จำได้ว่า เมื่อหลายวันก่อนเพิ่งเล่าเรื่องน้ำมันไป ฮือ วันนี้มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับน้ำมันอีกแล้วครับ ลองอ่านดูแล้วกันนะครับว่ารอบนี้จะมันขนาดไหน ฮิฮิ เหตุการณ์มันมีอยู่ว่า วันนี้ผมไปทำภารกิจที่นราธิวาสครับ โดยช่วงเช้าไปพบปะและพูดคุยกับกลุ่มครูอิสลามศึกษา อ.จะแนะ ส่วนช่วงบ่ายไปสัมภาษณ์ผู้บริหารและผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพของโรงเรียนสุกัญศาสตร์ อ.เมือง นราฯ ครับ
ออกแต่เช้าตรู่ครับ ด้วยจากการคำนวนเวลาของแบเลาะ ดาแลเบาะว่า ถ้าจะขับไปจะแนะ ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงแล้ว ดังนั้นผมเลยเผือหลงอีกนิดหน่อย เป็นว่า สองชั่วโมงแล้วกันครับ ฮิฮิ แต่ในใจคิดไว้ว่า รอบนี้คงไม่หลงแน่นอน เนื่องจากไปมาหลายรอบแล้ว อ.จะแนะ แต่บังเอิญว่าสี่ห้าปีมาแล้วครับ
บังเอิญว่ายังไม่ได้เตรียมการนำเสนอสำหรับการบรรยายให้คณะครูอิสลามศึกษาครับ ไม่ทันเนื่องจากงานมันเยอะ วันนี้เลยขอช่วยน้องวีรเดช นศ.ป.โท รัฐศาสตร์รุ่นแรก ซึ่งตอนนี้ผมขอแรงมาเป็นผู้ช่วยนักวิจัยในโครงการวิจัยระบบและกลไกการประกันคุณภาพฯ เป็นเพื่อนเดินทาง แล้วก็ขอให้ช่วยขับรถด้วย เพราะผมจะได้ทำเพาวเวอร์พอยท์ในระหว่างเดินทาง ฮือ ก็รู้สึกสบายขึ้นเยอะครับ ไม่ต้องขับรถเอง แต่ก็ต้องลุ้นหน่อย ยังไม่ไว้วางใจวัยรุ่นขับรถเท่าไร กล้วช้า ไปไม่ทันงาน ฮาฮาฮา ที่ไหนได้ ขับได้เร็วทันใจดีครับ
ผมใช้เวลาในการเตรียมไฟล์งานสำหรับการนำเสนอไม่นานก็เสร็จครับ เนื่องจากเตรียมประเด็นการคุยไว้แล้ว ที่เหลือก็เลยช่วยผู้ช่วยคุย ระหว่างคุยก็จับเวลาไปพลางๆ ครับ เรื่องที่คุยก็เกี่ยวกับรถนี้แหละครับ คุยกันว่า รถยี่ห้ออะไรกินน้ำมันเยอะ รถไหนกินน้ำมันน้อย เมื่อไปถึง อ. ระแงะ ซึ่งเป็นทางผ่านไปยังอ.จะแนะ ผมคิดผิดครับ ผมเข้าใจว่าระยะทางไม่ไกลกันเท่าไร ที่ไหนได้มันห่างกันสามสิบกิโลเมตร ฮาฮา เริ่มจะไปไม่ทันงานแน่ เลยบอกว่า เร่งหน่อยแล้วกัน น้องผมก็เร่งเครื่องเต็มที่ครับ แซงได้แซง แซงไม่ได้ก็เฉยๆ ไปก่อน ฮาฮา
อีกยี่สิบกิโลเมตรครับจะถึงแล้ว คนขับรถมือใหม่ของผมก็หันมาบอกว่า อาจารย์น้ำมันจะหมดแล้ว เอาไงดี แหม่ มาถามกันที่ข้างทางเป็นป่าไม้ลำเนาไพลเสียด้วย ฮิฮิ ผมก็ใช้ความจำที่พอมี บอกไปว่า แย่แล้วจากตันหยงมัสไปถึงจะแนะนี้จำได้ว่า มันก็เป็นป่าแบบนี้ไปตลอดทางเลย ไม่มีปั๊มแน่นอน ปั๊มจะมีอีกทีก็จะแนะเลย แล้วทำไม..เพิ่งมาบอกหว่า ปั๊มมีมาตลอดทางไม่แวะ ฮาฮาฮา (ความจริงหัวเราะไม่ออกครับ)
ปกติ เข็มวัดน้ำมันมันจะไม่ทันอยู่ใต้สุด มันก็จะมีสัญญาณไฟเตือนเรื่องน้ำมันแล้วครับ แต่ตอนนี้เข็มมันบอกสภาพว่า อยู่ใต้สุดแล้ว แถมไฟเตือนก็ติดตลอดเวลา เอาไงดีละตู สรุปว่า ปิดแอร์ก่อนแล้วกัน แล้วก็ขับไปเรื่อยๆ ยังงัยๆ ท่านอาจารย์สุกรี คณบดีคงถึงงานก่อนเรา ให้ท่านบรรยายไปก่อนแล้วกัน (งานนี้ผมต้องขึ้นเวลาบรรยายพร้อมกับคณบดีครับ แต่ผมขอไปรถคนละคัน เนื่องจากผมก็มีงานต่อช่วงบ่าย ท่านก็มีงานต่อเหมือนกันแต่คนละเรื่อง ฮิฮิ นราเหมือนกัน)
เราประคองรถไปเรื่อยๆ ครับ อีกประมาณสิบกิโล ผมคาดว่าจะถึงปั๊ม (สัญชาตญาณมันบอก) เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น "สลามครับท่านคณบดี" "สลามครับอาจารย์ เดี๋ยวท่านอาจารย์ขึ้นเวทีไปเลยนะ ผมไปถึงช้า" เจ้านายสั่งมา ผมก็เลยต้องถามกลับไปว่า "แล้วท่านอยู่ไหนแล้วครับ" "ผมยังอยู่ยะหริ่ง ผมไม่สบายเลยต้องสายหน่อย" "ฮาฮา ผมต้องบอกว่า "เสียใจเหมือนกันครับ ผมต้องประคองรถให้ถึงปั๊มก่อน ไม่งั้นต้องรอท่านมาลากไปงานแน่ น้ำมันจะหมดแล้ว"
อัลฮัมดุลิลลาห์ เจอปั๊มแล้วครับ เติมน้ำมันทันที แล้วก็ขอขับเอง เหตุผลคือ ผมจะได้เร่งอย่างที่ไม่ต้องเกรงใจใคร ฮาฮาฮา
คราวนี้ขับเร็วได้อย่างใจแล้วครับ แต่ขับไปสักครู่หนึ่ง เกิดแอะใจขึ้นมาว่า "ผิดทางแล้วกระมังตู" แวะข้างทางถามคนในกระท่อมทันที่ สรุปว่า ผิดทางจริงๆ แล้วก็วกกลับไป สรุปว่า เลยเวลาไปสิบห้านาทีครับ แต่พอไปถึงทีมงานก็บอกว่า ไม่เป็นไรครับ ดื่มกาแฟสักแก้วก่อนก็ได้ครับ
ความจริง ผมวางแผนไว้ตั้งแต่เมื่อวานครับว่า จะแวะเติมน้ำมันที่ อ.บาเจาะ แต่พอไม่ได้ขับรถเอง และก็มัวแต่วุ่นกับการเตรียมการบรรยาย ซึ่งการพิมพ์งานขณะนั่งรถด้วยนี้มันทำลายสมาธิเหมือนกันครับ ก็เลยลืมเรื่องน้ำมันไปเลย วันนี้เลยได้บทเรียนใหม่อีกเรื่องหนึ่ง
ทันทีที่ผมลงรถ มีครูท่านหนึ่งเข้ามาทักทายครับ แต่คำทักทายคือ แอ๊ะ หน้าคุ้นๆ (โดยใช้สำเนียงปักษ์ใต้) ผมก็เลยคุ้นๆ ด้วย แล้วท่านก็ถามว่า ใช่หลานนายอำเภอนพดลหรือเปล่า ผมก็ตอบว่า ใช่ครับ (อาผมมาเคยมาเป็นนายอำเภอที่นี่ครับ) คราวนี้เลยคุยยาวเลยครับ ผมแปลกใจมากที่ท่านแหลงใต้กับผม จนกระทั่งผมต้องถามว่า อาจารย์มาจากจังหวัดอะไร ทำไมมาอยู่ที่จะแนะได้ ท่านตอบว่า ปัตตานี มาอยู่หลายสิบปีแล้ว อ้าว แล้วทำไมแหลงใต้ไม่มีเพี้ยนเลย งง มาก
อันนี้เป็นเครื่องยืนยันครับว่า ผมนี้หลานปู่จริงๆ ฮิฮิ หน้าเหมือนกันทั้งตระกูล แค่เห็นหน้าผมก็นึกหน้าปู่หน้าพ่อ หน้าอาได้ครบทุกคน อัลฮัมดุลิลลาห์
ผมบรรยายไปได้ชั่วโมงหนึ่งครับ ท่านคณบดีก็ไปถึง แต่ดูเหมือนผู้จัดเขาก็ถือธรรมเนียมปฏิบัติเช่นเดิมครับ คือ ให้ท่านไปดื่มน้ำชากาแฟก่อน ผมเลยบรรยายไปร่วมทั้งสิ้นชั่วโมงครึ่ง ทั้งๆ ที่วางแผนการบรรยายไว้เพียงชั่วโมงเดียวครับ
ประเด็นที่ผมได้รับคุยวันนี้ เขาต้องหัวข้อว่า "อามานะห์ (ความรับผิดชอบ) ของครู" โดย ผอ.อัลไซน่า ที่เป็นคนเชิญบอกว่า อยากให้มาช่วยชาร์ตไฟให้กับครู ผมเลยตัวหัวข้อใหม่ว่า "แด่ ครูผู้รับมรดกจากอัมบียาอ์" ตั้งใจว่าจะคุยให้สนุกครับ แต่บรรยากาศของห้องมันพาไป คุยไปคุยมาเห็นคนเริ่มปาดน้ำตา อ้าว เกิดอะไรขึ้น
ผมตั้งประเด็นว่า "ครูไม่ใช่อาชีพ" แต่ครูคืออามานะห์ของผู้รู้ ผู้รู้คือใคร และเป็นอย่างไร จากนั้นก็คุยไปพร้อมๆ กับโองการในอัลกุรอานและวัจนะของท่านศาสนทูต (ซ.ล) ซึ่งน่าจะทำให้เข้าใจได้ว่า ใครที่คิดว่าครูคืออาชีพๆ หนึ่ง นั่นหมายถึงการดูถูกตัวเองมากๆ คุยเรื่องแบบนี้แล้วทำให้นึกถึงปู่จริงๆ ครับ นึกถึงความเป็นครูในตัวของท่าน นึกถึงศิษย์ของท่านพูดถึงท่านเมื่อวันฝั่งศพท่าน (จำได้ว่าเล่าไปบ้างแล้วในบล็อกนี้แหละ)
ลงจากเวทีบรรยาย ท่านคณบดีบอกว่า ไม่ต้องรอท่านก็ได้ ให้ผมไปก่อนก็ได้ แต่ผมจะไปไหนละ ในเมื่อนัดช่วงบ่ายเผื่อเวลาไว้เยอะ เลยนั่งฟังท่านบรรยายไปด้วย แต่พอใกล้เที่ยง ผมเริ่มหิวข้าวครับ (แฮะ ไม่ทันข้าวเช้าครับ) ก็เลยออกจากห้องประชุม หมายว่าจะไปหาข้าวทานในตัวเมือง แล้วค่อยไปลงพื้นที่สัมภาษณ์ แต่ปรากฏโดนจับตัวให้ร่วมทานข้าวเที่ยงด้วยกัน เลยมานั่งรออยู่นอกห้องประชุม แต่ดูๆ ไปโรงเรียนบ้านจะแนะร่มรื่นดีครับ พื้นที่โรงเรียนแคบไปนิดหนึ่งเมื่อเทียบกับเด็ก แต่จัดพื้นที่ได้เหมาะกับวัยของเด็กมากครับ น่าชื่นชม เพลินกับบรรยากาศข้างนอกจนดูเหมือนเวลาจะผ่านไปเร็วครับ อาการหิวข้าวหายไปเลย
เสร็จจากสัมภาษณ์ที่ รร. สุกัญศาสตร์ ก็แวะไปที่ รร.อิสลามูบูรณะโต๊ะนอ โรงนี้ไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าครับ แต่ขับรถผ่าน เลยแวะเข้าไปเยี่ยมสักหน่อย แต่พอเข้าไปในโรงเรียนเห็นป้ายชื่อผู้บริหาร ก็ต้องแปลกใจครับ แอ๊ะ ไม่มีชื่อคนที่รู้จักเลย แล้วผู้อำนวยการก็กลายเป็นผู้หญิง ได้เจอศิษย์เก่าหลายคน แต่ไม่ได้สัมภาษณ์ เนื่องจากคนรับผิดชอบงานประกันโรงเรียนและผอ.ไม่อยู่ ไปประชุมที่จังหวัด
ดูเหมือนโรงเรียนจะเปลี่ยนคณะบริหารใหม่ทั้งชุดหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจครับ ผมจำได้ว่า ผมมาโรงเรียนนี้หลายครั้งเมื่อหลายปีแล้วละ มานิเทศน์ มาบรรยายด้วย แต่หยุดไปก็ตอนที่ครูโรงเรียนนี้ถูกจับไปหลายคน กลับมาตอนนี้เปลี่ยนไปเลย
ไม่ได้สัมภาษณ์ แต่ก็ได้ข้อมูลจากการคุยกับอาจารย์ท่านอื่นๆ ได้เยอะครับ แล้วก็ขอตัวกลับ ถึงบ้านก็สี่โมงกว่าๆ นิดหน่อย อัลฮัมดุลิลลาห์
ขอบคุณครับ pa_daeng [มณีแดง คนสวย แซ่เฮ]
พาหนะเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ครับ ไม่พร้อมแล้วเป็นเรื่อง
ขอบคุณครับ ดร.ขจิต ฝอยทอง
ว่าจะเขียนเรื่องเตาฟิกเหมือนกันครับ แต่ยังไม่ได้โหลดรูปลง เลยต้องเก็บไว้ก่อน
วาอาลัยกุมุสลามIbm ครูปอเนาะ
ผมยกคำพูดหนึ่ง ซึ่งผมไม่แน่ใจว่า เป็นหะดีษหรือซอฮาบะห์ หรือผู้รู้ที่ว่า "สำหรับเรื่องรีสกีของครู อัลลอฮ์จะประทานให้เหมือนอย่างนก" ซึ่งเคยได้ฟังคำอธิบายว่า มีไม่หมด แล้วก็ไม่ต้องเก็บสะสม (ประมาณนั้น)
ผมนี้ลุ้นเอาใจช่วยให้พบปั๊มที่เถิด
แต่สังหรณ์ใจว่าน่าหลงทาง..จริงๆด้วย
แต่ก็ผ่านไปได้..สถานการณ์มันจะแก้ปัญหาด้วยสัญชาตญาน
ไม่ต้องวิตก ตื่นเต้น...เหมือนรับเสด็จ..ต้องอย่างโน้นอย่างนี้อย่างนั้น
สุดท้ายอย่างไหนก็ได้..ไม่มีสักอย่างก็เป็นธรรมชาติดี
ขอบคูณครับ
ผมยกมือเห็นด้วยครับพี่ยาว เกษตรยะลา