อ่านภาษาอังกฤษในต้นฉบับ "The Last Lecture" ที่ Professor Randy Pausch เขียนแล้ว ชอบความเรียบง่ายแต่เฉียบคมของคำที่ท่านเลือกใช้ อ่านแล้วเหมือนกับกำลังฟังท่านคุยอยู่ อยากให้คนที่อยากฝึกภาษาอังกฤษหามาอ่านดูค่ะ ขอเลือกเอาประโยคที่ชอบมาคุยในบันทึกสักวันละส่วนนะคะ อ่านหนังสือเล่มนี้มามากกว่า 2 เที่ยวแล้ว เพราะชอบคำและความที่ท่านตั้งใจส่งต่อมาถึงคนอ่าน เปิดช่วงไหนของเล่มก็อ่านได้เสมอ วันนี้เริ่มที่ประโยคในบทนำที่ชอบก่อนเลย ที่ท่านเกริ่นนำแนะนำตัวเองว่า เป็นคุณพ่อของลูกเล็กๆ 3 คนมีภรรยาเป็นผู้หญิงในฝัน แต่มาเป็นมะเร็งและมีเวลาอยู่อีกไม่กี่เดือน และเมื่อมีโอกาสได้เสนอเล็คเชอร์ครั้งสุดท้ายจริงๆ เขาก็อยากทำเพื่อฝากไว้ให้กับลูกเล็กๆของเขาในฐานะที่เขาเป็นอาจารย์ ที่งานของเขาคือการสอนนั่นเอง ชอบประโยคนี้ค่ะ
I lectured about the joy of life, about how much I appreciated life, even with so little of my own left.
คือเขาบอกว่าเขาไม่อยากมาบรรยายว่าเขาสู้กับมะเร็งยังไง เพราะใครๆที่เป็นก็พูดเรื่องนี้ เขาอยากบอกว่าเขามีความสุขกับการใช้ชีวิตยังไง เขาชื่นชมกับสิ่งที่ชีวิตมีให้เขาแค่ไหน ชอบมากๆในประโยคนี้ ตรงวรรคสุดท้ายที่เขาทำให้เรา “ตื้น” และ”สะดุด”กับความพิเศษของเขา ที่ว่า เขายังคงรู้สึกอย่างนั้นอยู่ แม้ว่าเขาจะมีเวลาสำหรับชีวิตของเขาเองเหลืออยู่น้อยนิด อ่านแล้วซาบซึ้งว่า เขาช่างเป็นคนที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้แม้ในยามที่ตัวเขาเองดูเหมือนจะไม่มีอะไรให้หวังเลย อ่านกี่ทีก็น้ำตารื้นค่ะ และระลึกว่า ชีวิตที่เรามีอยู่ในวินาทีนี้นั้นมีค่าจริงๆ
อ่านแล้วค่ะพี่ เล่มนี้ดีจริง : )
ไปดู Youtube แล้ว น่าประทับใจมากค่ะ
http://www.youtube.com/watch?v=ji5_MqicxSo
ส่วนมากคนไทย ที่ป่วยระยะสุดท้าย ญาติไม่ค่อยยอมให้บอก จนตาย ไม่รู้ว่าตัวจะต้องตายแล้ว จึงไม่มีโอกาสแม้จะกล่าวคำลากับลูกหลาน
เรื่องนี้ เราจะต้องนำมาปรับให้เหมาะกับวัฒนธรรมไทยนะคะ