มีช่วงหนึ่งในพิธีที่อยู่ต่อหน้าพระกรรมวาจาจารย์ ที่ผมต้องตัวเกร็งทีเดียว เพราะพระท่านหน้าเคร่งขรึมมาก จนผมรู้สึกเหมือนมีอะไรมาติดคอ

ภายในพระอุโบสถที่ออกแบบไว้อย่างเรียบง่าย   เบื้องหน้าพวกเรานาค ๗ รูป คือหลวงพ่อท่านเจ้าอาวาสวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก พระเทพญาณวิศิษฎ์ (อภิพโล) ซึ่งเป็นพระอุปัชฉาย์ในการอุปสมบท  เบื้องหลังท่านคือหมู่คณะสงฆ์หลายรูป  (กี่รูปนั้นขออภัยที่ผมไม่ได้นับ)  หลังคณะสงฆ์คือพระพุทธรูปพระประธานที่ประดิษฐานบนแท่นบูชา   ทางด้านขวามือของหมู่พระพุทธรูป ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งทรงพระผนวชเป็นพระภิกษุสงฆ์  

                แม้ผมจะเตรียมตัวมาอย่างดี แต่ต่อหน้าพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ หัวใจก็เต้นรัวขึ้นอย่างห้ามไม่ได้  พยายามตั้งสติแล้วเปล่งเสียงจากความทรงจำภายในที่ได้ฝึกได้ซ้อมมาอย่างเต็มกำลัง...เอส้าหั้ง ภันเต...

จากนี้ในรายละเอียดขั้นตอนพิธีกรรมนั้น ผมขออนุญาตข้ามไป เพียงสรุปเป็นขั้นตอนใหญ่ๆ ประกอบภาพ เพื่อเป็นความรู้ของผู้อ่านหากมีโอกาสไปร่วมในพิธีบวชจะได้ทราบไว้  คือ 

                ช่วงแรก เป็นการกล่าวคำขอบรรพชากับพระอุปัชฌาย์  การถวายผ้าไตร จากนั้นไปเปลี่ยนจากชุดนาคมาครองไตรจีวร  แล้วกลับเข้ามาขอสรณะและศีลกับพระกรรมวาจารย์  มาถึงช่วงนี้ได้เรียกว่าบรรพชาสำเร็จเป็นเณรแล้ว จากนั้นก็กล่าวรับศีล ๑๐ ข้อจากพระอาจารย์

 

      พระอาจารย์โกนผมให้ช่วงเช้า   พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ในพระอุโบสถ

     

นั่งพนมมือท่าเทพบุตร                            กราบเบญจางคประดิษฐ์                        กล่าวคำขอบรรพชาอุปสมบทพร้อมกัน

  เปลี่ยนชุคนาคเป็นครองไตรจีวรที่หลังโบสถ์ มีพระพี่เลี้ยงช่วยใส่ให้

  กล่าวคำขอสรณะและศีล ๑๐ กับพระอาจารย์ตัวต่อตัว

              ช่วงสอง เป็นช่วงที่พระจะสอนให้รู้จักบาตรและไตรจีวร จากนั้นก็ออกไปยืนที่หน้าประตูโบสถ์ให้พระกรรมวาจารย์มาซ้อมกล่าวถามตอบอันตรายิกธรรม หรือเหตุขัดขวางการอุปสมบท ๑๓ อย่าง ซึ่งจะต้องตอบให้ถูก (จะเล่าในตอนต่อไป)

  

รับบาตรจากโยมพ่อ                               พระอาจารย์สอนเรียกบาตรและไตรจีวร

  ซ้อมอันตรายิกธรรมที่ประตูเข้าโบสถ์

                ช่วงสาม คือช่วงขออุปสมบทเป็นภิกษุต่อหน้าพระอุปัชฉาย์จริงๆ  บทคำกล่าวขออุปสมบทตรงนี้ ขอย้ำว่าถ้ากล่าวไม่ได้ จะบวชเป็นภิกษุไม่สำเร็จ จะได้แค่เป็นเณรเท่านั้น  จากนั้นจะมีการถามอันตรายิกธรรมอีกครั้ง คือถามของจริงแล้ว ต้องตอบไม่ให้พลาด  ผ่านแล้วก็ถือว่าอุปสมบทเป็นภิกษุสงฆ์เรียบร้อย

  สังฆัมภันเต อุปาสำปะดัง...ท่องบทนี้ไม่ได้ บวชไม่สำเร็จ

                พิธีจะจบด้วยการที่พระใหม่ถวายไทยธรรมให้พระอุปัชฌาย์ แล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลในการบวชของตนให้ผู้มีพระคุณ 

...

แม้พิธีจะใช้เวลาถึงราว ๒ ชั่วโมง แต่ผมรู้สึกเหมือนทุกสิ่งจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว   มีช่วงหนึ่งในพิธีที่อยู่ต่อหน้าพระกรรมวาจาจารย์ ที่ผมต้องตัวเกร็งทีเดียว เพราะพระท่านหน้าเคร่งขรึมมาก  จนผมรู้สึกเหมือนมีอะไรมาติดคอ ทำให้เสียงหายไปครึ่งหนึ่ง  แถมเสียงยังสั่นเสียอีก  แต่ผมก็ไม่ได้กล่าวอะไรผิดพลาด 

ในพิธีอุปสมบทนี้  ผมกล่าวพลาดไปครั้งเดียว คือตกไปวรรคเดียวเท่านั้น  ตอนนั้นตกใจอยู่บ้าง เพราะตั้งใจไว้ก่อนว่าจะไม่ให้มีผิดเลย  แต่อย่างไรก็กล่าวแก้และผ่านมาได้  

จากวันที่มาสมัครขออุปสมบท  แต่ละวันที่พยายามฝึกท่อง  แก้ไข  ซักซ้อม เตรียมกาย เตรียมใจ จนมาถึงวันนี้ นาทีนี้...     

   กรวดน้ำให้แม่และผู้มีพระคุณทุกคน

   ขอทุกคนได้รับบุญกุศลอันพึงมีจากการบวชของข้าพเจ้าด้วยเทอญ..

 

 

                บัดนี้ลูกชายที่ชื่อ สุวัฒน์ ได้เปลี่ยนเพศเป็นบรรพชิต มีฉายาว่า ธมฺมคุตฺโต แล้วครับแม่

                ผมขออุทิศส่วนกุศลจากการบวชครั้งนี้ให้แม่ครับ...