การได้รับทาบทามตัวให้เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยมหิดล เดินทางไปประชุมครั้งนี้ รู้สึกว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ฟังปรมาจารย์KM อย่างนายแพทย์วิจารณ์ พานิช รู้ตื่นเต้น กลัวตื่นไม่ทัน เครื่องจะออกราว ๖.๓๐ น่าจะเช็คอินอย่างช้า ๕.๓๐ ดังนั้นควรจะตื่นตี ๓ และออกจากบ้านตี๔ น่าหัวเราะ เรากังวลมากถึงกับโทรไปขอให้ลูกสาวซึ่งอยู่อีกบ้านหนึ่ง โทรมาเตือนด้วยอีกชั้นหนึ่ง ตัดสินใจตั้งนาฬิกาปลุก ตั้งโทรศัพท์ปลุกอีกชั้นหนึ่ง ความจริงน่าจะเชื่อตัวเอง หรือน่าจะเชื่อฤทธิ์เจ้าโทรศัพท์ของเรา วันก่อนปลุกด้วย สั่นด้วยจนตกจากโต๊ะเครื่องแป้ง นึกแล้วก็ขำ คุณสุพลบอกว่าโทรศัพท์เครื่องนี้ทำงานแข็งขันมากนะ
ในที่สุดก็ตื่นก่อนนาฬิกา หรือโทรศัพท์ปลุก โทรตามแท็กซีในราว ๓.๓๐ ให้มารับเวลา ๔.๐๐น.ปรากฎว่าแท็กซีมารอตรงเวลา ระหว่างเดินทาง ได้คุยกับแท็กซี่ ต้องรู้สึกใจหายที่พบว่าแท็กซี่ถูกล้างสมองไปแล้ว โชคดีชั้นที่สอง เมื่อท่านอาจารย์วิจารณ์เดินทางไปพร้อมกับเรา ได้นั่งรถจากสนามบินไปมมส. ด้วยกัน อาจารย์เป็นผู้สูงวัยที่ทันสมัยมาก.... อาจารย์ใช้เทคโนโลยีทันสมัย อาจารย์ไม่ตกรุ่น ได้แนะนำตัวกับอาจารย์ว่าเป็นแฟนตามอ่านKM Thailand ของอาจารย์ และเป็นสามาชิกgotoknow ด้วย โดยมีอาจารย์วัลลาเป็นผู้ชี้แนะ อาจารย์ชมว่าอาจารย์วัลลาเป็นคนเก่ง
ถามเราว่าบล็อกของชื่ออะไร จะเข้าไปเยี่ยม ตอบไปทันทีว่าNursing-Ed อาจารย์ค้นดูทันที โชคร้ายบอกว่าหาไม่พบ ได้เรียนอาจารย์ไปว่าสับสนเรื่องชื่อบล็อก ชื่อบันทึก ถึงตอนนี้ก็ยังงงว่าทำไมอาจารย์หาไม่เจอ
เมื่อเดินทางถึงโรงแรมตักสิลา หน้าห้องสัมมนา มีนักศึกษาสาว-หนุ่ม นั่งบรรเลงเพลงไทยเดิม การประชุมครั้งนี้จัดรายการแรกเป็นเปิดงาน ถัดมาให้ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยทุกแห่ง ขึ้นไปรับโล่ห์ และถ่ายภาพร่วกัน ถัดมาให้สมาชิกของแต่ละมหาวิทยาลัยไปเข้าแถวแนะนำตัวให้รู้จักกัน
หัวข้อแรกบรรยายโดยศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์ พานิช ชื่อเรื่อง KM กับการพัฒนาการเรียนการสอน การฟังบรรยายครั้งนี้ทำให้เห็นความเชื่อมโยงของKM กับ การจัดการศึกษาได้ชัดเจน สาระที่สรุปได้มีดังนี้
KM ไม่ควรเริ่มที่ความรู้/การจัดการ แต่ให้เริ่มที่เป้าหมายการเรียนการสอน ท่านอาจารย์ให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมตอบคำถามว่าเป้าหมายการเรียนการสอนคือความงอกงามทางปัญญาของใคร โดย ถามว่าผู้เข้าประชุมที่อายุน้อยที่สุดให้ชูมือ จึงอาจารย์ท่านนั้นก็ตอบว่าความงอกงามของคน และองค์กร
ท่านพูดถึงประเด็นชวนคิด คือความสำเร็จของมหาวิทยาลัยดูที่ไหน แล้วท่านก็เฉลยว่า ดูว่าคนในองค์กรเกิดการเรียนรู้จากการจัดการเรียนการสอนและการทำหน้าที่หรือไม่ ท่านย้ำว่าการเรียนการสอนเพื่อความงอกงามทางปัญญาไม่ควรแยกจากภารกิจอื่นๆ ควรจะเกื้อกูลไปด้วยกัน ท่านใช้คำว่าsynergy และทุกองคาพยพเป็นฝ่ายสร้างมิใช่มีแต่เสพความรู้/ปัญญา ต้องร่วมกันสร้าง สิ่งที่เป็นความรู้ใหม่เพราะเคยฟังดร.วัลลาพูดถึงตารางแห่งอิสรภาพ ครั้งที่ร่วมประชุมเรื่อง KM กับการสร้างเสริมสุขภาพที่ศุนย์ประชุมจุฬาภรณ์ ครั้งนั้นยังเข้าใจไม่ชัด คราวนี้เหมือนรู้มากขึ้น ท่านพูดถึงการเรียนการสอนที่ดีในมหาวิทยาลัย หรือในโรงเรียนก็ตามให้ตามดูที่อาจารย์ ศิษย์ สถานที่เรียน หลักสูตร สิ่งอำนวยความสะดวก การวัดผล และผลสัมฤทธิ์ คนส่วนใหญ่จะดูแค่ผลสัมฤทธิ์ ซึ่งไม่น่าจะสมบูรณ์ ท่านยกตัวอย่างด้านอาจารย์ หากมีแค่ความรู้ที่สอนน่าจะให้คะแนนในตารางแห่งอิสรภาพเพียง ๑ แต้ม ถ้ามีการสอนอย่างมีมิติของมนุษย์ ทำให้เกิดการเรียนรู้จากภายใน อย่างนี้สมควรให้ ๕ แต้ม
ท่านแนะนำการทำKM การศึกษา น่าจะมีการเสาะหาการเรียนการสอนที่ดีโดยเริ่มจากจัดเวทีSSS(share success story) และช่วยกันตีความใส่ลงในตารางแห่งอิสรภาพ การบันทึกstory telling บันทึกให้เห็นตัวละคร แล้วเชิญตัวละครมาเล่าเรื่อง ท่านแนะว่าแต่ละเรื่องในตารางแห่งอิสรภาพคือที่รวบรวมKA หรือ Knowledge Assets และสมควรให้การยกย่องแก่ผู้มีส่วนทำให้การเรียนการสอนยกระดับอีกด้วย
การจัดการความรู้ต้องทำอย่างต่อเนื่อง จึงจะเห็นตารางแห่งอิสรภาพที่งอกงามขึ้น และจะมีคลังเรื่องเล่าการเรียนการสอนที่ภูมิใจ อันจะนำไปสู่ตำรา หรืองานวิจัยต่อไปได้ แต่ผู้บริหารต้องเชื่อมโยงวิสัยทัศน์ขององค์กรกับKMการจัดการเรียนการสอนด้วยผู้เข้าร่วมจึงจะมองเห็นความเชื่อมโยงชัดเจน และหากจัดไประยะหนึ่งจะสามารถจัดเป็นงานมหกรรมการสอนได้อีก
การบรรยายวันนี้พูดถึงR2R และ R&D นั่นคือการพัฒนางานประจำเป็นงานวิจัย และนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงในที่สุด
ท่านแนะนำคนทำKM การเรียนการสอนว่า ให้ออกแบบการเก็บข้อมูล กระบวนการ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทุกชั้นเรียน มีการรายงานผลในการประชุมวิชาการ และควรจะปรึกษาผู้รู้เพื่อจะเอาทฤษฎีมาตีความ
ในรายการถัดจากบรรยายพิธีกรได้พาเข้าสู่เรื่องเล่าเร้าพลังอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งนี้มีการแบ่งกลุ่มไว้เรียบร้อย มีกลุ่มพัฒนาหลักสูตร กลุ่มการจัดการเรียนการสอน และการวิจัย ทุกหัวข้อมี ๒ กลุ่ม การดำเนินการได้แทรกสุนทรียสนทนาเนียน อย่างเป็นธรรมชาติ หมายความว่าไม่ได้บอกว่าสุนทรียสนทนาคืออะไร ทำอย่างไร ในกลุ่มของเราแรกๆ ผู้เล่าจะถูกซักถามตลอดทางทำให้ต้องเชิญชวนเปลี่ยนวิธีใหม่ โดยขอให้ตั้งใจฟัง หากคันปากอยากจะถามให้จับปากไว้ ขอให้ตั้งใจ เปิดรับฟัง อย่างเดียว มิฉะนั้นอาจเบี่ยงเบนเรื่องที่ผู้เล่าตั้งใจบอก และชวนสมาชิกให้เล่าเรื่องที่ภาคภูมิใจเท่านั้น สมาชิกเห็นด้วย การเล่าจึงเต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่น รับฟัง และเข้าใจ ตอนบ่ายให้คัดเลือกเรื่องที่กลุ่มภาคภูมิใจมาเล่า ๑ เรื่อง กติกามีอยู่ว่า ให้ผู้แทน ๑ คนเล่าภาพรวม และอีก ๑ คนไปเล่าเรื่องที่เป็น The Best
เรื่องเล่าของกลุ่ม ๒/๒ Curriculum Development ครั้งแรกเพื่อนจะเลือกเรื่องการสอนภาคปฏิบัติโดยให้นักศึกษาเขียนJournal writing ของเรา แต่เนื่องจากเรื่องการสอนคณิตศาสตร์แบบใหม่ ผู้เล่าเป็นอาจารย์ขอนแก่น ทำหลักสูตรคณิตศาสตร์ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ทั้งนี้เพราะท่าน”กัดติด” มาก เพียรพยายามศึกษาอยู่ ๗ ปีเต็ม จึงค้นพบกุญแจสำคัญ กิจกรรมที่จัดไว้ดังในภาพ
แวะมาอ่านและทักทายค่ะ
มีความสุขเสมอๆนะคะ
สวัสดีค่ะ
ครูต้อยอยากมีโอกาส ฟังบรรยายด้วยตัวเองสักครั้ง เกี่ยวกับ R2R และ R&D
เพราะเป็นสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่อยากให้เวลาผ่านไปโดยไร้ค่า
ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ
ขอให้มีความสุข ทุกเพลาค่ะ
ขอบคุณคุณสายธาร ครูต้อย และท่านขจิต ที่เข้ามาเยี่ยม และให้กำลังใจ
ดิฉันก็กำลังเรียนรู้R2R และ R&D ค่ะ ลูกสาวทำงานบริษัทเอกชนพูดถุงR&D บ่อยมาก เขา R กับผลิตผลของเขา เราก็น่าจะ R and Development หลักสูตร การเรียนการสอนได้เหมือนกัน
การได้มาฟังเรื่องที่ภาคภูมิใจของเพื่อน และแกะออกมาให้ได้ว่า ทำอย่างไร เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก
ถ้าสังคมใจกว้าง เปิดใจแบ่งปัน และเปิดใจรับฟัง อย่างแขวนการตัดสิน เสริมกำลังใจกัน ยกย่องกัน และมองบวกต่อกัน จะทำให้เวลาที่มาทำกิจกรรมนี้มีคุณค่าจริงๆ