|
ในห้องเรียนแต่ละห้อง หรือศูนย์การเรียนแต่ละแห่งมีสิ่งที่เรียกว่า"สภาพบรรยากาศ"เช่นเดียวกับเวลาที่เราพูดถึงสภาพอากาศหรือบรรยากาศในเมืองต่างๆ ในทางอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า มีร้อน มีหนาว ฝนตก แดดออกฯลฯ สำหรับสภาพบรรยากาศในห้องเรียนนั้นเป็นที่ที่เราสามารถรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างได้ อาทิเช่นวิธีที่ผู้คนมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน วิธีที่ผู้คนได้ยิน และสิ่งที่ผู้คนพูดเป็นต้น
การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ในห้องเรียนหรือศูนย์การเรียนให้เหมาะสมและเอื้อแก่การจัดการเรียนรู้นั้นถือได้ว่ามีความสำคัญอย่างมากเพราะมีความเกี่ยวพันโดยตรงกับการประสบความสำเร็จของเด็กทั้งนี้การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ในการจัดการเรียนการสอนของครูจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าครูเองมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใดและสามารถเป็นผู้นำที่ดีของเด็กได้หรือไม่ครูสามารถจัดห้องเรียนหรือศูนย์การเรียนให้เป็นสถานที่ที่น่าเรียนหรือไม่ เด็กๆรู้สึกปลอดภัยในห้องเรียนไหม เด็กทราบหรือไม่ว่าครูคาดหวังอะไรในตัวเด็กบ้าง
เทคนิควิธีการต่างๆ ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้จะช่วยให้ครูสามารถพัฒนาสภาพแวดล้อมที่จะสนับสนุนการเรียนรู้เพื่อให้เด็กบรรลุเป้าหมายที่ครูตั้งใจไว้

สภาพบรรยากาศของห้องเรียนประกอบด้วยปัจจัย 4 ประการคือ คุณค่าสภาพแวดล้อม รูปแบบของการปฏิสัมพันธ์ และผู้คนหากครูนำปัจจัยดังกล่าวทั้งสี่มาทำงานร่วมกัน และเสริมกำลังซึ่งกันและกันการจัดการเรียนการสอนของครูจะเกิดประสิทธิภาพมากขึ้นและตัวเด็กเองก็จะประสบความสำเร็จมากขึ้นคำถามที่เป็นกุญแจสำคัญที่ครูต้องถามตนเองคือ "หากมีคนแปลกหน้าเดินเข้ามาในห้องเรียนครั้งแรก เขาจะคิดอย่างไร?"
-
ค่านิยม (Values)คือแนวคิดหลักหรือมโนทัศน์ที่ครูต้องการให้เด็กเรียนรู้แม้ครูจะตั้งเป้าหมายและหัวข้อต่างๆ ไว้มากมายก็ตามแต่สิ่งเหล่านี้มักจะประกอบด้วยแนวคิดหลักๆ เพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้นโดยแนวคิดหลักเหล่านี้ควรจะสะท้อนออกมาในวัตถุประสงค์ในการจัดการเรียนรู้ของครูซึ่งใช้คำนิยามสั้นๆ เพียงไม่กี่คำ
การเขียนวัตถุประสงค์ในการเรียนรู้เป็นเรื่องที่ควรทำเป็นขั้นตอนแรกโดยให้เด็กเข้ามามีส่วนในกระบวนการนั้นด้วย นอกจากนี้พยายามมองหาแนวทางที่จะเสริมกำลังแนวคิดหลักในทุกส่วนของแผนการเรียนที่ครูกำหนดสมมุติว่าแนวคิดหลักของครูมีคำว่า"ชุมชน"ให้ครูนำตะกร้าที่ใส่รูปภาพของเด็กทุกคนในชั้นเรียนมาวางไว้ในห้องตะกร้าใบนี้จะนำมาซึ่งกิจกรรมต่างๆในการสร้างเสริมความเป็นชุมชนในห้องเรียนแต่ละวัน อาทิเช่นให้เด็กทุกคนใส่รูปของตนเองไว้ในแผนภูมิที่แสดงการเข้าเรียนหากไม่มีรูปเด็กคนใดในแผนภูมิ เด็กจะคิดเองโดยอัตโนมัติว่า"วันนี้มีบางคนในห้องของเราไม่มาเรียน มีใครบ้างนะที่ไม่อยู่ในที่นี้ ?"
หากแนวคิดหลักของครูคือเรื่องของความร่วมมือนักเรียนก็ควรได้เห็นครูทำงานร่วมกับเพื่อนครูคนอื่นๆมิเช่นนั้นครูอาจสื่อความถึงเด็กในทางตรงข้ามก็ได้ ครูควรระลึกเสมอว่ายิ่งสังคมภายนอกเต็มไปด้วยสิ่งที่ตรงข้ามกับเรื่องที่ครูต้องการสอนมากเท่าใดครูก็ยิ่งต้องใช้โอกาสทุกทางที่จะช่วยเสริมกำลังความเชื่อและพฤติกรรมที่ต้องการปลูกฝังให้เกิดขึ้นกับเด็ก
-
สภาพแวดล้อม (Environment) หมายถึงสภาพทางกายภาพในห้องเรียนหรือศูนย์การเรียน ครูอาจจะควบคุมทุกอย่างไม่ได้แต่ครูสามารถควบคุมได้หลายอย่าง เป็นต้นว่า การจัดห้องเรียน การตกแต่งผนังห้องและการใช้พื้นที่ภายในห้องเรียนของเด็ก ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ควรสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดหลักของครูกุญแจสำคัญในเรื่องนี้คือการจัดสภาพแวดล้อมให้ตอบสนองวัตถุประสงค์ที่ครูกำหนดเพราะการสอนคือการปฏิบัติอย่างจงใจที่ครูจะต้องเสริมกำลังทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รายรอบตัวเด็ก
นอกจากนี้ครูต้องรู้จักใช้วิธีการจัดโต๊ะเรียนให้เกิดประโยชน์และตอบสนองเป้าหมายมากที่สุดเช่น รูปแบบสำหรับการเรียนเดี่ยวหรือการเรียนแบบร่วมมือ เรียนเป็นกลุ่มหรือเป็นคู่ในส่วนของผนังห้องเรียน หากผนังห้องเป็นผ้าใบ ครูจะวาดหรือใส่อะไรลงไปแน่นอนว่าคำตอบที่ถูกต้องไม่ได้เป็นสูตรสำเร็จเพียงคำตอบเดียวสิ่งที่ครูเลือกทำจะอยู่บนพื้นฐานของของแนวคิดหลักที่ครูต้องการสอนเด็ก อย่างไรก็ดีโดยหลักๆ แล้วสิ่งที่ควรแขวนไว้บนผนังประกอบไปด้วยรูปถ่ายของเด็กๆ ผลงานที่เด็กทำแผนภูมิของงาน ตารางเวลาปฏิบัติงาน รูปถ่ายของบุคคลอื่นๆ ในชุมชนของครูและนักเรียนบทกวี สุภาษิตที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดหลักที่ต้องการสอน ชีวประวัติหรือคำคมประจำวัน เป็นต้น
คำตอบที่ผิดมีอย่างเดียวคือครูไม่คิดทำอะไรเลยหรือทำในสิ่งที่ไม่ได้ช่วยเสริมกำลังแนวคิดหลักที่ครูต้องการสอน ตัวอย่างเช่นครูไม่จำเป็นต้องติดบทกวีหรือคำคมไว้บนผนังถ้าชั้นเรียนของครูไม่ได้มุ่งเน้นในเรื่องการใช้ภาษามากนักการทำเช่นนี้อาจไม่ใช่เรื่องผิด แต่เป็นการใช้พื้นที่บนผนังอย่างไม่คุ้มค่าที่ถูกต้องคือควรใช้พื้นที่เหล่านั้นมาช่วยเสริมกำลังในจุดที่ต้องการเน้นจริงๆของครู และถ้าครูนำคำคมประจำวันไปติดไว้ที่ผนังห้อง ครูจะมีวิธีการสอนเด็กอย่างไรอย่างน้อยที่สุดครูควรจัดอภิปรายเกี่ยวกับคำคมประจำวัน หรืออาจมอบหมายให้เด็กๆเลือกคำคมที่ตนเองชอบขึ้นมาคนละชิ้นและให้อธิบายว่าทำไมนักเรียนจึงคิดว่าคำคมนั้นมีความสำคัญ
ข้อแนะนำกิจกรรมการเรียนบางประเภทอาจจำเป็นต้องใช้พื้นที่ในการปฏิบัติการค่อนข้างมากและอาจทำให้ครูต้องย้ายห้องไปเรื่อยๆ ในแต่ละวันสภาวการณ์เช่นนี้อาจทำลายบรรยากาศของความรู้สึกปลอดภัยและความเป็นชุมชนที่ครูพยายามสร้างให้เกิดขึ้นกับเด็กดังนั้นครูจึงควรเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอกับการต้องเผชิญกับสถานการณ์ทำนองนี้โดยให้ครูพยายามเก็บงานและสื่อวัสดุที่สร้างสรรค์ไว้ในที่เก็บที่เด็กคุ้นเคยและเป็นที่ที่เด็กสามารถหยิบใช้ได้ง่าย และครูนำติดตัวไปไหนมาไหนได้ลองใช้เทคนิควิธีตารางปฏิบัติงานและป้ายประกาศงานที่ครูสามารถนำติดตัวไปในสถานที่แห่งไหนก็ได้
3.รูปแบบของการปฏิบัติ (Patterns of Action)คือรูปแบบของการปฏิสัมพันธ์ในห้องเรียนที่ครูคาดหวังรูปแบบเหล่านี้จะผูกพันกับค่านิยมที่ครูกำหนดไว้สิ่งที่ดีที่สุดประการหนึ่งที่ครูสามารถทำได้คือการช่วยเด็กให้เข้าใจและรับรู้ในสิ่งที่ครูคาดหวังวิธีการนี้หมายรวมถึงการมอบหมายงานที่เด็กต้องรับผิดชอบพิเศษตารางเวลาปฏิบัติงานที่แน่นอน และการกำหนดกฎระเบียบพื้นฐาน (ทั้งหมดนี้สามารถนำมาทำเป็นแผนภูมิขนาดใหญ่แขวนไว้บนผนังห้อง ดังนั้นจึงควรใช้สภาพแวดล้อมเพื่อสะท้อนแนวคิดที่จะนำไปสู่รูปแบบในการปฏิบัติการ)
ตารางการปฏิบัติการถือเป็นเครื่องมือทรงพลังอย่างหนึ่งที่จะสอนเรื่องค่านิยมการปล่อยให้เด็กตกอยู่ในสถานการณ์ที่รอคอยให้ครูสั่งว่าต้องทำอะไรเมื่อไรจะทำให้เด็กหมดพลังในการเรียนรู้โดยที่ครูเองอาจไม่ได้ตั้งใจส่วนแผนภูมิการปฏิบัติงานเป็นเครื่องมือที่ดีในการสอนเด็กเรื่องความรับผิดชอบและสร้างความภาคภูมิใจในผลงานที่เด็กทำนอกจากนี้แล้ว รูปแบบของการปฏิบัตินั้นยังหมายรวมถึงด้านพฤติกรรมด้วย เช่นเวลาอยู่นอกห้องเรียนเด็กปฏิบัติตนอย่างไร ทั้งนี้เป้าหมายส่วนหนึ่งของครูควรจะชี้นำรูปแบบเหล่านี้ในด้านบวกดังนั้นครูจึงควรระมัดระวังรูปแบบในการปฏิบัติของตัวครูเองในระหว่างที่ครูอยู่กับเพื่อนร่วมงานหรืออยู่กับเด็ก
4.ผู้คน (People) เป็นส่วนสำคัญที่สุดครูควรระลึกเสมอว่าคนจำนวนมากสามารถช่วยเหลืองานของครูได้เพียงแต่ถ้าครูรู้จักเลือกใช้คนเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นรปภ.ไปจนถึงพ่อแม่ผู้ปกครองและคนในชุมชนทุกคนสามารถเป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอนของครูได้ทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่นหากหนึ่งในเป้าหมายของครูคือการให้นักเรียนปฏิบัติตนเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนครูจะแสดงให้เด็กเห็นถึงการนำไปสู่สิ่งเหล่านั้นอย่างไร มีรูปภาพประกอบหรือไม่มีแขกรับเชิญจากภายนอกมาพูดคุยกับเด็กบ้างไหม ฯลฯ
บรรยากาศในห้องเรียนเป็นสิ่งที่ครูทุกคนสร้างได้ หากครูมีความตั้งใจจริงที่จะพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของตนเองให้ไปสู่เป้าหมายที่วางไว้
|
จากประสบการณ์พบว่า
สวัสดีค่ะ.. คุณอิงจันทร์
พี่ครูอมรคะ ^o^
ดีใจจังค่ะ ที่มีการส่งเสริมเรื่องการสร้างบรรยากาศที่ดีๆ ในโรงเรียน ให้เด็กๆ ได้คุ้นเคย ชอบมากและขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณจิด้า
สวัสดีค่ะ น้อง..Moon smiles on Venus
แวะมาเรียนรู้ และทักทายค่ะ
มีความสุข สุขภาพแข็งแรง นะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ น้องสายธาร..
แวะมาอ่นและชมการสร้างบรรยากาศในชั้นเรียนค่ะพี่อมร
เมื่อมีบรรยากาศที่ดี..เด็กๆก็อยากเรียนรู้นะคะ..
ครุก็มีความสุขด้วย
ขอให้พี่อมรมีความสุขกับนักเรียนนะคะ
สวัสดีค่ะ น้องแอ๊ดคนสวย..
อิอิ..คำทักทายของพี่อมรทำเอาสะดุด..อิอิ
อ้าวก็สวยจริง ๆ นี่นา
ครูอ้อยมาอ่านรับความรู้ค่ะ เยี่ยมๆๆ
สวัสดีค่ะ ...อาจารย์ขจิต ฝอยทอง
สวัสดีค่ะ ...ครูอ้อย
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ..ครูคิม
สวัสดีครับอาจารย์ ขอบพระคุณครับที่กรุณาให้เกียรติไปเยี่ยมเยียน ผมทำงานพัฒนาในพื้นทีครับ ตอนนี้หน่วยของเราเน้นนโยบายที่สำคัญคือการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาทำให้เป็นรูปธรรม จากประสบการณ์และจากการได้อ่านเอกสารหลายสำนักและการพูดคุยกับเกษตรกรที่ถือได้ว่าประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต พออยู่ พอกิน การบันทึกค่าใช้จ่ายต่างๆ(บัญชีครัวเรือนอย่างง่ายๆ) น่าจะเป็นกิจกรรมเบื้องต้นของการทำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติ ผมกำลังจะหาเด็กนักเรียนที่เป็นอาสาสมัครเข้าร่วมกิจกรรมนี้ สัก 2 - 3 คน ถ้าโรงเรียอาจารย์มีเด็กนักเรียนที่สนใจ"อาสาสมัคร" ผมจะส่งเอกสารมาให้ครับ