หลังจากเดินทางกลับจากกรุงเทพฯ ถึงบ้านราว 10 โมงเช้า ของวันที่ 6 ธ.ค. 2551 ได้มีโอกาศอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ได้กินข้าวพร้อมๆ กัน แต่มื้อเย็นนี่ซิขอเติมข้าวเลยละ เพราะปลาสลิดที่เพื่อนรักสั่งทำพิเศษฝากมาให้ ทานกับน้ำพริกกุ้งหวานแนมผักสด ตามด้วยแกงไตปลา เป็นไตปลาทูที่ทำเอง น้ำพริกโขลกเอง ใส่ปลาย่างกุ้งสด เป็นแกงกะทิที่ใส่ผักนานาชนิด และที่ควรใส่ขาดไม่ได้คือชะอม มะเขือเปาะ ถั่วพลู เม็ดมะม่วงหิมะพาน ค่ะ แค่นี้ก็ทานกันอย่างเอร็ดอร่อย เพราะข้าวหอมใหม่ๆ จากมหาสารคามที่ อ.สุภาพเอามาฝาก เป็นอันว่าข้าวใหม่ปลามัน จึงทำให้อาหารธรรมดาๆ กลายเป็นอาหารมื้อพิเศษไปเลยค่ะ
ปลาทองเองมีความสุขมาก มีพี่ๆ มาเล่นด้วยกอดรัดฟัดเหวี่ยง กินอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ตั้ง 3 วัน ตั้งแต่ วันที่ 5-6-7 ธ.ค. ที่ผ่านมา ดูกันเอาเองครับ
วันนี้ผมสงสัยจังเลยครับ เห็นพี่ๆ ของผมแต่ละคน สาละวนกับการเก็บของเก็บกระเป๋า สงสัยเตรียมตัวกลับกรุงเทพแน่นอน พรุ่งนี้ทุกคนต้องไปทำงาน ยกเว้นแม่ของผมคนเดียวที่ทำงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นผู้บัญชาการที่บ้านครับ มีผมและน้องเหมียวเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาสองตัว
แม่คงจะเหนื่อยอีกรอบ หลังจากที่ทุกคนกลับไปแล้ว เพราะแม่ต้องเตรียมอาหารชีวจิตให้ผมกินทุกมื้อ ผมลืมเล่าให้ฟังว่าแม่ผมนั้น ถนัดเรื่องโภชนาบำบัดครับ มีผลงานช่วยคนเยอะแยะเลยครับ คราวนี้ถึงคิวผมแล้วแม่ไม่รังเลใจเลย หลังจากคุยกับคุณหมอโอม ซึ่งท่านบอกแม่ผมว่า อาหารสุนัขที่ดีที่สุดคือ home cooked food ครับ แต่ผมเห็นแม่ผมแอบต้มเห็ดหอมกับพวกบร็อคโคลี บางทีก็กะหล่ำปลี ให้ผมทานทุกวันๆ ละสามมื้อ แม่ผสมในอาหารเม็ดที่ผมอยู่กินอยู่เป็นประจำ ผมชอบๆ ผมเจริญอาหารมาก ก็แม่เล่นเอาอาหารเม็ด 3 ยี่ห้อ ที่ผมชอบๆ มาผสมกัน แล้วยังใส่ซุบเห็ดหอมหอมฯ อีก โอ้ยพ่อคุณเอ้ยมันช่างถูกใจผมจริง
9 ธ.ค. ที่ผ่านมาเป็นวันที่ผมไปพบหมอตามนัด ผมกลายเป็นหมาที่ดูเท่ห์มีเสน่ห์ที่ ผมสุภาพมาก ก็ผมจะทำตามที่แม่ผมบอกทุกอย่าง จนหมอแปลกใจว่าปลาทองตัวเดิมหรือเปล่า พอชั่งน้ำหนัก 12 กิโลกรัม น้ำหนักผมขึ้นมา ครึ่งกิโลฯ ภายในหนึ่งอาทิตย์ หมอพูดคุณแม่ว่าปลาทองดูดีขึ้นมาก แม่เลยเปิดเผยความจริงว่า ผมเจริญอาหารมากกิน 3 มื้อ แถมขนมระหว่างมื้ออีก แต่หมอกลับไม่อยากให้ผมอ้วน และขอให้แม่ผมให้อาหารแค่วันละ 2 มื้อก็พอ หมอบอกว่าถ้าให้อาหารชีวจิต โดยไม่ต้องใช้อาหารเม็ดยิ่งดี โปรตีนที่ให้ขอให้เป็นปลา ส่วนเห็ดหอม บร็อคโคลีกะหล่ำปลี ผักกาดฮ่องเต้ นางพญาวานร ผักปรัง ล้วนแต่ดีต่อสุขภาพกระผม(ปลาทอง)ทั้งนั้น และวิตามินซี โดสที่ใช้กับผมต้อง 30มิลิกรัม/กก.(นน.ตัว) ควรคำนวนดูว่า ต้องได้รับมากน้อยแค่ไหน ต่อวัน ส่วนข้าวแม่จะใช้ข้าวกล้องข้าวหอมมะลิแดงที่ ที่คุณแม่ทานอยู่แล้วไม่ลำบาก ปลาทองไม่ทานผลไม้สด จึงต้องใช้วิตามินซีชนิดเม็ด ที่ปราศจากน้ำตาลค่ะ คุณหมอยังชมว่าผมดูดีมากเลย แต่อย่างไรก็ตามต้องรอผลการวิเคราะห์เซลตัวร้ายก่อน จะทราบผลวันที่ 16 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ จากนั้นจะได้วางแผนการรักษาต่อไป ตอนนี้ก็ต้องกินยาที่หมอจัดให้ครับ ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้แหละครับ แม่ครับผมรักแม่ครับ



ขอให้ปลาทองหายไวๆๆนะครับ ลืมไปว่าที่บ้านอาจารย์มีสามสาว อาจารย์สบายดีนะครับ
สวัสดีค่ะ
แวะมาเยี่ยมพี่ปลาทองกับน้องเหมียวค่ะ ... ดีใจที่พี่ปลาทองเจริญอาหาร นน.ตัวขึ้นเลยนะเนี่ย....
ก็ดูสิ...ได้กิน เห็ดหอมกับบลอคเคอร์และยังขนม สารพัดวิตามิน รวมทั้งได้กินข้าวกล้องด้วย....
โอ ... พี่ปลาทองต้องรักคุณแม่ให้มาก ๆ นะครับ
ส่วนคุณแม่ก็คงต้องขอให้รักษาสุขภาพและดูแลตัวเองจากอาการความดันโลหิตต่ำด้วยนะคะ
หลังวันที่ 16 จะมาเยี่ยมอาการพี่ปลาทองอีกค่ะ
(^___^)
มาส่งดอกไม้จากภูหลวง จ.เลย เยี่ยมไข้พี่ปลาทองและให้พลังกับคุณแม่ค่ะ..เขาเรียกว่า ดอกบานอ้า ค่ะ
ความรักทำให้...เรามีพลังและกำลังใจค่ะ...(^___^)
มาอ่าน+ดูภาพ อีกทีก่อนไปนอนครับอาจารย์ เข้มแข้งๆๆๆ ครับ
สวัสดีค่ะอ.Lin Hui
ไปหาภาพ ดอกเอนอ้าหรือ ดอกโคลงเคลง มาค่ะ ได้จากกล้องของหลานชายที่ไปภูหลวง จ.เลยด้วยกัน ค่ะ
ดอกโคลงเคลง จะมีกลีบดอก 5 กลีบ ส่วน บานอ้า จะมี 4 กลีบ เป็นข้อมูลจากเจ้าหน้าที่บนภูหลวงค่ะ แต่ไม่ทราบว่าชื่อเพราะ ๆ ของบานอ้าเขาชื่ออะไรค่ะ
น้องไม่มีรากค่ะ ขอบคุณมากที่เอารูป ดอกโคลงเคลงหรือเอนอ้า มาให้ดูเปรียบเทียบกับดอกบานอ้า สวยทั้งคู่ค่ะ เอนอ้าสีเข้มออกม่วงเลยนะค่ะ กลีบดอกก็มากกว่าหนึ่งกลีบ
ขอบคุณจริงๆค่ะน้องฯ ที่มาเติมเต็มความรู้ค่ะ ประทับใจจริง ฝีมือคนถ่ายภาพก็เยี่ยมค่ะ