ผมเริ่มกลับมาทานกาแฟแทนข้าวอีกครั้ง
ฟังดูเป็นเรื่องขำๆ แต่สำหรับผมแล้ว ผมกำลังเป็นเช่นนั้นจริงๆ
ภายหลังกลับมาแบกรับการงานอันท้าทาย พร้อมๆ กับการนั่งควบเก้าอี้สองตัว (แบบปฏิเสธไม่ได้) ก็ทำเอาโลกส่วนตัวเล็กๆ ที่สุดแสนจะจำกัด ถูกหั่นออกเป็นเสี่ยงๆ อีกรอบ
ในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมนอนหลังเที่ยงคืนเสมอ และนั่นก็ไม่เว้นแม้กระทั่งวันหยุด
ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงกีฬาประเพณีระหว่างคณะ ยิ่งต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด พลอยให้เจ้าหนุ่มน้อยสองตัวนอนดึกไปด้วย และที่สำคัญคือ มีเวลาเล่นกับผมน้อยลงอย่างน่าใจหาย
ผมว่าผมชินแล้วนะกับสภาพการณ์เช่นนี้
แต่ถึงกระนั้น ก็ยังต้องปลุกปลอบตัวเองอยู่อย่างขำๆ ตอนนี้อารมณ์ปรวนแปรอยู่ไม่ใช่น้อย ฟาดงวงฟาดหางอยู่ก็บ่อย เห็นแฟ้มกองเหมือนภูเขา ก็ยิ่งนึกอยากวางระเบิดให้แหลกละเอียด
เฉกเช่นกับวันศุกร์ที่แล้ว ผมมีราชการด่วนแสนด่วนให้ไปประชุมที่จังหวัดอุดรธานี
แรกเริ่มนั้น ผมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดไปแทน แต่สุดท้ายก็มีอันล้มเลิก เพราะผู้บังคับบัญชามองว่า “งานนี้ต้องมีสถานะ...”
ผมกลับเข้านอนในตอนตี 2 และปลุกตัวเองอีกครั้งในตอนตี 4
ลมหนาวก่อนรุ่งสางหนาวเย็นสั่นสะท้านยะเยือก
ตั้งใจว่าทันทีที่ขึ้นนั่งบนรถ คงได้นอนพักไปตลอดทาง แต่ที่ไหนได้ กลับนั่งคุยจ้อไปกับคนขับอย่างสนุก
ในห้วงของการเดินทางนั้น ผมรู้สึกว่าตนเองแช่มชื่นขึ้นมากโข เสมือนการได้หลุดออกมาจากวังวนของความจำเจ น่าเบื่อ
ครั้งหนึ่งก่อนเข้าสู่ตัวเมืองอุดร ฯ ผมแวะปั๊มชื่อดังขนาดใหญ่ พาตัวเองเข้าไปเรียงคิวรอจ่ายเงินกับแคชเชียร์เสียเนิ่นนาน (แต่ก็เพลิดเพลินดี เพราะในร้านที่ว่านั้น มีหนังสือให้เบิ่งมอง)
ในขณะที่ผมกำลังควักตังค์ออกมาจ่ายสินค้าประเภทกาแฟและเครื่องดื่มชูกำลัง พลันก็เหลือบเห็นหนังสือเล่มเล็ก ๆ ซุกตัวอยู่ใกล้ๆ กับจุดชำระเงิน และด้วยความที่เป็นแฟนคลับหนังสือ จึงอดที่จะก้มตัวลงหยิบขึ้นมาพลิกดูไม่ได้
แน่ล่ะ...
หนังสือเล่มเล็กๆ ขนาดพกพา ดูน่าสนใจมิใช่ย่อย ขนาดของหนังสือเล็กถึงขั้นเผลอทำหล่นแล้วอาจไม่รู้สึกตัวว่า “ทำหล่น” ก็เป็นได้

สำหรับเล่มแรกที่ผมถือขึ้นมาผลิกดูนั้น เป็นปกออกเหลืองๆ รูปปกเป็นการ์ตูนผู้ชายใส่หมวกถือแว่นขยาย ราวกับกำลังส่องหาอะไรสักอย่าง !
แต่ที่สะดุดตาที่สุดก็คงหนีไม่พ้นชื่อของหนังสือเล่มนี้นั่นแหละ เพราะมีคำว่า “แผ่นดิน” ประทับหราอยู่อย่างสง่า (แรกมีในแผ่นดิน)
หนังสือเล่มเล็ก ๆ เล่มนี้ นำเสนอสาระความรู้แบบสั้นๆ และกะทัดรัด เรียกได้ว่าบรรทัดหนึ่งๆ มีอักษรเรียงรายกันไม่เกิน 20 ตัวอักษร แถมยังมีรูปภาพน่ารักๆ ให้ดูเพลินตา อ่านไปยิ้มไปอย่างไม่ยากเย็น
ในเล่มนี้ ขุดค้นความเป็น “ครั้งแรก” ของเรื่องราวรอบตัวมาให้อ่าน ให้จำกันอีกรอบ
หลายเรื่องผ่านตาผมมาแล้วหลายรอบ (แต่ไม่จำ) หลายเรื่องยังจำได้แม่น จึงถือโอกาสปัดฝุ่นความจำและความรู้กันอีกรอบ อาทิ เรื่องการเกิดกีฬาโอลิมปิค เริ่มมีกูเกิล แรกมีอินเตอร์เน็ต ตู้เย็น หรือแม้แต่เจ้าโดราเอมอนก็ไม่วายถูกนำมาเขียนถึง

ส่วนเล่มที่สองนั้น มีชื่อว่า “นับหนึ่งในสยาม”
แน่นอนครับ เล่มนี้เป็นเรื่องราวใกล้ตัวบนบ้านเกิดเมืองนอนของเราเอง อ่านไปจึงเป็นเหมือนการปัดกวาดพิพิธภัณฑ์ความทรงจำที่มีต่อประเทศอันเป็นที่รัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยางพารา สะพานกรุงธน เขื่อนภูมิพล ทุ่งพระเมรุ แดนเนรมิต ตลาดนัดจตุจักร ข้าวหอมมะลิ ผักตบชวา ฯ

และสุดท้ายก็เป็นหนังสือที่มีชื่อว่า “รักเมืองไทย”
เล่มนี้เตะตาโดนใจมาก ปกสี “แดง” ชัด แต่โรยชื่อหนังสือด้วยสี “เหลือง” ชวนตะหงิดๆ อยู่บ้างแหละ
ผมชอบเล่มนี้ไม่แพ้เล่มอื่น ยิ่งดูภาพวาดขำๆ ที่ปกหนังสือ ยิ่งชวนให้หัวใจอันอ่อนโรยได้เริ่มที่จะฉีกยิ้มขึ้นมาทีละน้อยทีละนิด ...
เล่มนี้สื่อสารถึงเรื่องราวหลากมุม ชวนให้คนอ่านเกิดความผูกพันต่อความเป็นชาติได้เป็นอย่างดี รวมถึงการมีกลิ่นอายทางประวัติศาสตร์ให้เราได้สัมผัสอย่างไม่ขาดเขิน เป็นต้นว่า เรื่องต้นโพธิ์ที่เก่าที่สุด ทำไมต้องแพะเมืองผี จังหวัดเมืองพระนอน สะพานมอญสะพานไม้ที่ยาวที่สุด เมืองไทยกับการเดินทางด้วยรถราง มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรก ภูเขาทอง ใครคืออั้งยี่ สะพานพุทธ เป็นต้น
และนี่คือเรื่องราวเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการเดินทางซึ่งพลอยให้ผมแช่มชื่น และหลุดลอยออกมาจากวังวนอันหม่น ๆ
หนังสือเล่มเล็กๆ ทั้งสาม ไม่เพียงทำให้ผมเพลิดเพลินบันเทิงใจ แต่ยังสะกิดให้ผมหันกลับมาตรวจสอบความเป็น “ชาติ” ในตัวเองอย่างง่ายงาม พร้อมๆ กับการตั้งคำถามกับตัวเองอย่างสุภาพว่า “เราทำอะไรหล่นหายไปบ้างหรือเปล่า..?”
และนี่ยังคิดที่จะนำไปอ่านให้เจ้าสองหนุ่มฟังก่อนนอนเหมือนกัน ....
ครับ..
ทั้งสามเล่ม เรียบเรียงโดย "ปันชยา" ... เป็นหนังสือที่เหมาะต่อการพกพาและเตือนความจำกับเรื่องรายรอบตัวเป็นที่สุด
และสำหรับเด็กๆ ก็เหมาะอย่างยิ่งต่อการอ่านเล่น เติมเต็มสาระแห่งความเป็น "แก่นสาร" แบบไม่เคร่งเครียด
ปกหลังตีตราเล่มละ 20 บาท แต่แคชเชียร์บอกกับผมด้วยน้ำเสียงอันสวยใสว่า "3 เล่ม 50 บาท ค่ะ" (ย้ำ...มีคำว่าค่ะ จริงๆ)
แต่พออ่านไปอ่านมา กลับรู้สึกว่า สิ่งที่ได้รับจากหนังสือเล่มเล็กๆ บรรทัดสั้น ๆ เหล่านั้น ล้วนมีคุณค่ามากมาย และมากกว่ามูลราคาที่ประทับเป็นราคาจำหน่ายของหนังสือแต่ละเล่มนั้นหลายร้อยหลายพันเท่า !
น่าสนใจดีค่ะ
รักผืนแผ่นดินไทยค่ะ
ขอบคุณนะคะ...จะลองไปหามาอ่านดูค่ะ
รักษาสุขภาพ นะคะ
เห็นด้วยเลยครับ...
หนังสือเล่มเล็ก ๆ บางเล่ม อ่านแล้วได้แง่คิดดี ๆ แบบประเมินเป็นราคาไม่ได้เลย...
ถึงจะเล็กแต่เต็มเปี่ยมด้วยคุณค่า...
เข้ามาทักทายครับผม...
ถึงแม้ว่า การทำงานหนักเป็นดอกไม้แห่งชีวิต แต่การทำงานหนัก ก็ต้องควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพด้วยครับ...
ช่วงนี้ผม สะสมหนังสือเป็นว่าเล่น เพราะได้มาเยอะ แต่อ่านไม่จบ แม้แต่เล่มเดียว ต้องทบทวนเวลาของตัวเองแล้วครับ
---
ดูแลสุขภาพครับ :)
สวัสดีครับ
นานไม่ได้แวะมาอ่าน คนคอกาแฟ เหมือนกันครับ งานมามากจริง ก็เอากาแฟเป็นเพื่อนยามดึก เวลาทำงานคนเดี่ยว
แต่หนังสือดีๆ อยากอ่านครับ แต่เวลา ไม่เอื้อจริง
เห็นหนังสือแล้ว อยากจะเอาแล้วละ .....
สวัสดีครับ. @..สายธาร..@
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอ..
เมืองไทย, เป็นของเรา ทุกครับ ครับ
อาจารย์ค่ะ
การเปลี่ยนสถานที่ทำให้ใจเราเปลี่ยน (ไปในทางที่ดีขึ้น)
มีพลังในการขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ นะค่ะ
พี่แก้ว คอกาแฟดำค่ะ เพราะกลัวอ้วน
อยากมีเวลา..นอนอ่านหนังสือที่ล้นออกจากตู้หนังสือ วางเต็มบ้าน เหมือนน้องเอก ที่มีหนังสือเต็มห้อง ทำยังไงดี แนะนำพี่ด้วย
สวัสดีค่ะ
* ยังไม่ลืมอาจาย์ค่ะ..อิอิ
* หนังสือแบบนี้เด็กๆ เขาชอบอ่านค่ะ...ข้อความสั้นๆ เข้าใจง่าย
* เปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนบรรยากาศก็ทำให้โล่งและเบิกบานใจแล้วใช่ไหมคะ
* สุขกายสุขใจนะคะ
เรียน ท่านแผ่นดิน อยากอ่านครับ
น่าอ่านจังเลยค่ะ แค่เห็นปก ยิ่งคุณแผ่นดินเชียร์แล้ว ...
....
กำลังขนย้าย ตู้หนังสือจากกทม. มาที่บ้านค่ะ
ไม่ค่อยได้อ่านเหมือนเคย เพราะติดเน็ตแทน อิ อิ
....
เหมือนที่คุณแผ่นดินบอก ไม่ค่อยเหงา เพราะมีคนให้คิดถึง
ขอบคุณค่ะ ...
รักษาสุขภาพนะคะ ...
สวัสดีคะอาจารย์แผ่นดิน
ความคิดเดียวกับพี่ประกาย
อยากให้แฟ้มที่กองอยู่หายไปกับตา
ตัวเลขรายงานที่ต้องสรุปประจำปี ค้างเติ่งมา เนิ่นนาน
สรุปออกมายังไม่ได้ งานใหม่เข้ามางานเก่ายังไม่เสร็จ
พอได้เดินทางออกจากที่ทำงานบ้าง ยิ้มได้
สวัสดีครับน่าสนใจจริงคุณเป็นคนที่เก็บรายละเอียดได้ดีมาก
สวัสดีครับ Mr.Direct
พักนี้ยุ่งมากครับ เวลาไม่ค่อยมีเลยหายๆ ไปจากบันทึก นี่ก็ต้องเข้าอบรมผู้บริหารระดับหัวหน้างานฯ หัวหย้ากลุ่มยาว 2 เดือน เลยต้องเร่งมอบหมายงานให้ทีมงานอย่างยกใหญ่
แต่ก็อย่างที่คุณเอกบอกแหละครับ.. การงาน เป็นเสมือนดอกไม้ของชีวิต การดุแลรักษา ก็เป็นอีกเรื่องที่เรามองข้ามไม่ได้
ส่วนหนึ่งสามเล่มนี้ ผมมองว่า อ่านง่าย เข้าใจง่ายและที่สำคัญคือ จำง่าย ช่วยให้เรามีความรู้ประดับตัว พกพาไปในก็สะดวก ราคาก็ไม่แพง ถือเป็นหนังสือที่แชร์ความรู้ได้อย่างน่ารักเบยทีเดียวครับ
สวัสดีครับ.คุณเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
ตอนนี้ผมก็ได้รับหนังสือหลายเล่มจากมิ่งมิตร ล่าสุดพี่อึ่งฯ ส่งมาให้ อ่านได้หลายเรื่องแล้ว แต่ส่วนใหญ่เวลาจำกัด สมาธิการอ่านจึงไม่ได้ มีหนังสือหลายเรื่องกองทับซ้อนรอการพลิกอ่าน
ซึ่งกระนั้น ก็ยังต้องรอเวลาอีกมากไม่ใช่น้อย เพราะพักนี้ เวลาไม่ลงตัว แต่ไปไหนมาไหน ผมก็พกหนังสือติดตัวไปด้วยเสมอ ... ไม่ได้อ่าน ถือ หรือจับเฉยๆ ก็พลอยให้ชีวิตแช่มชื่นไปในตัว
สวัสดีค่ะ
ครูแป๋มเป็นแฟนของหนังสือมินิเหล่านี้เหมือนกันค่ะ ส่วนใหญ่พออ่านเสร็จจะบริจาคให้กับเด็กๆ แต่ตัวเองได้จดรายละเอียดไว้แล้วในไดอารี่ของตนเองจะได้ไม่กระจายไปอยู่คนละทิศคนละทาง ชอบบันทึกทุกตอนของอาจารย์ อ่านแล้วมองเห็นภาพตามดีค่ะ.
สวัสดีครับ... คนตานี
เป็นธรรมดากระมังสำหรบกาแฟที่กลายมาเป็น "เพื่อนสนิท" ของคนนอนดึกไปแล้ว
สำหรับผมนั้น ก่อนหน้านี้ไม่หยุดกาแฟไปหลายเดือนแล้วครับ เพิ่งกลับมาทานในระยะหลังๆ นี้เอง ส่วนหนึ่งมาจากไม่ค่อยได้ไปทานข้าว เลยต้องทานกาแฟแทน
ตอนนี้ซื้อหนังสือไว้หลายเล่มมาก ในบ้านมีหนังสือไม่น่าต่ำกว่า 3 พันเล่ม แต่อ่านยังไม่ถึงครึ่ง พักหลังจึงอ่านไปในแนวเกร็ดความรู้และสารคดีท่องเที่ยวที่มีกลิ่นอายในทางวัฒนธรรม
กรณีหนังสือนั้น, แค่เห็น แค่ได้แตะต้อง ก็ถือว่าสุขใจมากแล้ว ส่วนจะได้อ่านหรือไม่นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ...
.... ขอบคุณครับ..
สวัสดีครับ...กระติก~natachoei ที่ ~natadee
โดยปกติผมมักถูกนำไปวางไว้กับงานใหม่ๆ ...เสมอ พองานนิ่งก็กลับมายังที่เดิม ซึ่งเป็นวิถีเช่นนี้มานานมากแล้วก็ว่าได้
แต่ที่ยังทำไหวนั้น ก็เพราะมีความสุขกับงานเสมอมา และที่สำคัญคือการมีความผูกพันกับองค์กรด้วยเช่นกัน เสมือนการได้ทดแทนต่อสถาบันที่ให้ชีวิตและอนาคตในเส้นทางนี้ด้วยเช่นกัน
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน
ชื่อนี้ ฟังดูก็ภูมิใจแทนเจ้าของชื่อนะคะ
ชื่อดี มีความหมาย มากๆ....
มะนาวหวานเลิกทานกาแฟแล้วค่ะ...
...ก็เพื่อตัวน้อยสองคนของคุณแผ่นดิน ก็รักษาสุขภาพนะคะ
มะนาวหวานก็มีหนังสือเล่มจิ๋วอยู่เล่มนึงค่ะ
เก็บรักษาไว้นานแล้ว
เป็นหนังสือในองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ค่ะ
ชื่อ ดั่งดวงแก้ว (รวมพระราชนิพนธ์)
เล่มสีม่วงค่ะ น่ารัก และมีคุณค่ามากๆ ซื้อมาอ่านเอง เมื่องานสัปดาห์หนังสือที่ท้องสนามหลวง กี่ปีมาแล้วก็จำไม่ได้แล้ว
อิอิ...แก่แล้ว ชักจะหลงๆลืมๆบ้าง...