ถนนใน กทม.ก็จะแคบมาก  โดยเฉพาะถนนเก่า ที่ครูอ้อยใช้ทุกๆวัน 

เบียดกันประจำ  โปรดสังเกต  กระจกข้างสิคะ  จะถลอกปอกเปิกกันมากๆ  เพราะกระแทกกันไปมา.....

แล้วเป็นที่แปลกนะ  ทำไม  รถเล็กกว่าจะต้องหลบ รถที่ใหญ่กว่า

อันนี้ไม่แปลก  แต่รถเก่า ทำไมต้องหลบรถใหม่  ...

หรือว่า  ครูอ้อยคิดไปเอง เพราะครูอ้อย จะหลบประจำ ไม่ว่า เก่าหรือใหม่  ใหญ่หรือเล็กก็ตาม 

เพราะเวลาเกิดอุบัติเหตุ   จะไม่เลือก เก่า ใหม่ ใหญ่ หรือเล็กเลย

*****

เจ้ารถเล็กที่สุด  แต่ กวน มากที่สุดก็คือ แมงกระบือ 

แมงกระบือ....ก็คือ  มอเตอร์ไซค์รับจ้าง.....อูยยยย  ไม่อยากจะเซดเลย  ต้องหลบให้เป็นประจำ  ไม่ใช่กลัว  แต่รำคาญมากกกก

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา  เธอปาดหน้า เพื่อไปจอดให้ผู้โดยสารลง เธอก็ปาดอย่างกระทันหัน ครูอ้อย ก็เหยียบปุ่มหยุดกระทันหัน.(มันคือเบรค) แทบไม่ทัน

เธอหันมาโบกมือให้ ประมาณว่า...เออน่า ขอกันกินน่ะ 

หรือ  โบกมือเพื่อทักทาย  แต่ไม่ได้รู้จักกันนี่ 

น่าจะโบกมือให้ ประมาณว่า...ขออภัยนะที่ล่วงเกินมั้ง...คิดเป็นบวกน่า ครูอ้อย

พอเธอปาดหน้าครูอ้อยไปแล้ว  เธอก็จอดขวางแบบไม่เกรงใจ  ท่านหญิงผู้โดยสาร ก็กว่า จะหยิบเงินได้ 

ครูอ้อย ใจร้อน เพราะคิดถึงบ้าน  ก็รีบเดินหน้าไป  กระแทกเอาป้ายทะเบียน  เธอหันมาดู แบบเอี้ยวตัวดู เห็นไม่ชัด เธอจอดและลงมาดู  แล้วมองครูอ้อย 

ครูอ้อยก็ไม่ลงไป   พวกกัน ก็เริ่มมาช่วย  มาเกาะที่กระจกครูอ้อย  เคาะหน้าต่าง  ครูอ้อย ก็ไม่เปิด 

อยากจะตะโกนว่า...เกี่ยวอะไรกับคุณนะ....

จากนั้น  เจ้าของรถ  เดินมาบอกครูอ้อยว่า...ขอ 500 บาท 

ครูอ้อยถามว่า...เจ็บไหมคะ  มีอะไรเสียหายไหมคะ 

ก็ไม่เจ็บ ไม่เสียหาย แล้วคุณจะเอาอะไร 500 บาท 

เธอตอบว่า....ขอค่าทำขวัญ...วายยยย อูยยยยย ตกกะใจมากอะไรขนาดนั้น 

หากป้ายทะเบียนถลอก  ก็คงจะค่าสี ไม่ถึง 100 จะมาเอาอะไรกับฉานตั้ง 500

เรียกตำรวจเลยไหม ครูอ้อยฟันธง.....เธอพยักหน้า 

หารู้ไม่ว่า..ตำรวจที่ครูอ้อยเรียก คือ พ่อของนักเรียนที่มีบ้านอยู่หน้าโรงเรียน...คิคิ เอิ๊กเอิ๊ก  อุอุ อิอิ