ถึงดูไบแล้วครับ วีรกรรมวีรเวรของสองหนุ่มมากๆและคณะนักศึกษาเสริมสร้างสังคมสันติสุขรุ่นที่ ๑ ที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลฝ่าดงทะเลทรายไปยังประเทศอิหร่านและสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือดูไบ พวกเราเพิ่งเดินทางมาถึงดูไบเมื่อกี้นี้เอง พ่อครูบาบอกว่ากลัวลูกหลานและพี่น้องที่นี่เป็นห่วงก็จะหาทางเอาเรื่องขึ้นบล็อกให้ได้ แต่อยู่ที่อิหร่านจนปัญญาเพราะในโรงแรมมีบริการแต่ไม่มีภาษาไทยกลัวส่งข้อมูลแล้วญาติๆจะนึกว่าเราเก่งไปไม่กี่วันเขียนบันทึกเป็นภาษาเปอร์ซี(ภาษาทางการของอิหร่าน)ได้ อิอิ เอาละครับพ่อแม่พี่น้องตามมาสนุกกับเราได้ทั้งในบล็อกของอัยการชาวเกาะและของครูบาสุทธินันท์นะขอรับ
เราออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิตอนตีหนึ่งเศษ หลังจากที่ทัวร์นัดเราเจอกันที่สนามบินตอนสามทุ่ม แต่ผมต้องแหกขี้ตามาจากภูเก็ตตั้งแต่ ๖ โมงเย็น นั่งพูดคุยกันไปเดินไปเดินมา สาวของๆพวกเราก็ลองคลุมศีรษะกันดูเพราะเมื่อจะเข้าเตหะรานผู้หญิงทุกคนไม่ว่าชาติไหนก็ต้องคลุมศีรษะ

เดินไปเดินมาจนได้เวลาขึ้นเครื่อง บนเครื่องครูบานั่งแถวสหน้าผมหยิบหนังสือพิมพ์อิหร่านมาทำเท่ห์ ดูแต่รูป...ฮา.ก๊าก...

ตอนหลังถูกย้ายมานั่งขนาบหลวงพี่ติ๊กด้านหนึ่ง ผมขนาบอีกข้างหนึ่ง พอกำลังเคลิ้มหลับ แอร์ก็มาปลุกกินอาหารตอนตีสองครับพี่น้อง พวกเรารำคาญก็เลยซัดกันหมดบะหมี่ผัดหมดไป ๑ จาน ฮ่าๆ ส่วนหลวงพี่ติ๊กนั่งทำตาปริบๆ ไม่รู้จะทำไงได้ ก็เลยสั่งน้ำส้มมาถวาย แถมด้วย เซเว่นอัพอีก ๑ กระป๋อง นึกอยู่ในใจว่าบาปไหมตู กินยั่วพระอยู่ได้..อิอิ
ระหว่างเดินทางพวกเราดูหนังกันบ้าง เล่นเกมส์บ้าง หลับกันไปบ้าง ผมไม่ค่อยกล้าหลับเพราะชอบกรนกลัวกัปตันนึกว่ามีสิงโตคำรามบนเครื่อง แต่ก็วูบหลับจนได้เราไปถึงดูไบตอนมืดตีสี่กว่า แต่ยังต้องรอเครื่องไปเตหะรานตอนเวลา ๐๗.๕๕ น. ปรากฏว่าเวลาที่นี่ห่างกับเมืองไทย ๓ ชั่วโมง แสดงว่าเราได้เวลาเพิ่ม ๗ โมงเช้าจึงเท่ากับ ๑๑.๕๕ น.ของบ้านเรา มีหรือมาถึงดูไบแล้วจะอยู่เฉยๆเพราะสนามบินเขากว้างใหญ่ ว่ากันว่าคนออกแบบคือคนที่ออกแบบสนามบินสุวรรณภูมิ สังเกตุดูรูปทรงก็คล้ายๆกันมีโค้งๆ...นั่งหลับกันที่สนามบินกันไป ซื้อของกันไป หากาแฟกินกันไป ดูท่าทางหลวงพี่ติ๊กจะหิว ผมก็เลยไปหาซื้อขนมกับกาแฟมาถวาย ต้องไปเข้าแถวแลกเงินดูไบ แล้วมาเข้าแถวซื้อกาแฟกับขนม คิดเป็นเงินไทยก็ตกสองร้อยกว่าเกือบสามร้อย โอ้โฮเฮะ...จากนั้นเมื่อได้เวลาเราขึ้นเครื่อง แต่พอเครื่องออกได้แป๊บเดียวกินอีกแล้วครับพี่น้องเป็นอาหารเช้า แล้วเราก็หลับไปกันคุยกันไป แต่ส่วนใหญ่หลับเพราะเพลียจากการเดินทาง เราถึงสนามบินอิหม่ามโคมัยนี่ ซึ่งเป็นสนามบินใหม่ ผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองไม่ค่อยยุ่งยาก ถึงสนามบินตอนเวลา ๙.๓๕ น. ไปถึงโรงแรมที่พักก็เป็นเวลาบ่ายโมง เท่ากับบ้านเราคือ ๔ โมงเย็นเศษ กินอีกแล้วครับพี่น้องแต่เป็นการกินมื้อเที่ยงเมื่อเวลาสี่โมงเย็นของบ้านเรา เอาภาพมาให้ดูความงามของเตหะรานเพียงบางส่วนก่อนนะครับ

ทานข้าวเสร็จก็เช็คอิน ผมเตรียมตัวมาดีจึงมีปลั๊กไฟสำหรับใช้ที่อิหร่านแถมยังเอาสายต่อที่มีปลั๊กย่อยอีก ๓ ช่อง ครูบาจึงได้อาศัยชาร์ตแบตเพิ่ม จากนั้นเขาก็พาเราไปดูพิพิธภัณฑ์พรมเปอร์เซีย สวยงามมาก ไกด์เล่าว่าพรมบางผืนเด็กหญิงอายุ ๖-๗ ขวบเริ่มทอ และทอไปจนกระทั่งเป็นสาวจึงเสร็จพอแต่งงานก็จะเอาพรมไปขายมาเป็นรายได้ ผมสังเกตความละเอียดของพรมสวยมากถ่ายภาพมาฝากหลายภาพ

ในพิพิธภัณฑ์เขาห้ามใช้กล้องถ่ายรูปที่มีแฟลช แต่กล้องผมมีฟังชั่นดีพอสมควรจึงทำให้ได้ภาพงามๆในสายตาผมมาหลายภาพ พรมที่นี่เขาใช้เส้นไหมอิหร่านทอจะไม่ใช้ไหมจากที่อื่นมาทออย่างเด็ดขาด พรมที่ดีแม้บุหรี่ตกลงไปบนพรมก็จะไม่ไหม้ แต่ก็นั่นแหละพี่น้อง จะซื้อพรมมาทิ้งก้นบุหรี่หรือไง เขาอธิบายว่าพรมนั้นเขาดูที่ไหมที่ทอ ดูลวดลาย ดูที่ปมข้างผืนทองยิ่งปมมากก็ยิ่งแสดงถึงความละเอียดมาก ดูเวลา ยิ่งพรมมีอายุยาวนานเท่าไหร่ก็เหมือนเป็นมูลค่าเพิ่ม ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ
เสร็จแล้วมีเวลาเหลือเขาจึงพาเราไปทิ้งที่ห้างให้เดินช้อบปิ้งแต่ไม่ถูกใจโก๋เพราะไม่มีอะไรให้ซื้อเหมือนห้างบ้านเราสักเท่าไหร่ จากนั้นจึงขึ้นรถไปสถานฑูตไทยในเตหะราน เราได้พบกับท่านอุปฑูตเนื่องจากท่านเอกอัครราชฑูตไม่อยู่ไปราชการที่กทม. เราได้รับการพูดคุยพิเศษกับท่านอุปฑูต ตัวแทนจากปตท.ที่มาลงทุนสำรวจและขุดเจาะน้ำมัน และโครงการผลิตและนำเข้าแก๊ส ซึ่งพบว่าเป็นแก๊สซึ่งมีอยู่ประมาณ ๓๐ เปอร์เซนต์ของพื้นที่ที่ได้รับสัมปทาน กับตัวแทนจากกลุ่มปูนซิเมนต์ไทยซึ่งมีโครงการร่วมทุนผลิตเม็ดพลาสติก ผมๆได้สอบถามตัวแทนจากปตท.ว่าจริงที่คนอิหร่านจะเติมน้ำมันต้องจำกัดปริมาณแต่ราคาน้ำมันราคาถูกมากจริงๆ ลิตรหนึ่งตกประมาณ ๓ บาท เพราะรัฐจ่ายส่วนต่างค่ากลั่นน้ำมันให้ประชาชนแทน ผมเกิดความสงสัยว่าทำไมไม่กลั่นน้ำมันเองก็ในเมื่อดาวเทียมทำได้ ทำไมแค่โรงกลั่นน่าจะทำได้ ยังไม่มีเวลาถามคนอิหร่าน อิอิ.. แล้วเราย้ายเข้าไปนั่งโต๊ะวีไอพี ที่ทางสถาบันกำหนดตัวผู้ที่เข้านั่งไว้แล้วมีผมรวมอยู่ด้วย อาหารก็อร่อยดี ทานเสร็จ ไกด์พาเราไปฟันที่รานขายพรม อิอิ พรมของเขาสวยจริงแต่ราคาก็แพงเหมือนกัน ดูพรมดูข้าวของที่จตุรัสที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากเทียนอันเหมิน แล้วกลับโรงแรม แต่พวกเราหมดฤทธิ์แล้วครับต่างคนต่างแยกย้ายเข้าห้อง ไม่ได้ยินว่าใครไปต่อที่ไหนเลย อิอิ แถมมีบางคนไม่อาบน้ำด้วย ก๊าก...(โปรดติดตามตอนต่อไป และมีข่าวฝากจากพ่อครูบาถึงลูกสาว ใครไปรับพ่อที่สนามบินมีของฝาก....ถึงสุวรรณภูมิประมาณบ่ายโมงของวันที่ ๑๘ ก.พ. ไม่ไปรับอดของฝาก กิ๊วๆๆ)
สวัสดีครับท่าน อัยการ
ขอติดตามพ่อครูบา ไปเตหะราน ผ่านท่านอัยการด้วยครับ
ขอบคุณครับท่าน ขอตอนต่อไปด้วยครับ
"..พรมบางผืนเด็กหญิงอายุ ๖-๗ ขวบเริ่มทอ และทอไปจนกระทั่งเป็นสาวจึงเสร็จพอแต่งงานก็จะเอาพรมไปขายมาเป็นรายได้"
เป็นเด็กก็คิดเศรษฐกิจแล้วนะครับท่านอัยการ
ขอบคุณครับ เล่าสนุกจังเหมือนอยู่ในสถานการณ์ด้วย (โดยไม่ต้องเหนื่อยด้วย :)
รูปเพิ่งมา กำลังคิดว่าจะได้ชมรูปหรือเปล่า หรือว่าค่อยมาใหม่ ขอบพระคุณครับ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะคุณอัยการฯ
ยังเล่าได้รสชาติ สนุกสนานเหมือนเดิมนะคะ รอภาคต่อค่ะ
หวัดดีครับท่านวอญ่า หน้าตาเฉย
เหมือนอี้ลงแดง แค่อิหร่านไม่มีภาษาไทยในเครื่องที่ให้บริการ ไวร์เลสก็ไม่มี ไม่รู้อี้เล่าเรื่องพรือ จนมาถึงดูไบ ในห้องมีสายอินเตอร์เน็ตแต่กัดฟันสู้ค่าบริการมานั่งเขียนบล็อกนี้แหละ เพราะคิดถึงตนด้วย อิอิ
บอกครูบาให้แล้วนะ...
หวัดดีครับท่านวอญ่า หน้าตาเฉย
เหมือนอี้ลงแดง แค่อิหร่านไม่มีภาษาไทยในเครื่องที่ให้บริการ ไวร์เลสก็ไม่มี ไม่รู้อี้เล่าเรื่องพรือ จนมาถึงดูไบ ในห้องมีสายอินเตอร์เน็ตแต่กัดฟันสู้ค่าบริการมานั่งเขียนบล็อกนี้แหละ เพราะคิดถึงตนด้วย อิอิ
บอกครูบาให้แล้วนะ...
สวัสดีครับอาจารย์พันคำ
ขอบคุณที่มาติดตาม เรื่องที่ผมเล่านี้มีทั้งตลกโปกฮา และน้ำตาเล็ด คือมันสนุกมากๆ เหนื่อยมากๆ โกรธมากๆ โดนกันหลายคนหลายเรื่อง จะทะยอยเล่าต่อไปอย่าได้พลาดเชียวนะครับ อิอิ
หวัดดีครับครูคิม
รู้ว่ามีคนรออ่าน แต่โพสต์บันทึกที่อิหร่านไม่ได้ และยอมเสียค่าอินเทอร์เน็ตในห้องพักเมื่อมาถึงดูไบเพื่อมาเล่าสู่กันฟังนี่แหละครับ
ครูบากับผมพักห้องเดียวกันตลอดเส้นทาง รออ่านของท่านครูบาด้วยแล้วกันครับ อย่าฮาจนตกเก้าอี้ก็แล้วกัน อิอิ
สวัสดีครับคุณ a l i n_x a n a =)
ขอบคุณที่ยังติดตามอ่าน ยังมีมันๆอีกเยอะครับ เพราะถั่วที่อิหร่านถูกมาก อิอิ
สวัสดีค่ะคุณลุงอัยการที่เคารพ
วันนี้หนูมีเรื่องใหม่มาเขียนบันทึกแล้วค่ะ เป็นเหตุการณ์เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของหนูเองค่ะ
http://gotoknow.org/blog/sakoonrat/242700
ไปดูมากับตาเหมือนที่ตะวันตกว่าไหมครับ....แต่สุภาพสตรืสวยๆนะครับ(ที่ชม ไม่ได้สตรีอิหร่านนะครับ)
อ.ขจิต อยากได้ของฝาก.....ได้ครับ อิอิ
คุณลุงอัยการชาวเกาะขา หนูเปิ้ลจะรอของฝากนะคะ อิอิ
สวัสดีค่ะ ท่านอัยการ
อิอิ ตามคุณสายลมค่ะ
อิอิ
ปลายเดือน อิอิ อด อด
ต้องเล่าถึงตอนถูกทอดทิ้งที่อิหร่านด้วยนะคะ