แต่เมื่อถึงวันหนึ่ง หมออนามัยก็ไม่มีที่จะยืน อย่างสง่าผ่าเผย ในวงราชการได้

  ใครนะ ช่างตั้งชื่อหัวข้อ ในรายการหนึ่งว่า "หมออนามัย ผู้ไร้วิชาชีพ" ..เสียดายที่ผู้เขียนไม่ได้ชม

 

แค่ชื่อนี้ก็สะดุดใจผู้เขียนมากแล้ว เนื่องจากตัวผู้เขียนเอง และหมออนามัยทั่วประเทศ ต่างก็คงมีความรู้สึกได้ถึงการได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ที่ไม่ได้มีความสำคัญต่อระบบการบริหารจัดการของนักปกครองนัก เพราะการปฏิรูประบบราชการแบบใหม่ ที่มีการปรับให้เข้าระบบแท่ง ระบบกรอบวิชาชีพ หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่จะเรียกกันในขณะนี้

 ก็มีการจัดข้าราชการเข้าระบบกันไป ทำให้ได้คำมาหลายคำ เช่น ระดับทั้วไป ชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ วิชาการ บริหาร ฯลฯ แต่เมื่อถึงอาชีพหมออนามัย ที่ถูกผลิตออกมาด้วยหลักสูตรเข้มข้น แต่ไม่ได้จบชั้นปริญญาตรี และภารกิจที่ได้รับ ก็มีตั้งแต่บริหารสถานีอนามัย เป็นผู้ให้การรักษา ป้องกัน ฟื้นฟู สร้างนำซ่อมสุขภาพ และอีกมากมาย ที่เป็นงานของสาธารณสุข แต่มาวันนี้ หมออนามัยถูกมองว่าไม่ใช่วิชาชีพ ไม่เหมือนกับแพทย์ พยาบาล นักวิชาการ ที่ทำงานในสถานีอนามัยด้วยกัน ทุกคนมีค่าวิชาชีพ ระดับค่าตอบแทน แตกต่างกันมาก แต่ภารหน้าที่ผู้จบหลักสูตรหมออนามัย ไม่ได้น้อยกว่าใครๆ โดยเฉพาะหัวหน้าสถานีอนามัย ผู้นำทีมงานทั้งหมด ให้ดำเนินงานไปตามที่กระทรวงสาธารณสุขต้องการทุกประการ ยังหาชื่อตำแหน่งให้ไม่ได้

  กับการทำงานที่อยู่กับชุมชนมานาน เมื่อแรกจบ ก็ต้องเข้าไปใช้ชีวิต ในชนบท บางพื้นที่กันดารมาก โอกาสจะออกมาศึกษาเล่าเรียนต่อ จึงทำได้น้อยกว่าอาชีพอื่นๆ ยิ่งสมัยก่อน การคมนาคมก็ไม่สะดวก แถมมีเจ้าหน้าที่คนเดียวอีก น่าสงสารหมออนามัย ที่เสียสละโอกาสที่ควรจะได้ มาอยู่กับชาวบ้าน ที่ลำบากยากแค้นเสมอมา ถึงจะภูมิใจ ความรู้ในหลักสูตรของเรา ทั้งทำคลอด ให้วัคซีน ควบคุมป้องกันโรค รักษาคนเจ็บป่วย และนำประชาชนสร้างสุขภาพ ก่อนจะเจ็บป่วย

 แต่เมื่อถึงวันหนึ่ง หมออนามัยก็ไม่มีที่จะยืน อย่างสง่าผ่าเผย ในวงราชการได้ ซัำยังไม่สามารถสังกัดในวิชาชีพใดได้อีกด้วย เราไม่ใช่ระดับผู้บริหาร ไม่ใช่คนสำคัญในสายตาของผู้บริหารระดับประเทศในเวลานี้

 ได้เคยบันทึกเรื่องราวของการทำงานของหมออนามัย มาหลายครั้งแล้ว วันนี้ ก็ยังอยากจะเล่าเรื่องของหมออนามัยอีก เพราะรักในอาชีพนี้ รักที่จะอยู่อย่างผู้ขาดแคลนในการทำงาน และคงได้อยู่ต่อไป อย่างคนไร้วิชาชีพค่ะ