การทำงานวิจัยชุมชน ถือเป็นโอกาสดีๆ ที่ได้ไปเยือนท้องถิ่นที่เราไม่เคยไป และยังได้เรียนรู้ทั้งวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คนไปด้วย แถมด้วยการไปเที่ยวเป็นการให้รางวัลถ้ามีเวลาเหลือพอ นับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้ติดใจทำงานวิจัยชุมชน ไปถึงแม่ฮ่องสอนก็ต้องทัวร์เมือง ทัวร์วัดเป็นของแถม
คราวก่อนเขียนถึงการไปเยือนตลาดสายหยุด กับตลาดกลางคืนของเมืองแม่ฮ่องสอนแล้ว
คราวนี้จะพาเที่ยววัด ตลอด 4 วันที่อยู่ในเมืองแม่ฮ่องสอน เดินวันละกว่า 5 กิโลเมตร กลายเป็น
เรื่องสบายๆ เพราะอากาศดี (ถ้าเดินช่วงเช้าและเย็น) ช่วงที่ไปเป็นปลายหนาว ต้นร้อน (มีนาคม)
ซึ่งที่เมืองแม่ฮ่องสอน อากาศตอนเช้ากำลังดี แต่พอสายแดดจะแรงไปสักหน่อย
เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนมีพื้นที่เพียง 6 ตารางกิโลเมตร แต่มีวัดอยู่ถึง 11 วัด แต่ละวัดมีอายุยาวนาน
เราสามารถเดินไปแต่ละวัดได้ ไม่จำเป็นต้องใช้รถ เพราะอยู่ใกล้ๆ กัน ชื่อวัดเท่าที่จดไว้ก็มี
วัดจองคำ วัดจองกลาง วัดพระธาตุดอยกองมู วัดก้ำก่อ วัดพระนอน วัดหัวเวียง วัดม่วยต่อ
วัดไม้ฮุง วัดปางล้อ (เอ จดมาไม่ครบแฮะ)
วัดจองคำ กับวัดจองกลาง ตั้งอยู่บริเวณหนองจองคำ ที่เป็นสวนสาธารณะของเทศบาลเมือง
เป็นวัดฝาแฝด อยู่ในพื้นที่ติดต่อกัน อายุของวัดราว 200 ปี (สร้างเป็นวัดแรกของจังหวัด ตั้งแต่
ปี 2340) เป็นศิลปะของไทยใหญ่ ซึ่งเป็นชาติพันธุ์หนึ่งของคนแม่ฮ่องสอน หรือที่เรียกว่าคนไต
มีวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมที่งดงาม (ดูรูปประกอบด้านล่างค่ะ)
สองวัดนี้เดินตอนกลางวันกับตอนค่ำจะได้อารมณ์ต่างกัน ตอนกลางวันจะเห็นศิลปะของไทยใหญ่
ที่งดงาม แปลกตาสำหรับคนต่างถิ่น พอพลบค่ำวัดจะประดับไฟ และมีบรรยากาศของตลาดค่ำประกอบ
ออกแนวโรแมนติก
ก่อนขึ้นดอยกองมู เพื่อไปเยือนวัดพระธาตุดอยกองมูด้านบน บริเวณรอบๆ จะมีวัดเก่าแก่อยู่อีก
4 วัด แวะชมก่อนนะ
วัดก้ำก่อ เป็นชื่อไทยใหญ่ เป็นวัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่ง(สร้างปี 2433) มีซุ้มวัดแบบไทยใหญ่ที่สวยงาม
ถัดไปเป็นวัดพระนอน (สร้างขึ้นปี 2418) แน่นอนว่าต้องมีพระนอนประดิฐสถานอยู่ และมีพิพิธภัณฑ์ด้วย
สองวัดนี้ตั้งอยู่คนละฝั่งถนนกันบนเส้นทางก่อนจะขึ้นดอยกองมู ใกล้ๆ ยังมีอีกสองวัด คือ วัดม่วยต่อ และ
วัดไม้ฮุง เป็นวัดเล็กๆ แบบชาวบ้านที่สวยงามและสงบ ไม่ใช่วัดเพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าชมมากนักเช่นสองวัดแรก
ถ้าเดินขึ้นดอยกองมูระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร เดินเช้าๆ หรือเย็นๆ จะดีกว่า พอเหงื่อซึมหรือจะนั่งรถ
ขึ้นไปก็ได้ ทางขึ้นดอยกองมูด้านที่เป็นบันไดดินในช่วงเทศกาล เช่น วันออกพรรษา ตักบาตรเทโว พระจะเดิน
บิณฑบาตยาวเป็นแถวสวยงาม ชาวบ้านจะไปรอใส่บาตร น่าจะเป็นภาพที่งดงาม (ชาวบ้านเล่าให้ฟัง เพราะ
ตอนไปไม่ใช่ช่วงเทศกาล)
ขึ้นไปถึงจะพบพระธาตุดอยกองมู สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2403 ตัวพระธาตุสีขาวสวยสะอาด ไหว้พระเสร็จ
ก็เดินดูวิวบนนั้นจะเห็นภาพของเมืองแม่ฮ่องสอนทั้งหมด ได้ในหลายๆ มุม รวมถึงวิวภูเขาที่ล้อมรอบเมืองไว้
เห็นเขาซ้อนเขาสุดตานับร้อยลูกกระมัง ถ้าขึ้นไปแล้วมีหมอกจะได้บรรยากาศ“เมืองในหมอก” อีกด้วย
บรรยากาศที่น่ารัก น่าประทับใจ บนดอยกองมู อีกมุมหนึ่ง คือ มุมเล็กๆ ของร้านกาแฟบนดอย ไม่แน่ใจว่า
ชื่อร้าน “ความทรงจำ” หรือเปล่า ประดับด้วยร่มสีขาว สีฟ้า กันแดด และชุดเก้าอี้หวายนั่งริมระเบียง
ดื่มกาแฟรสเลิศ กับธรรมชาติ หรือสนทนาเรื่องเบาๆ กับสหาย หรือเพลินใจกับการเรียนรู้ชีวิตเล็กๆ บนนั้น
มีทั้ง พระที่นั่งศึกษาธรรม เด็กๆ วิ่งเล่น นักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาชมวิว ศิลปินที่ขึ้นมานั่งเขียนงาน และทุกคน
มาร่วมใช้ธรรมชาติจรรโลงใจร่วมกัน ติดใจบรรยากาศของร้านนี้มากๆ กะว่าจะแวะกลับไปอีกในวันสุดท้าย
ก่อนจะกลับกรุงเทพฯ แต่เวลาไม่พอเลยได้แต่ฝากความคิดถึงไป
อ้อ! อย่าลืมอุดหนุนโปสเตอร์ภาพที่ระลึกของร้านใบละ 10 บาท เก็บมาเป็นความทรงจำด้วย
การไปเยือนเมืองแม่ฮ่องสอน หากอยากประทับความทรงจำไว้ สามารถแวะสำนักงานหอการค้า
จังหวัดแม่ฮ่องสอนที่อยู่ในเมือง เพื่อรับใบประกาศ “ผู้พิชิต 1864 โค้ง” เป็นที่ระลึกได้ เท่ห์ไม่หยอก
ตอนที่สามจะเอาเรื่องที่เข้าไปบ้านห้วยเสือเฒ่ามาฝาก

ป้ายทางขึ้นพระธาตุดอยกองมู

พระธาตุดอยกองมู
บรรยากาศรอบๆ พระธาตุบนดอยกองมู
สถาปัตยกรรมแบบไทยใหญ่ (คล้ายๆ พม่านะ)
วิวเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ที่มองลงมาจากดอยกองมู


เขาซ้อนเขา ดูไกลลิบ และบดบังด้วยสายหมอก "เมืองในหมอก"




ร้านกาแฟเล็กๆ บนดอยกองมู บรรยากาศดีมาก กาแฟอร่อย
ธรรมชาติงดงาม
พระ และเด็ก ชีวิตแบบเรียบง่าย บนดอยกองมู
รูปสุดท้าย สวย เก๋ เลยเอามาฝาก
เสียดายที่ไม่ได้แวะไปกราบพระธาตุดอยกองมู แต่ไปที่นี่มาค่ะ
ขอบคุณค่ะ ชอบแม่ฮ่องสอนมากค่ะ
สวัสดีค่ะ krutoi
ขอบคุณที่แวะเข้ามาเยี่ยมตามประสาคนชอบแม่ฮ่องสอนเหมือนกัน
สวัสดีค่ะ คุณเอื้องแซะ
ขอบคุณค่ะที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม มีโอกาสจะไปเยือนอีกค่ะ
คิดถึง แม่ฮ่องสอน คิดถึง รัก ประทับใจ
คิดถึง พระธาตุสูงเสียดฟ้า อารยธรรม
...
สุขสันต์วันแห่งรัก ค่ะ :)
ไม่เคยไปแม่ฮ่องสอนเลย
อยากไปมากๆ ฝันมานาน...แต่ก็ยังไม่ได้ทำที่หัวใจเราเรียกร้องเสียที...
การไปทำวิจัย ทำให้มีโอกาสดีๆ ได้ไปสัมผัสกับชีวิตและวัฒนธรรมที่หลากหลาย
ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ มากมาย..เป็นกำไรชีวิต คุ้มค่ามาก
ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ..
สวัสดีค่ะ คุณครูใจดี
ขอบคุณค่ะที่แวะมา.
คนละแม่ฮ่องสอน..หมายถึงคนละความงามที่ได้พบเห็นแม้จะเป็นแม่ฮ่องสอนเดียวกันก็เถอะ
เคยเข้ามาอ่านแล้ว..นึกได้อีกครั้งก็เลยเข้ามานั่งอ่านค่ะ
"มีคนคิดถึงคุณอยู่นะ ลองนึกดูดีๆ"