อะไรก็ทำได้ถ้าใจอยากทำ

เหมียว เป็นชื่อของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่แม่ต้อยรู้จักมานานกว่าสิบปี เธอเป็นลูกสาวคนโตของน้องที่ทำงานมาด้วยกัน เคยเห็นตั้งแต่ตัวเล็กๆ เผลอนิดเดียวมาเจอกันอีกทีตอนปีใหม่ปีนี้ เธอกลายเป็นสาวสะพรั่ง เธอพร้อมครอบครัวพ่อ แม่น้องๆได้มาแวะมาเยี่ยมและอวยพรปีใหม่แม่ต้อยที่บ้าน จึงได้ทราบว่าเธอนั้นได้สำเร็จการ ศึกษาระดับปริญญาตรีคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นที่เรียบร้อยเวลาช่างผ่านรวดเร็วเสียจริงๆ  เธอบอกกับแม่ต้อยว่าอยากจะเรียนต่อด้านจิตปัญญาศึกษา ในระดับปริญญาโทซึ่งเป็นหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้คุณค่าของชีวิต การเรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญ การฝึกฝนในเรื่องจิตใจ ที่จริงหลักสูตรนี้ค่อนข้างใหม่มาก น่าแปลกที่เธอสนใจ

                     บังเอิญว่าพอดีเหลือเกินที่ในช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา แม่ต้อยได้จัดหลักสูตรอบรมระยะสั้นสองสามวันให้กับผู้ที่จะทำหน้าที่ไปเยี่ยมโรงพยาบาลซึ่งสอดคล้องกับแนวความคิด จิตปัญญา เพื่อให้คนทำงานฝึกการใช้สมาธิ มีสติ และมีจิตใจพร้อมที่จะรับรู้ข้อมูลและเรียนรู้ร่วมกับโรงพยาบาลได้อย่างเต็มที่  เมื่อเธอทราบจึงขออนุญาตเข้าร่วมอบรมด้วย  ซึ่งแม่ต้อยก็ยินดีมากๆที่มีคนให้ความสนใจที่จะเรียนรู้ในศาสตร์ด้านนี้เพิ่มมากขึ้น เพราะแม่ต้อยคิดว่าเป็นการเรียนรู้ที่จะให้เรานั้นอยู่กับธรรมชาติและเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างอ่อนโยน เพียงแต่เป็นห่วงเธอเล็กน้อยว่าจะเข้าร่วมกิจกรรมกับคนที่ไม่รู้จักกัน อีกทั้งอายุและอาวุโสสูงกว่าเธอได้ดีเพียงไรเท่านั้น เพราะจะต้องมีกิจกรรมที่ทำร่วมกันตลอดการอบรม เช่นกิจกรรมการสนทนาที่เน้นการฟังอย่างไม่ตัดสิน เกิดสติและปัญญาในการสนทนา เป็นต้น

                     ในช่วงการอบรมทั้งสามวัน แม่ต้อยสังเกตว่าเธอร่วมเรียนรู้อย่างลื่นไหล ไม่มีช่องว่างระหว่างความคิดแม้แต่น้อย  สามารถทำกิจกรรมร่วมกับคนที่อายุมากกว่าเธอ ถึงสองเท่าขึ้นไปอย่างสนุกสนานและเข้าใจ ไม่มีท่าทีความเบื่อหน่าย แม้ว่าก่อนหน้านั้นเธอจะไม่รู้จักใครเลยสักคนก็ตาม

ในเช้าวันที่สอง แม่ต้อยมีโอกาสนั่งรับประทานอาหารเช้าโต๊ะเดียวกับเธอ เราสนทนากันในหลายๆเรื่อง มีตอนหนึ่งแม่ต้อยได้เล่าว่า ตอนนี้แม่ต้อยพยายามที่จะรวบรวมความคิดและสิ่งที่ดีดี โดยการเขียนเรื่องเล่า ซึ่งการเขียนเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ แม่ต้อยไม่เคยมีทักษะมาก่อนเลย มีความคิดที่จะลองเขียนเรื่องที่อยากเขียนมาก็หลายครั้ง ครันลองลงมือเขียนก็เหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา  ยากเย็นมาก เกิดอาการที่เรียกว่า จิ้มแห้ง ในทุกครั้งที่ลงมือเขียนจนถอดใจ  ในปีใหม่ที่ผ่านมาแม่ต้อยตั้งใจว่าจะขอลองอีกครั้ง เหมียวถามแม่ต้อยว่า แล้วเวลาเขียนแต่ละครั้งแม่ต้อยนึกไหมว่าจะเขียนอะไร? ในตอนนั้นแม่ต้อยก็ตอบว่า เรื่องอะไรก็ได้ ถ้าใจอยากเล่า หรืออยากเขียน แม่ต้อยจะเขียนเรื่องเหมียวก็ได้นะ เธอหัวเราะ ขบขันแล้วพุดว่า แม่ต้อยจะเขียนเรื่องอะไรเกี่ยวกับเหมียวละคะ  เธอทำท่าเหมือนไม่ค่อยจะเชื่อว่า เรื่องของเธอจะมีอะไรที่น่าจะเขียนถึง

                     แม่ต้อยก็เลยจะบอกว่าในบางครั้งเราก็ไม่เห็นในสิ่งที่เราควรจะมองเห็น ในความคิดของแม่ต้อย เหมียวเป็นเด็กที่น่าสนใจ เพราะเธอกล้าที่จะเข้ามาเรียนรู้ ในสิ่งที่เธออยากจะรู้อยากจะไขว่คว้าให้กับตัวเอง อยากจะบอกว่าแม่ต้อยชื่นชมในความตั้งใจของเธอ  การเรียนรู้ของเธอไม่มีขีดจำกัดจริงๆ แม่ต้อยขออวยพรให้เธอได้เข้าเรียนต่อปริญญาโทในวิชาที่เธอรักอย่างสมประสงค์

                     และที่สุดของเรื่องเล่านี้ แม่ต้อยก็อยากจะบอกว่า ในทุกเรื่อง อะไรก็ทำได้ ....ถ้าใจอยากทำ เราก็จะได้สิ่งนั้นมาไม่วันใดก็วันหนึ่ง

และหากเหมียวได้มีโอกาสเข้ามาอ่านเรื่องนี้ของแม่ต้อย ก็คงจะรู้ว่าในที่สุด แม่ต้อยก็เขียนเรื่อง เหมียวจนได้ เพราะว่าใจอยากเขียนไงละคะ