ในเมื่อถึงเวลาที่เราโกรธ หงุดหงิด รำคาญใจ หากคิดอะไรไม่ออก บอกอะไรไม่ถูก ขอให้เรา “ยิ้ม” ไว้ก่อนเพื่อ “เปลี่ยนใจ...”

ยามโกรธ ยามหงุดหงิด อารมณ์ขุ่นมัว ทั้งสติรวมทั้งสัมปชัญญะกำลังกระจัดกระจาย ใจเราก็หาย ลมหายใจของเราก็ยิ่งหาย
ใจหายคือ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับใจ ใจสั่นรั่นระรัว ระริก ระรี้
ลมหายใจหาย คือ ลมหายใจสั้น หายใจแรง หายใจหอบ
ช่วงเวลาเหล่านี้เป็นช่วงเวลาที่ระบบร่างกายผิดปกติ เนื่องด้วยออซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ดังนั้นความฉลาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญญาจะขาดและบกพร่องไป
เรื่องนี้รวมถึงเวลาที่เรา “อยาก” อันเกิดจากกิเลส และตัณหา อยากได้โน่น อยากได้นี่ อยากมีโน่น อยากไม่มีนี่ อารมณ์เหล่านี้ลมหายใจก็จะ “สั้น” เหมือนกัน
อารมณ์ต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้นสามารถแก้ไขได้หากเรา “ยิ้ม”

ยิ้มไว้ก่อน ยิ้มเพื่อเปลี่ยนใจ
ยิ้มเพื่อเรียก “สติ”
สติมาปัญญาเกิด สติเตลิด ปัญญาหนี
เมื่อเกิดอารมณ์อยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอารมณ์โกรธ และใช้ได้กับอารมณ์ “หลง” ขอให้เราฉีกยิ้มที่มุมมาก
เอาปาก “ยิ้ม” ไว้ก่อน “ยิ้มให้แก้มปริไปเลย”
แล้วสถานการณ์รวมทั้งสิ่งต่าง ๆ จะดีขึ้น
หลังจากเมื่อยิ้มแล้วเราจึงค่อย ๆ รวบรวมสติกลับมาตามดูลมหายใจ
การยิ้มเป็นการปลดปล่อยความตรึงเครียดออกไปจากจิต จากใจ จากอารมณ์
เปรียบได้ดั่งการซักผ้าก่อนที่จะนำมาย้อม
เมื่อจิตใจของเราโลภ โกรธ และหลง ตอนนั้นจิตใจเราเปื้อนและสกปรกมาก จะให้มาตามดูลมหายใจเลยนั้น เป็นสิ่งที่ยากและอาจจะสายเกินกว่าที่จะเปลี่ยนใจได้ทัน
ยามผ้าเปื้อนการที่จะรับน้ำย้อมใหม่ ควรซักหรือล้างผ้าให้สะอาด รอยยิ้มนั้นสามารถซักและชำระล้างใจที่โสโครกจากอารมณ์ได้ในฉับพลัน
หรือหากยิ้มไม่ออก สองนิ้วนั้นช่วยได้
ลองไปยืนส่องกระจก แล้วนำนิ้วชี้ทั้งสองนิ้ว “ฉีกมุมปาก” ทั้งสองออก
แล้วสิ่งที่เราเห็น จะเห็น “เด็ก” น่าหน้าประหลาด ๆ ที่แววตาขุ่นมัวแต่ปากนั้นยิ้มกว้าง แต่หากใจนั้นจะถูกชำระล้างอารมณ์ที่บูด ๆ และเสีย ๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์

หรือเมื่อครั้งที่ทำงาน งานหนัก งานเหนื่อย ถูกเจ้านายด่า ถูกลูกค้าบ่น ก็ให้ “ยิ้ม” เอาไว้ก่อน
ยิ้มเมื่อรักษาตนเอง ยิ้มเพื่อรักษาใจของตนเอง
การยิ้มทำให้การความคิดที่เป็นบวก ความคิดที่ดี
ความคิดที่ดีนั้นย่อมส่งผลให้ “ใจดี”
ใจที่ดี วาจา คำพูด กิริยา อาการที่แสดงออกมานั้นก็จะดีตาม
ใจสบาย คำพูดสบาย การแสดงออกสบาย ผู้เห็น ผู้ใกล้ชิด ผู้สัมผัสก็สบาย
หากเรายิ้มทั้งวันได้ก็ยิ่งดี
คนยิ้มทั้งวันนี้ไม่บ้านะ แต่คนหน้าบึ้งทั้งวันนี่ก็.... มีสิทธิที่จะเป็นบ้าได้
อารมณ์ที่ขุ่นมัวย่อมทำให้เราเครียด หน้าบึ้ง หน้าตึง
บ้าทั้งใจ บ้าทั้งร่างกาย
ใจไม่ดีแล้ว ยังจะพาลทำให้ร่างกายเกิดโรคร้ายได้อีกมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “มะเร็ง”
ดังนั้นรอยยิ้มนั้นยังป้องกันโรคและรักษามะเร็งได้ทั้งกายใจ
มาร่วมยิ้มเพื่อเปลี่ยน “ใจ” ให้ดีกันทั้งวัน
มาร่วมยิ้มเพื่อเปลี่ยน “ใจ” ให้สังคมนี้กันถ้วนหน้า
รอยยิ้มอันพิมพ์ใจย่อมสร้างความสดใสและสว่างไสวชั่วนิรันดร์...
:)
ครั้นเมื่อจิตของเราวนเวียนอยู่ในอารมณ์ “โกรธ” ณ ช่วงเวลานั้นเปรียบได้กับเรากำลังหลงทางอยู่ในความมืดที่ไม่สามารถหาทางออกได้ จะเดินไปทางใด จะหันไปทางใดก็ต้องชนกับสิ่งนั้นบ้าง ตกหลุมบ้าง การเดินไปข้างหน้าเพื่อหาทางออกในความมืดนั้นนอกจากจะหาทางออกไม่ได้แล้วก็รังจะทำให้ตัวเองนั้นเจ็บทั้งกาย เจ็บทั้งใจ
ดังนั้นเมื่อเราอยู่ในสถานการณ์คับขันอันมีความมืดเป็นปัจจัยสำคัญ เวลานั้น เราต้องการ “รอยยิ้ม” ซึ่งจะเปรียบเสมือนคบไฟที่ส่องแสงสว่างในความมืด
รอยยิ้มเปรียบเสมือนดวงไฟเล็ก ๆ ที่สามารถส่องแสงสว่างให้จิตใจเปลี่ยนความมืดให้คลางใจไปด้วยแสงสว่างแห่ง “ปัญญา”
เมื่อรอยยิ้มได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นรอยยิ้มทางกาย บังคับให้ยิ้ม ฉีกยิ้ม ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใด ๆ ก็ตามที่ทำให้รอยนึกว่า “ต้องยิ้ม” ได้สิ่งนั้นจัดได้ว่าเรามีสติอยู่ในระดับหนึ่งแล้ว
การมีสติระลึกให้ยิ้มนั้นเปรียบเสมือนไม้ขีดก้านเล็ก ๆ ที่ส่องประกายให้เกิดแสงสว่างขึ้นในใจเรา
หากยิ้มแล้วยังโกรธอีก ก็เหมือนกับไม้ขีดที่ยังชุ่มไปด้วยน้ำ
เมื่อดับแล้วเราก็จุดใหม่ จุดไฟด้วยรอยยิ้ม
ถ้าจุดแล้วดับก็จุดมันไปอย่างนี้แหละ จุดมันไปเรื่อย ๆ
ครั้นเมื่อความชื้นในก้านไม้ขีดหมดไป แสงสว่างทางใจย่อมเกิดขึ้นมาอย่างแน่นอน
เพราะฉะนั้นเวลาใดที่เราโกรธ จงยิ้มให้กับสิ่งที่โกรธนั้น ยิ้มให้กับคนที่เรากำลังโกรธ ถึงแม้ว่าเขาจะหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่เรา “เดินชนด้วยรอยยิ้ม”
การสู้ด้วยรอยยิ้มนี้ถือว่าเป็นการสู้ของผู้มีสติมีปัญญา
ยิ้มไว้ ยิ้มไว้ ยิ้มสู้
รอยยิ้มจะเปลี่ยนกายที่กำลังก้าวลงสู่หลุมแห่งมหันตภัย
รอยยิ้มนี้จะเปลี่ยนใจที่กำลังถูกเพลิงเผาไหม้ให้ดับลง
มาร่วมยิ้มเพื่อดับอารมณ์โกรธอันเถิด
ชีวิตนี้จะรื่นรมย์ด้วยรอยยิ้ม
ชีวิตนี้จะไร้ซึ่งศัตรู และอุดมไปด้วยมิตร
มิตรที่มีรอยยิ้มให้กันเสมอ
มิตรที่พร้อมที่จะให้อภัยซึ่งกันและกัน
รอยยิ้มแห่งการให้อภัยและความเมตตานั้นจักจรรโลงโลกและจรรโลงใจ
เมื่อโลกอันตั้งอยู่ในใจที่มีรอยยิ้มกริ่มละมุนละไม
โลกใบน้อยในใจนี้ย่อมสดใสด้วย “เมตตา”
เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก
รอยยิ้มที่ไร้โศรก ค้ำจุนใจ...
เห็นด้วย..กับการยิ้มเพราะเป็นคนชอบยิ้ม..ยิ้มสู้ได้ทุกสถานการณ์ค่ะ ฝากรอยยิ้มมาให้ด้วยนะคะ