เปิดดรีมทีมเศรษฐกิจ "อภิสิทธิ์" เรียกความเชื่อ มั่น ปชป.ทาบคนนอก "ดร.ซุป" นั่งรองนายกฯ "ประมนต์" นั่งพาณิชย์ "กรณ์" คุมคลัง เล็งตั้งคณะกรรมการเศรษฐกิจชุดใหญ่ ชูนโยบายดอกเบี้ยต่ำ-บาทอ่อน ดึงแบงก์กรุงไทยหัวหอกหนุนต่อยอดรากหญ้าบรรเทาพิษเศรษฐกิจซบ รื้อ 6 มาตรการรัฐบาลเก่า งัดแผน 99 วันทำได้จริงเสียบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชนะโหวตในสภาได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 บรรยากาศที่พรรคประชาธิปัตย์ตลอดวันที่ 16 ธันวาคม เป็นไปอย่างคึกคัก มีเอกชนและประชาชนจากหลายภาคส่วนเดินทางเข้ามอบดอกไม้แสดงความยินดีกับนายอภิสิทธิ์ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า2 กองร้อย นายอภิสิทธิ์ ยอมรับว่า ชีวิตประจำวันจากนี้ไปคงจะเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะเวลาที่ให้กับครอบครัว เพราะต้องเสียสละทุ่มเทการทำงานให้กับประชาชน แต่ครอบครัวก็เข้าใจและให้กำลังใจมาโดยตลอด
วันเดียวกันนี้ ตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงกลุ่มเพื่อนเนวินได้เดินทางไปที่พรรค เพื่อร่วมกันจัดทำร่างนโยบายรัฐบาลและการหารือถึงการจัดโควตาตำแหน่งรัฐมนตรี โดยคาดว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ 1 จะแถลงนโยบายได้ภายในวันที่ 26 ธันวาคมนี้
แหล่งข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หลังจากนายอภิสิทธิ์ได้รับเลือกจากสภาให้เป็นนายกฯ แกนนำระดับสูงได้มีการหารือกันเป็นการภายในและติดต่อทาบทามบุคคลภายนอกที่เห็นว่ามีความรู้ ความสามารถ และความเหมาะสม มาร่วมทีมเศรษฐกิจ คนแรกที่แกนนำหารือกันและได้ทาบทามให้มาร่วมงาน คือ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการอังค์ถัด (UNCTAD : ที่ประชุมสหประชาชาติเพื่อการค้าและการพัฒนา หรือ United Nations Conference on Trade and Development) และอดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้มารับตำแหน่งรองนายกฯ ดูแลด้านเศรษฐกิจ ซึ่งนายศุภชัยหรือด็อกเตอร์ซุป กับนายอภิสิทธิ์ เคยทำงานร่วมกันในรัฐบาลชวน 2 ปี คนที่สองได้แก่ นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ให้มารับตำแหน่ง รมว.กระทรวงพาณิชย์ ทางพรรคเห็นว่านายประมนต์มีความรู้ ความสามารถในเชิงพาณิชย์ และได้รับการยอมรับอย่างสูงในแวดวงธุรกิจแต่อาจมีประเด็นให้โจมตีตรงที่เคยออกแถลงการณ์ ร่วมกับสภาอุตฯและสมาคมธนาคารให้สลายขั้วการเมืองเดิม ฉะนั้นชื่อนี้อาจจะต้องอุบไต๋เงียบจนนาทีสุดท้ายจึงจะเปิดตัว
ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง น่าจะได้แก่ นายกรณ์ จาติกวณิช เพราะมีประสบการณ์ด้านตลาดเงินตลาดทุน โดยเคยทำงานในสถาบันการเงินต่างชาติ และที่สำคัญมีความรู้ในระดับไมโครซึ่งมีความจำเป็นในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจวันนี้อย่างยิ่ง อีกทั้งสามารถทำงานเข้ากันได้อย่างดีกับนายอภิสิทธิ์ และนายศุภชัยที่จะมานั่งเป็นรองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ ซึ่งถ้าวางตัวได้ตามโผจะทำให้ทีมเศรษฐกิจชุดนี้เรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนและนักลงทุนได้
แหล่งข่าวกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีชื่อ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ในตำแหน่งรมว.คลัง ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้ แม้ว่านายอภิสิทธิ์กับ ม.ร.ว.จัตุมงคลจะสนิทกันมาก แต่สถานการณ์ปัจจุบันอาจไม่เหมาะสมเพราะความคิดล้าสมัยไปมากแล้ว แกนนำพรรคเห็นว่า รมว.คลังน่าจะเป็นคนหนุ่ม รุ่นใหม่ "ทั้ง ดร.ศุภชัย นายประมนต์ และนายกรณ์จะเรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้ ในขณะที่นายอภิสิทธิ์น่าจะเป็นนายกฯที่ เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจดีกว่านายกฯทุกคน" แหล่งข่าวกล่าว
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะแล้วเสร็จราวกลางสัปดาห์หน้า ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคจะได้ 14-15 ตำแหน่ง จากทั้งหมด 35 ตำแหน่ง แต่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจจะเป็นนายอภิสิทธิ์ แต่จะจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีโดยคำนึงถึงพรรคร่วมรัฐบาลอื่น ๆ โดยยึดหลักการพรรคที่ดูแลกระทรวงเดิมอยู่
นายสุเทพกล่าวถึงกระแสข่าวที่ ม.ร.ว. จัตุมงคล โสณกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเข้ามาเป็นรองนายกฯดูแลเศรษฐกิจว่า ข่าวดังกล่าวมีทั้งถูกและผิด ส่วนนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค ถือเป็นมือวางอันดับหนึ่งด้านเศรษฐกิจของพรรคอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามการจัด ครม.ยังไม่สรุปในรายละเอียด และตำแหน่งรัฐมนตรีคลังก็จะหาบุคคลที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่ง
ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตัวเต็งว่าที่ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือร่วมกับเจ้าหน้าที่จากธนาคารโลก (เวิรลด์แบงก์) ว่า งานเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องรีบดำเนินการ คือ การแก้ปัญหาคนตกงานและราคาพืชผลตกต่ำรวมถึงการฟื้นฟูการท่องเที่ยวและส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอีให้เข้าถึงแหล่งทุนเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น
นายกรณ์กล่าวว่า รัฐบาลใหม่พร้อมสนับสนุนนโยบายการเพิ่มงบฯ กลางปีงบประมาณ 2552 วงเงิน 1 แสนล้านบาท แต่ต้องมีการจัดสรรกรอบการใช้งบประมาณใหม่ โดยจะดำเนินการหลังการจัดตั้ง ครม. รวมทั้งสานต่อนโยบายเดิมทั้งการส่งเสริมเศรษฐกิจรากหญ้า และโครงการรถไฟฟ้า แต่อาจจะต้องทบทวนเพื่อให้เกิดความเหมาะสม โดยเวิลด์แบงก์พร้อมสนับสนุนเงินลงทุนในโครงการเมกะโปรเจ็กต์ และช่วยเหลือโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลอภิสิทธิ์ 1 ล่าสุดพรรค ปชป.จะได้ตำแหน่ง รมว.แรงงาน ที่เป็นของพรรคประชาราช รวมถึงขอคืนตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม จากพรรคเพื่อแผ่นดิน ซึ่งคาดว่าจะนำไปให้ ส.ส.ในกลุ่มของนายสุวิทย์ คุณกิตติ อดีตหัวหน้าพรรคที่แยกตัวไปฟื้นพรรคกิจสังคม
ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลยังคงยึดตามโควตาเดิม แต่คาดว่าพรรคเพื่อแผ่นดินอาจถูกลดจำนวนเก้าอี้ลงจากเดิม4 ตำแหน่ง เหลือ 3 ตำแหน่ง ในตำแหน่ง รมว.พลังงาน น่าจะเป็นของ น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล คู่เขยของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ
ส่วนโควตาพรรคประชาธิปัตย์คาดว่าจะมีราว 20 ตำแหน่ง เป็นเก้าอี้รองหัวหน้าพรรค 5 ตำแหน่ง เลขาธิการพรรค 1 ตำแหน่ง สมาชิกพรรคที่ไม่ได้เป็น ส.ส. 3 ตำแหน่ง และโควตาคนนอก 3 ตำแหน่ง ส่วนที่เหลืออีก 9 ตำแหน่งจะจัดสรรโควตาให้รายภาค โดยจะยึดตามความอาวุโสและความสามารถ
ทั้งนี้ โผ ครม.ล่าสุดคาดว่านายพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล จะเป็น รมว.มหาดไทย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรค เป็นรองนายกฯ ดร.ศุภชัยนั่งเก้าอี้รองนายกฯ ดูแลด้านเศรษฐกิจ นายกรณ์คาดว่าจะเป็น รมว.คลังคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ส.ส.กทม. คาดว่าจะเป็น รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ส่วน รมว. กลาโหม คาดว่าจะเป็นพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการทหารบก
สำหรับตำแหน่งที่น่าสนใจ อาทิ นาย ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ รองหัวหน้าภาคอีสาน คาดว่าจะไปนั่งตำแหน่ง รมว.การพัฒนาสังคมฯ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง อาจจะนั่งเก้าอี้ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดูแลสื่อส่วนตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะเป็นนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค โดยมีนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู รองเลขาธิการพรรค เป็นรองเลขาฯแหล่งข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจว่า เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจตอนนี้ชะลอตัวลงทุกด้าน การเรียกความเชื่อมั่นกลับมาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก คนที่สำคัญที่สุดคือรองนายกรัฐมนตรีที่คุมทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง ตอนนี้รัฐมนตรีคลังไม่ได้สำคัญมากเพราะเรื่องเศรษฐกิจมหภาคทุกคนก็รู้เรื่องดี ดังนั้นรัฐมนตรีคลังต้องเป็นดีลเลอร์ ขณะที่คนที่รันเศรษฐกิจต้องเป็นคนที่คุมหน่วยงานและกลไกขับเคลื่อนที่สำคัญๆ และทำงานร่วมกันไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งนายศุภชัยเหมาะสมที่สุด เพราะเศรษฐกิจตอนนี้ตกต่ำทุกด้านขณะเดียวกันนายอภิสิทธิ์มองว่าการบริหารเศรษฐกิจในภาวะอย่างนี้ให้ได้ผลต้องเอาคนที่อยู่ในกลไกต่าง ๆ มาอยู่ในทีมเศรษฐกิจหมด อย่าง ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ผู้จัดการธนาคารกรุงไทย ยุคต่อไปสำคัญมาก เพราะว่าถ้าเศรษฐกิจ ไม่หมุนเลย ก็ต้องทำให้เงินในระบบมันหมุนให้ได้ กรุงไทยจะมีบทบาทสำคัญ เป็นต้น "ส่วนนโยบายประชานิยมต้องทำ ตอนนี้ปัญหารากหญ้าต้องแก้อยู่แล้ว อย่างภาคเกษตร ราคาตกต่ำ อาทิ ยางพารา แต่ในแง่เศรษฐกิจภาพรวมปัญหาตอนนี้ยังไม่ถึงวิกฤต แต่มันจะลงช้าไปเรื่อย ๆ ส่วนค่าเงินบาทต้องอ่อน ตอนนี้ค่าเงินบาทแพงกว่า ค่าเงินมาเลเซียซึ่งไม่เคยมีมาก่อน ค่าเงินประเทศอื่นเขาอ่อนกันหมด แต่ของไทยแข็งกว่าคนอื่น รัฐบาลต้องเข้ามาจัดการเรื่องนี้ รวมทั้งมาตรการที่จะช่วยภาคเรียลเซ็กเตอร์ บางเซ็กเตอร์ต้องมีซอฟต์โลนหรือเงินช่วยเหลือดอกเบี้ยต่ำ รัฐบาลต้องมีเครื่องมือ ในการแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ เรื่องนี้ต้อง แก้กฎหมายแบงก์ชาติให้ทำได้ และที่สำคัญ จะยกเลิก 6 มาตรการ 6 เดือนของรัฐบาลชุดที่แล้ว และจะนำแผน 99 วันของพรรคประชาธิปัตย์แทน" แหล่งข่าวกล่าวจากรายงานข่าวที่ว่าพรรคประชาธิปัตย์อาจจะทาบทามนายประมนต์ สุธีวงศ์ มารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับการหมดวาระการดำรงตำแหน่งประธานสภาหอการค้าฯ สมัยที่ 2 ในเดือนมีนาคม 2552 จากก่อนหน้านี้นายประมนต์เป็นประธานหอการค้าฯมาตั้งแต่ปี 2548 ดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปีผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" สอบถามไปยังนายประมนต์ถึงกระแสข่าวดังกล่าว ว่ายังไม่ได้รับการทาบทาม โดยส่วนตัวมองว่า หากพรรคประชาธิปัตย์จะทาบทามคนนอกที่มีความรู้ความสามารถมารับตำแหน่งรัฐมนตรีร่วมกันบริหารประเทศก็ทำได้ หรือจะเลือกบุคลากรจากภายในพรรคก็ได้ เพราะมีผู้มีความรู้ความสามารถหลายท่านไม่ว่าจะเป็นคุณเกียรติ สิทธิอมร ซึ่งเคยรับตำแหน่งประธานหอการค้าต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เงาในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา "จนถึงวันนี้ (16 ธ.ค.) ผมยังไม่ได้รับการทาบทาม อย่างไรก็ตาม ในความเห็นส่วนตัวมองว่า พรรคประชาธิปัตย์ควรดึงบุคคลภายนอกมาร่วมรัฐบาล เพื่อสร้างความหลากหลายในการทำงาน อาจจะได้ผู้ที่มีความสามารถ แต่ไม่ได้หมายความว่าคนในพรรคไม่มีฝีมือ เพราะไม่ว่าจะเป็นใครทางสภาหอฯจะต้องฟื้นความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อนำเสนอข้อมูลให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องความเชื่อมั่นและการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ" นายประมนต์กล่าวดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการที่ประชุมสหประชาชาติเพื่อการค้าและการพัฒนา หรืออังค์ถัด อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในยุคที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ถือเป็นอีกคนที่มีบทบาทโดดเด่นในระดับโลก จึงได้รับการทาบทามให้มาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ดูแลภาพรวมเศรษฐกิจทั้งหมดของรัฐบาลชุดนี้
แหล่งข่าวจากผู้ใกล้ชิด ดร.ศุภชัยให้ข้อมูลกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า โอกาสที่ ดร.ศุภชัยจะกลับมารับตำแหน่งรองนายกฯ ถือว่า "เป็นไปได้ยาก" เนื่องจากขณะนี้ นายบัน คีมุน เลขาธิการใหญ่ องค์การสหประชาชาติ (UN)ได้มอบหมายงานสำคัญให้กับ ดร.ศุภชัย คือ การประสานงานกับนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ ในการเข้าไปร่วมแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังลุกลามไปทั่วโลก รวมถึงการประสานงานในการประชุม World Economic Forumที่จะจัดขึ้นในช่วงต้น ปี 2552 ประกอบกับ ดร.ศุภชัยมองว่าวาระงานในตำแหน่งเลขาธิการ UNCTAD ยังเหลืออีกหลายเดือน คือ จะหมดวาระลงในวันที่ 31 สิงหาคม 2552 และยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังต้องการทำในฐานะเลขาธิการ UNCTAD อยู่ จึงอาจจำเป็นต้องปฏิเสธตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ไป
ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า วันที่ 17 ธันวาคม 2551 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเข้าพบกรรมการบริหารของ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดย ส.อ.ท.เตรียมจะเสนอมาตรการระยะสั้น 1.ขอให้ส่งเสริมสภาพคล่องโดยจัดสรรงบประมาณมากกว่า 1 แสนล้านบาท, จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือ SMEs, คงวงเงินช่วยเหลือทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย ในการให้ดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำ (soft loan) ลดอัตราดอกเบี้ยอีก 1% เร่งรัดการคืนภาษี ลดภาษีเงินได้นิติบุคคลธรรมดาเหลือ 25% ขอยกเว้นการจัดเก็บภาษีจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ขอลดภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่ายทุกประเภทให้เหลือ 1% เพียงอัตราเดียว 2.การส่งเสริมความร่วมมือภาครัฐกับเอกชน โดยจัดตั้งคณะกรรมการ ร่วมภาคเอกชน (กรอ.) และ กรอ.จังหวัด, จัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ 3.กระตุ้นการลงทุนในประเทศและต่างประเทศ 4.ส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันในการค้าระหว่างประเทศ 5.เร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณและงบฯลงทุนโครงการขนาดใหญ่ 6.ผลักดันให้มีการพิจารณาเห็นชอบความตกลงในกรอบอาเซียน และ 7.การจัดระบบแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ (ลาว พม่า กัมพูชา)
ส่วนมาตรการระยะกลางและยาว 1.การติดตามปัญหาภาษี 2.การจัดการน้ำเพื่อภาคอุตสาหกรรม 3.ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อภาคอุตสาหกรรมและการลงทุน 4.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ 5.การพัฒนาพื้นที่เซาเทิร์นซีบอร์ด 6.ยุทธศาสตร์พลังงาน 7.ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม 8.ส่งเสริมและพัฒนา SMEs และ 9.การใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA
ดร.อัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการสายเสถียรภาพการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ประเด็นที่สำคัญที่สุด คือ เรื่องความเชื่อมั่นจะต้องเกิดขึ้นให้ได้ การใช้นโยบายการเงินและนโยบายการคลังในภาวะนี้มีประสิทธิภาพน้อย ดอกเบี้ยที่ลดลงอาจไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะสถาบันการเงินระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ สำหรับนโยบายการคลังการเบิกจ่ายงบประมาณที่ตั้งเป้าไว้ 94% อาจทำไม่ได้ตามเป้าหรือทำได้น้อยลง รวมถึงการเพิ่มงบประมาณกลางปี 100,000 ล้านบาท ก็ยังไม่มี และการขาดดุลงบประมาณปี 2552 ไม่มากพอจะฉุดเศรษฐกิจขึ้นมาได้ ดังนั้น 1.ต้องทำได้อย่างรวดเร็วพอ 2.ต้องเจาะไปที่กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะผู้ส่งออก และ 3.ต้องมีความชัดเจนว่านโยบายใดต้องทำชั่วคราว
ประชาชาติธุรกิจ 18 ธันวาคม 2551
ขอให้ทุกท่านที่ได้รับตำแหน่งตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่นะคะ เอาใจช่วยอย่าลืมว่ากลุ่มคนที่ไม่หวังดีต่อท่านฯคอยจับจ้องค่อนแคะอยู่ จงสุขุมรอบคอบในทุกๆด้านนะคะ
รักพี่ๆทุกคนอยากไปกราบสวัสดีถึงที่ทำงานพรรคเลยค่ะบอกพ่อชวนด้วยว่าหนูขอเป็นลูกสาวอีกสัก1คนนะคะ
ตั้งใจเข้ามาอ่านจริงๆค่ะ สนใจเรื่องการเมืองและจับตามองมาโดยตลอด
ขอบคุณที่ให้ข้อมูลค่ะ (คนลำพูน)