วันนี้จึงเป็นการเปลียนวิกฤตให้เป็นโอกาส

ฉันเริ่มคิดที่จะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการปลูกต้นไม้  2 มือของเราเอง  ที่จริงแล้ว ฉันก็ปลูกมันบ่อยมาก แต่ไม่เคยกำหนดว่าจะปลูกวันละเท่าไร แต่วันนี้ ฉันอยากรู้ว่า ฉันมีศักยภาพที่จะปลูกต้นไม้ให้ได้วันละต้น หรือไม่ ในเวลา 1 ปี มันเป็นเหตุจูงใจที่เกิดจากการไปสัมผัสป่าที่ภาคเหนือ ในหลายจังหวัดของฉันและครอบครัว   พลังที่เสริมขึ้นมาในใจ ตัดความเบื่อหน่ายที่เราสัมผัสจากสิ่งไม่ดีรอบข้างออกไป  เก็บเกี่ยวมุมมองที่ดีงาม เติมเต็มให้กับสายใยแห่งรัก และเผื่อแผ่ ยังโลกที่กำลังวิกฤตกับปัญหาโลกร้อน  

เราไม่อาจรอให้โลกถึงจุดวิกฤตได้     แต่ทำไมเรากลับรอ  ก็การกระทำมันบ่งบอกอย่างนั้น  แม่ปากจะพร่ำพูดว่า มนุษย์ เรากำลังจะเผชิญกับ ภาวะวิกฤตของโลก ที่มนุษย์สร้างมันขึ้นมา    นอกเสียจากกาลเวลา ที่หมุนเปลี่ยนไป และกาลเวลาที่วิ่งไล่ล่าตามแสง อย่างไม่มีวันทัน  ความยืดหยุ่นของห้วงเวลา ที่อาจเกิดขึ้นได้  ในช่วงใด ช่วงหนึ่ง เราจะพบเห็นได้ว่า บางฤดูกาลเวลาแต่ละช่วงวันนั้น เร็วบ้าง  ช้าบาง  ความเร็วในการเคลื่อนไหวร่างกายของคนเราก็ดูเหมือนจะเป็นไปตามฤดูกาล ได้เช่นกัน

เช้าวันนี้ ฉันเริ่มฟันดินด้วยจอบอีกครั้ง เป็นวันที่ 2 และเช้านี้เช่นกัน  ฉันคิดว่า หากเราได้เพาะเมล็ดแห่งความรักในธรรมชาติ รักผืนดิน รักน้ำ ขึ้นในหัวใจดวงน้อยๆ ให้เขาได้สัมผัส เห็นการเจริญเติบโต เกิดความรูสึกเป็นเจ้าของ แล้วค่อยๆปลูกฝังความรู้สึกแบ่งปันที่ดี ให้แก่กัน โดยมีกิจกรรมเป็นตัวนำพา   ฉันเชื่อเสมอว่า ฉันจะปลูกสิ่งดีงามขึ้นได้ในความดิดของเด็กๆที่ฉันดูแล

วันนี้จึงเป็นการเปลียนวิกฤตให้เป็นโอกาส  โอกาสที่จะสร้างความดี  อย่าปล่อยให้ผืนดินว่างเปล่าอีกเลย มันมีค่ามากกว่านั้นมากมายมหาศาล