"คนไม่ปกติเท่านั้นที่จะทำได้" เป็นคำพูดของ ผศ.ดร.สุกรี หะยีสะแม รองคณบดี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มอ.ปัตตานีที่พูดเมื่อวานครับ ซึ่งท่านพูดหลายครั้งมาก เป็นส่วนหนึ่งของผลการสังเคราะห์งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคใต้ตอนล่างที่ท่านได้ทำการศึกษาในกลุ่มงานวิจัยทางด้านเศรษฐกิจชุมชน

งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบสิบปี สกว.ฝ่ายวิจัยท้องถิ่นครับ ผมได้รับเชิญไปร่วมด้วย เพราะเป็นคนหนึ่งที่ได้เข้าร่วมกับกิจกรรมนี้มาหลายปีแล้ว ห้าปีได้แล้วกระมังครับ แต่ผลงานของผมไม่ค่อยจะออกมาสักเท่าไร เลยได้แต่การไปเรียนรู้

ขอนำกลับมาที่คำพูดของอ.สุกรีอีกครั้งนะครับ คำพูดนี้เป็นการกล่าวชมคนผู้หนึ่งซึ่งอยู่พร้อมกับความสำเร็จของงานวิจัยหลายชิ้น(เกือบทุกชิ้น) ที่สกว.ท้องถิ่นให้การสนับสนุน ฮือ ผมลืมชื่ออีกแล้ว จำได้ว่าท่านทำงานอยู่ การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดปัตตานี แหม่ นึกชื่อไม่ออก พรุ่งนี้ผมก็ได้รับเชิญจากท่านให้ไปร่วมแสดงความคิดด้วย ฮิฮิ ลืมๆๆๆๆๆๆๆ

ดร.สุกรี ให้ข้อสังเกตกับการทำงานของสกว.ใต้ล่างว่า มีลักษณะกระจุกตัวกับคนไม่กี่กลุ่ม อันนี้ผมเห็นด้วยมากครับ มันสัมผัสได้โดยตรงครับ แล้วพอมองไปให้ลึกอีกก็พบว่า การที่ทีมสกว.จะเข้าถึงชุมชนวิจัยเหล่านั้นได้ ก็ด้วยมาจากผู้ที่เข้ามาเป็นตัวประสานให้เพียงคนเดียวครับ คือ คนที่ผมยังนึกชื่อไม่ออกนี้แหละครับ ดังนั้นต้องบอกได้เลยว่า คนๆ นี่ไม่ใช่คนปกติ ฮิฮิ แต่ฟังไปฟังมา ไม่แน่ใจว่าท่านชมหรือเปล่า ฮิฮิ

ประเด็นต่อมาที่อาจารย์ท่านพูดบ่อยแล้วภาษากำกวงนิดหน่อย แต่ถ้าฟังทั้งประโยคจะเข้าใจในทางบวกครับ ท่านบอกว่า สกว.ใช้หน่วยงานภาคี "เปลือง" ซึ่งผมว่านั่นแหละใช่ เพราะการพัฒนาท้องถิ่นที่มั่นคงต้องให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมไม้ร่วมมือกันทำกันแก้ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ แต่บังเอิญท่านใช้คำว่า เปลือง เลยมีคนยกมือถามว่า เปลืองที่ว่านั่นดีไม่ใช่หรือ?

ฟังการนำเสนองานของอ.สุกรี ซึ่งทำร่วมกับผศ.อับดุลเลาะห์ อับรู แล้วต้องยกนิ้งโป้งให้เลยครับ งานท่านปราณีตมาก ตอบได้ทุกคำถามที่ทีมกำหนดประเด็นสังเคราะห์งานสกว.อยากรู้เลย (ก็ผมไปนั่งทำเป้าหมายของกิจกรรมนี้ด้วยครับ) ที่สำคัญท่านพิถีพิถันกับงานจริงๆ นี้ขนาดมีงานบริหารและงานอื่นๆ เต็มมือ ทำได้ขนาดนี้ เยี่ยมจริงๆ (พี่ชายเรา)

รอบนี้ก็มีงานที่แย่ๆ เหมือนกันครับ ฟังแล้วรู้สึกเสียดายตังค์ (ที่สกว.จ่ายให้) บวกกับเวลาที่ไปนั่งฟัง ไม่ใช่เฉพาะผมนะครับที่รู้สึก เพราะฟังเสร็จมานั่งจิบกาแฟ คุยเรื่องนี้กันแล้วได้ข้อสรุปว่า คนที่ทำวิจัยสังเคราะห์น่าจะยังไม่ได้ลงพื้นที่ ศึกษาแค่เพียงผลวิจัยเปลือกนอก แล้วมาวิเคราะห์ผล ที่สำคัญเหมือนจะให้ค่าของงานวิจัยที่ทำโดยคนในชุมชนต่ำกว่าที่ควรจะเป็น แหม่ ผมเลยตั้งคำถามกลับไปว่า คำว่างานวิจัยวิชาการ กับงานวิจัยท้องถิ่น มันต่างกันที่ว่า ถ้านักวิชาการทำเท่านั้นหรือที่จะเป็นงานวิชาการ คนในชุมชนทำวิจัยไม่ใช่งานวิชาการหรือ ทำไมแยกกลุ่มวิจัยง่ายจังเลย

ก็สมมุติว่า งานวิจัยหนึ่งตั้งระเบียบวิจัยไว้ว่าจะเป็นการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมกับชุมชน งานวิจัยประเภทนี้ก็จะสำเร็จไม่ได้หรอกครับ หากชุมชนไม่ขยับเขยือนมาร่วมทำกับนักวิชาการ แล้วทำไมต้องรอให้นักวิชาการมาเริ่มทำให้กับชุมชน ก็นี้มันชุมชนเขาเริ่มทำวิจัยของเขาเองโดยไม่รอนักวิชาการ

จบประเด็นไว้เพียงเท่านี้แหละครับ วันนี้แอบมานั่งทำงานที่ห้องทำงานครับ ที่ว่าแอบเพราะสัปดาห์นี้สาขาวิชาพานักศึกษาไปดูงานกัน ไอ้กระผมก็ขอตัวไม่ไปด้วย แต่ครั้งจะทำงานที่บ้านก็เปลื้องไฟที่บ้านโดยใช่เหตุ เลยหอบเอกสารมานั่งทำงานที่สาขาวิชาดีกว่า มาถึงก็เจอของฝากไว้บนโต๊ะครับ ผมว่าหลายท่านเห็นด้านหน้าไปแล้ว ผมเลยขอโชว์หน้าในแล้วกัน

หนังสือเล่มนี้ ถึงแม้ไม่ได้เป็นคนเขียนหรือร่วมคิดเลย แต่รู้สึกว่า ภูมิใจกับผลงานพอๆ กับคนเขียนเลยครับ "บันทึกเรื่องเล่าจากคนต่างถิ่น" โดย ฟูอ๊าด ไวยวรรณจิตร