ในการดำรงชีวิตโดยถือหลักสายกลางหรือมรรคแปด

เจริญพร สมาชิกและผู้อ่านทุกท่าน

กระบวนการพัฒนาแบบไตรสิกขาและมรรคแปดนี้ ซึ่งสามารถนำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน กล่าวคือ

ในการดำรงชีวิตเราต้องใช้ปัญญา ที่มองเห็นบุญเห็นบาป  จัดเป็น สัมมาทิฐิ เกิดความคิดที่จะละชั่วทำดี เป็นสัมมาสังกัปปะ สัมมาทิฐิและสัมมาสังกัปปะ จึงเป็นปัญญา เมื่อเกิดปัญญาก็จะมีความสำรวมในการพูด การกระทำและการประกอบอาชีพ สัมมาวาจา,สัมมากัมมันตะ,สัมมาอาชีวะ เป็นศีล การระมัดระวังไม่ให้บาปอกุศลเกิดขึ้นและมีใจจดจ่อกับการกระทำนั้น สัมมาวายามะ,สัมมาสติ,สัมมาสมาธิ ทั้งสามจัดเป็น สมาธิ เป็นไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปัญญา

การดำรงชีวิตโดยถือหลักความพอเพียงหรือหลักสายกลางนั้น มีด้วยกัน 5 ประการคือ

1. ทางจิตใจ อันชีวิตของบุคคลจะก้าวหน้าไปในทางที่ดีได้นั้น ต้องมีรากฐานทางจิตใจที่ดี คือ มีความมั่นคง หนักแน่น ในสุจริตธรรม มีความประพฤติดี ปฏิบัติชอบ

2. ทางสังคม ชุมชนแต่ละท้องถิ่น ได้้ร่วมมือสามัคคีเกื้อกูลกัน โดยหลักการสงเคราะห์ มีการให้สิ่งของ ให้คำแนะนำ กล่าวคำสุภาพสมานไมตรี ประพฤติตนให้เป็นประโยชน์แก่ชุมชนและการปฏิบัติตนเหมาะสมแก่ ฐานะ ภาวะ

3. ทางทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ภูิมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งมีอยู่มากมายหลากหลาย ด้วยศักยภาพของคนในท้องถิ่นเองและยังส่งผลต่อการพัฒนาประเทศชาติด้วย

4. ทางเทคโนโลยี่ ต่อยอดจากข้อ 3 การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สอดคล้องกับสภาพของแต่ละท้องถิ่น จนสามารถนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสม

5. ทางเศรษฐกิจ สามารถอยู่ได้อย่างมั่นคงด้วยการใช้หลักการจัดสรรทรัพย์ที่เรียกว่า โภควิภาค 4 กล่าวคือ 1 ส่วนสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 2 ส่วน ใช้สำหรับลงทุนประกอบอาีชีพการงานและอีก 1 ส่วน เก็บออมไว้ใช้ยามจำเป็น

ด้วยหลักปฏิบัติที่ทุกท่านสามารถนำไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและครอบครัวตลอดถึงชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างพอเพียงแท้จริง.