กิจกรรมWalk Rally

 ฐานที่ 5 บันไดงู

 วิธีเล่น

บันไดงูนี้ไม่ต่างกับการเดินบันไดงูบนกระดาน มีลูกเต๋าเป็นอุปกรณ์ ในการโยนแต้ม

และมีกระดานเดินแต้ม สำหรับค่ายเบาหวานนี้กระดานเดินแต้มเป็นผ้าใบเคลือบค่ะ

เห็นกระดานแล้วใหญ่มากเลยใช่ไหมคะ และมีลูกเต๋าที่มีขนาดใหญ่มากค่ะ ต้องอุ้มกันโยน จะได้โยนเพื่อเก็บแต้ม ก็ต่อเมื่อผู้เล่นสามารถตอบคำถามเรื่องเท้าได้ จึงจะได้โยนแต้ม

และดูเหมือนว่าผู้ป่วยเริ่มกระตือรือล้นมากขึ้นกว่าเดิม  ได้ยินคุณยายท่านหนึ่งบอกว่า "แหมเล็กๆอย่างลูกเต๋าก็ดี จะเขย่าให้มันไปเลย" ครูต้อยก็งงเมื่อได้ยิน นึกขำในใจว่าเขย่าลูกเต๋าให้มัน น่าจะเป็นไฮโลนะซิคะคุณยาย !!!!!

คุณอี๊ดและน้องผู้ช่วยอีก 2 คน จำชื่อไม่ได้ค่ะ ขอติดไว้ก่อน

คุณอี๊ดเธอเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่อง..เท้าของผู้ป่วยเบาหวาน.. ของโรงพยาบาลสมุทรสาครค่ะ

มีการถามคำถามและให้ตอบคำถามค่ะ หากตอบได้จะได้เล่น พร้อมเก็บคะแนนไปด้วย

กลุ่มนี้ได้แต้มเต็มร้อย แต่พอขึ้นรอบที่ 2 กลับทำคะแนนได้ไม่มาก ตรงข้ามกับความรู้เรื่องเบาหวานที่กลับแม่นมากขึ้นเพราะ คุณป้า คุณยาย คุณตา พากันตอบได้เร็ว และถูกต้องมากขึ้น

เอ้า...อึบ ! โยน !  ป้าหนูใหญ่ โยนเลย... โยนเลยป้า เฮ...เสียงเชียร์ให้คุณป้าหนูโยนดังลั่นในขณะที่ป้าหนูออกแรงยกลูกเต๋าผ้าขึ้นมา ด้วยลีลาที่ระมัดระวังหลังเป็นพิเศษ ตามคำแนะนำของคุณอี๊ดค่ะ
ที่น่าสนใจ คือ ผู้โยนลูกเต๋าต้องทำงานสัมพันธ์ กับผู้แต้มเดิน ซึ่งในกิจกรรมนี้ ใช้คนเป็นตัวเดิน กระกระโดดไปตามแต้มที่โยนได้ 
สิ่งที่ได้จากการทำกิจกรรมฐานนี้คือ

การผ่อนคลาย ความเพลิดเพลิน

และรู้สึกคึกคักขึ้นมา เหมือนวัยเด็ก

ก็เล่นกันเหมือนตอนเป็นเด็กนี่คะ

เป็นการเก็บแต้มแบบสบายๆ กับความรู้เรื่องเท้าๆ ค่ะ

พักสมองชั่วครูค่ะ

ครูต้อยก็เลยมีเวลาเก็บดาวเรืองมาฝากอีกกอใหญ่ค่ะ

หายเหนื่อยแล้วไปกันต่อนะคะ

ไป ฐานที่ 5 ค่ะ ในบันทึกต่อไปนะคะ

 ขออภัยด่วนค่ะ ครูต้อยขออนุญาตคั่นบันทึกนี้ด้วยบันทึกบรรยากาศการอบรมครูของสพท.สมุทรสาคร ในวันตรุษจีน 1 บันทึกค่ะ แล้วจะกลับมาต่อเรื่องWalk Rally เบาหวานจนจบค่ะ

เป็นฐานสำหรับการผ่อนคลายหลังจากที่เหนื่อยกันมาแล้วถึง 3 ฐาน