ไม่อยากคิดวน สับสน คิดนาน คิดแช่ ....ก็มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้อารมณ์กันดีกว่า

ผ่านมาผ่านไปถึงวัยทำงานทุกท่านย่อมผ่านประสบการณ์อารมณ์หลากหลายบันทึกครั้งนี้ขอเปิดประเด็นในเรื่อง “อารมณ์โกรธ”

 ถ้าย้อนกลับไปวัยเด็ก เราไม่พอใจอะไรก็คงแหกปากกว้าง ๆ และตะเบ็งเสียงออกมาเต็ม Maximum ให้คู่กรณี หรือใครก็ตามที่ต้องการเรียกร้องให้เขาสนใจรับรู้อารมณ์ของเรา

    ที่มาของภาพ www.stopmotionmagic.com 

 

ถึงวัยทำงานเราคงแสดงอารมณ์เหล่านี้ไม่ได้ง่าย ๆ ตรงกันข้ามกลับได้ยิน ได้เรียนรู้มาว่าใครที่เก็บอารมณ์ไว้มิดชิด โดยเฉพาะเก็บอารมณ์โกรธมิให้ใครรับรู้ได้เลยนั้น แสดงว่ามีวุฒิภาวะทางอารมณ์สูง หรือที่เรียกว่า EQ สูง

 แต่อย่างไรก็ตาม  เชื่อเถอะว่าแต่ละคนต่างก็มีกลไกในการจัดการความโกรธ โดยในระหว่างเบื้องหลังการถ่ายทำน้อยคนหรือไม่มีใครเลยที่จะได้เห็น  ส่วนใหญ่เห็นในสภาวะดูเหมือนปกติ หรือยิ้มให้แบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น...ก็มี…เขามีวิธีคิด หรือจัดการอย่างไร... 

 อะไรที่มักทำให้ท่านโกรธ………………………………………..

ท่านจัดการกับอารมณ์โกรธนั้นอย่างไรบ้าง……………………

 หากใครมีประสบการณ์อะไร ลองมาเล่าสู่กันฟังดูค่ะ  เราจะได้เข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้นและนำสิ่งที่ท่านแลกเปลี่ยนมาเรียนรู้กันมาสังเกตดูคนรอบข้างและส่งต่อความเข้าใจไปยังพวกเขา….

 เราจะได้เห็นว่ามีคนที่คิดเหมือน คิดต่างจากเราอย่างไรเพราะ

พฤติกรรมของมนุษย์เราแตกต่างกันไม่มาก...อะไรดี ๆ ที่สังคมยอมรับ เราก็อยากนำไปปรับใช้จริงไหมคะ

  

เนื่องจากในระหว่างเปิดตัวบันทึกนี้ จะโดยบังเอิญหรือไม่อย่างไร ใจตรงกันกับหลายท่าน ก็ไปอ่านพบว่ามีข้อความดี ๆ ที่พูดถึงเรื่องความโกรธเอาไว้ จึงขอนำมารวบรวมเก็บไว้ในบันทึกนี้ เผื่อมีผู้ใดสนใจเห็นประโยชน์จะได้นำไปปรับใช้กับตัวเอง หรือนำไปทำความเข้าใจคนรอบข้างก็ได้ค่ะ 

1.       คุณ .•.• kittyjumpเลขาnatadee   มีข้อความที่กล่าวว่า

"ให้อภัย...ง่ายที่สุด"

ความโกรธ...ก็เหมือนกับไฟร้อนที่สุมอกเรา

ถ้าไม่รีบเอาน้ำมาดับเสีย..ใจเราคงมอดไหม้ไปในที่สุด

โกรธไป ก็เปลืองใจ

แก้แค้นไป ก็เปลืองเวลา

ให้อภัยเสียดีกว่า เพื่อตัวเราเอง"

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

2. คุณคนไม่มีรากค่ะ   "ดูจิต...ให้เห็นจิต (2-31)" มีข้อความดังนี้ 

ปกติแล้วคนไม่มีรากจะไม่ค่อยแสดงอาการโกรธ (ยังมีความโกรธอยู่ แต่ไม่แสดงอาการ วาจาให้คนรู้ว่าโกรธ) ให้ใครเห็น จะยิ้มเสียมากกว่าอย่างอื่น แต่เจ้าความกรุ่นโกรธนั้นก็จะยังคงทิ้งร่องรอย พิษร้ายไว้ในจิตตามสมควรแก่เวลา สถานที่ และโอกาส วันดีคืนร้ายก็จะโผล่ขึ้นมาสร้างความขุ่นข้องหมองใจให้ "จิต" บ้าง พอเป็นกระสายยา ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้คนไม่มีรากเพียรพยายามเสาะแสวงหาวิธีการในการจัดการกับ... อารมณ์ไม่พึงประสงค์เหล่านี้... ดูจิตให้...เห็นจิต

 พอเห็นจิตแล้ว ก็คลาย วาง สักแต่ว่าเห็น ว่ารู้สึกแล้ว ไม่ต้องยึดไว้..."

  ---------------------------------------------------------------------------------------------------------

3. ความรู้คือพลัง :  สิทธิในการโกรธ...   สุญญตา

คนเราที่เกิดมาทุกวันนี้ไม่สมควรหรือไม่มีหน้าที่ที่จะไปโกรธหรือไปเกลียดใคร
สิทธิหน้าที่สำคัญพื้นฐานของมนุษยชนควรจะเป็น สิทธิแห่งการให้อภัย ซึ่งกันและกัน

คนเราที่เกิดมานั้นมีหน้าที่หลักอันเป็นพื้นฐานของชีวิตคือ จะต้อง คิดดี พูดดี และทำดี
ตื่นเช้าขึ้นมาเราก็ต้องตั้งใจในสิทธิพื้นฐานที่สำคัญว่า วันนี้ เวลานี้เราจะต้องคิด พูด และทำในสิ่งที่ดี
เราไม่มีสิทธิที่จะไปโกรธและไปเกลียดใคร สิทธิที่เรามีอยู่อย่างเดียวคือสิทธิที่จะให้อภัยทั้งทางกาย วาจา และใจ

ครั้นเมื่อเราตัดสิทธิแห่งการโกรธออกจากสิทธิพื้นฐานของเราแล้ว ศาลแห่งดวงจิตที่ต้องคอยรับเรื่องราว เหตุผลสัพเพเหระที่เรายื่นฟ้อง เขียนสำนวน และเป็นทนายแก้ต่างนั้นก็จะถูกยุบ ถูกปิด ถูกยุติบทบาทลง ดังนั้นชีวิตเราจะมีความสุขขึ้นอีกมาก

ชีวิตของเราจะ สงบเพราะไม่ต้องมาคอยดำเนินการเรื่องราวต่อศาล ไม่มีโจทก์ ไม่มีจำเลย ชีวิตนี้จักสบายขึ้นอีกมาก

ด้วยเหตุและปัจจัยเหล่านี้เอง... ถ้าหากชีวิตเรานี้สามารถตัดสิทธิแห่งการโกรธได้ เหลือเพียงสิทธิแห่งการให้อภัย สิทธิแห่งความเป็นไปอย่างถูกต้องนี้ไซร้คือสิทธิและหน้าที่ของการ “ปฏิบัติธรรม...

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

4. Comment ของศิลาเองที่ไปตอบไว้ในบันทึกคุณคนไม่มีราก "เส้นทางระหว่างบรรทัด" ตอนระวังยาพิษค่ะ

·      หากคุณคนไม่รากคิดว่าเราสอง (ตีขลุมค่ะ) มีจริตเดียวกัน หรืออย่างไรก็ตาม ศิลาเชื่อว่าประโยคต่อไปนี้คุณคนไม่มีรากจะเข้าใจในสิ่งที่ศิลาจะให้ความเห็น หวังว่าไม่ดูโอเว่อร์นะคะ

·      สาเหตุของการนำไปสู่การให้อภัยหรือไม่ให้อภัยคือ "ความโกรธ" ใครหรืออะไรบางอย่าง

·      นานมาแล้ว เวลาศิลาโกรธ สังเกตเห็นลูกไฟ (ใหญ่เล็กขึ้นอยู่กับสถานการณ์) อยู่ในใจตัวเอง..."ร้อนมาก ๆ "ยิ่งตามมันทันก็ยิ่งเห็น ยิ่งร้อน...

·      จากนั้นก็ "ดับไฟ" ด้วยการดึงจิตจากการเห็น "ลูกไฟ" มาไว้ที่ลมหายใจ

·      ดับได้แล้ว ก็เลยไปไม่ถึง "การให้อภัยหรือไม่ให้อภัยค่ะ"

·      ความเห็นนี้อาจไม่ใช่บทสรุปของเรื่องนี้ เป็นเพียงข้อเสนอค่ะ

·      ใช้เครื่องมือใดก็ได้ที่เหมาะกับตนคือคำตอบค่ะ

·      ขอบพระคุณค่ะ มาโดยไม่ได้รับเชิญค่ะ (อิอิอิ)

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------