโค้งก็สิ้นสุดการเดินทางเพียงเท่านี้

สรุปการเดินทาง

  • จ่ายเงินค่าน้ำมันรถประมาณ 5 พันบาท (ไม่รวมค่าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องก่อนและหลังการเดินทางกับค่าซ่อมแซมช่วงล่างรถ)
  • ค่าที่พักไม่เป็นปัญหาเพราะเลือกราคาตามใจชอบได้
  • ก่อนออกเดินทางควรเตรียมพร้อมร่างกายและพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะตลอดเส้นทางสายนี้เป็นโค้งคดเคี้ยว (ถึงจะมีแค่สองโค้ง คือ ซ้ายกับขวา ก็สามารถเล่นงานเราให้ท้องไส้ปั่นป่วนได้พอสมควร)

 

หน้าร้อนนี้ท่านมีแผนการเดินทางไปเที่ยวหลบร้อนที่ไหนบ้างครับ

......เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก......