ตะลึง!อีก 8 ปี คนไทยอ้วนเพิ่ม 21 ล้านคน เห็นข้อนี้แล้วต๊กกะใจครับ แหะๆ

ตะลึง!อีก 8 ปี คนไทยอ้วนเพิ่ม 21 ล้านคน
พาดหัวอย่างนี้ก็น่าตกใจอยู่นะครับ พี่น้อง อิอิ ก็อ่านข่าวไปอ่านมาก็ได้เจอหัวข้อนี้ ก็เป็นห่วงพ่อแม่พี่น้องที่มีลูกหลานอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ครับ กลัวจะตามใจปากกันจนเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคอ้วน ไปดูหัวข่อข่าวแล้ว มาดูเนื้อข่าวกันดีกว่าครับ พี่น้อง
ขณะนี้ประชากรอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไปทั่วโลก อย่างน้อย 400 ล้านคน กำลังป่วยเป็นโรคอ้วน และคาดว่าอีก 8 ปีข้างหน้า จะมีคนอ้วนเพิ่มขึ้นถึง 700 ล้านคน ส่วนไทยพบแนวโน้มคนอ้วนเพิ่มขึ้นน่าเป็นห่วงเช่นกัน จากการสำรวจสภาวะสุขภาพคนไทยอายุ 30 ปีขึ้นไป พบว่าคนอ้วนเพิ่มจากร้อยละ 20 ในปี 2534 เพิ่มเป็นร้อยละ 35 ในปี 2547 หรือประมาณ 15 ล้านคน องค์การอนามัยโลกคาดว่า ในปี 2558 จะมีคนไทยอายุ 30 ปีขึ้นไป เป็นโรคอ้วนร้อยละ 46 หรือกว่า 21 ล้านคน ผู้หญิงเป็นโรคอ้วนมากกว่าผู้ชาย
โดยสาเหตุเกิดจากความไม่สมดุล ระหว่างพลังงานที่ได้จากอาหารที่กิน กับพลังงานที่ร่างกายใช้ไปในแต่ละวัน ทำให้เกิดการสะสมในร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในสังคมเมือง เช่น อยู่ในอพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม เพราะกินแล้วไม่ได้เคลื่อนไหว นอนดูทีวี ใช้รีโมตเปลี่ยนช่องสะดวกสบาย ขึ้นอาคารใช้ลิฟต์แทนการเดิน ความสะดวกสบายเป็นการนำภัยมาเยือนโดยไม่รู้ตัว จึงต้องเร่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโดยเฉพาะ 2 เรื่องใหญ่ คือ การกินและการออกกำลังกาย ควบคุมการกินไม่ให้กินเกิน นี่คือข้อมูลจากข่าวสด ครับ
ส่วนข่าวแห้งของผมก็คือ หากไม่อยากเป็นเช่นนั้น วันนี้ผมมีวิธีดีดีมาฝาก อาจจะเป็นหนึ่งวิธีจากหลายๆวิธีนะครับ ลองอ่านดูนะครับ
อ้วนๆๆๆๆ ใครๆก็หาว่าเธอน่ะอ้วน หน้าอก หน้าใจ หน้าท้อง จับไปมีแต่ไขมันล้วนๆ...
ในสมัยก่อน ความอ้วนมิได้ถูกมองว่าเป็นปัญหาด้านสุขภาพมากนัก โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่อดอยากยากแค้น การเลี้ยงลูกให้อ้วนอาจถือว่าเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งครับ
อิอิ
ไม่ว่าคุณจะทำอะไร 20 อย่างต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่คุณอาจได้ทำเป็นประจำอยู่แล้ว เพียงแต่ทำแล้วให้ผลในเรื่องของการลดน้ำหนักไปในตัว

1. อย่าปล่อยให้ปริมาณอาหารกำหนดการกินของคุณ
เพราะปริมาณอาหารไม่ใช่สิ่งที่ร่างกายต้องการ
ทุกมื้ออาหารควรทานให้อิ่มพอดีๆ อย่าให้ถึงกับรู้สึกอึดอัด
และไม่ต้องเสียดายอาหารที่เหลือในจาน
แต่ให้คิดเสียว่าอาหารที่เหลือต่อวัน คือแคลอรีที่คุณสามารถลดได้
2. หาน้ำดื่มทุกครั้งก่อนที่คุณจะหาขนมนมเนยเข้าปาก
ถ้าทำได้ วิธีนี้จะช่วยคุณได้มากทีเดียว
ทั้งลดความอ้วนและประหยัดค่าขนมไปในตัวด้วย
3. กฎเหล็กของการลดความอ้วน คือ การตัด ABC ออก A หมายถึง
Alcohol (แอลกอฮอร์), B หมายถึง Bread (ขนมปัง) และ C carbohydrates
(คาร์โบไฮเดรต)
4. ปล่อยให้ตู้เย็นโล่งสะอาดตา
โดยหาเพียงสิ่งที่ทานแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย
หรือทานแล้วช่วยให้คุณดูสวยขึ้น เช่น
หาผลไม้หรือน้ำผลไม้ประดับตู้เย็นแทนขนมเค๊ก นมพร่องไขมันเนย
และน้ำแร่แช่แทนน้ำอัดลม และที่สำคัญ ควรหาภาพนางแบบหุ่นดีๆ
ใส่เสื้อผ้าโชว์สัดส่วนโค้งเว้า
มาติดตู้เย็นแทนแม่เหล็กที่แถมจากร้านอาหาร
5. ทานอาหารเช้าเป็นประจำ
เพราะอาหารเช้าสามารถช่วยให้คุณทานอาหารมื้ออื่นๆ ได้น้อยลง
6. เคยมีผลวิจัยบอกว่า การได้ฟังดนตรีเพลงโปรด
(ต้องเพลงช้าๆ นะ)
นั้นเปรียบเสมือนได้รับประทานอาหารรสเยี่ยมของคุณเกิดอาการอยากอาหาร
ให้ลองเปลี่ยนมาฟังเพลงเพราะแทน
7.
เตือนความจำตัวเองด้วยการนำชุดตัวเก่งที่คุณใส่ได้เมื่อครั้งยังผอม
แขวนในตู้เสื้อผ้าที่คุณสามารถเห็นได้ชัดทุกวัน
เพื่อเตือนความจำให้คุณอยากกลับมาใส่ชุดนี้อีกครั้ง
8 .เมื่ออยู่ห้องแอร์เย็นๆ ให้หาน้ำขิงหรือชาเขียวดื่มแทน
กาแฟ กาแฟหนึ่งถ้วย เปรียบเสมือนทานข้าวไปสองจาน น่าตกใจไหมล่ะ
9. นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่และเต็มตา เพราะผู้หญิงเรา
หากได้นอนหลับเพียงพอ
ร่างกายจะสามารถเพิ่มระบบเผาผลาญได้มากขึ้นจากปกติถึง 40% เชียวนะ
10. ก่อนเข้าซุปเปอร์มาเก็ตทุกครั้ง ควรจดรายการที่ต้องการ
และซื้อตามรายการที่จด แทนการเลือกซื้อแบบตามใจฉันจะนึกออก ณ ตอนนั้น
หากตั้งใจช้อปของไม่มาก แนะนำให้ถือตระกร้าแทนรถเข็น
เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณได้ออกแรงแล้ว
ยังช่วยไม่ให้คุณเลือกซื้อของเกินรายการที่ต้องการอีกด้วย
11. หลีกเลี่ยงการอยู่หรือทำงานในเวลากลางคืน เนื่องจาก
แสงของยามค่ำคืนและการนอนดึกจะยิ่งทำให้คุณอยากทานของจุกจิก
หรือหิวระหว่างคืนได้
แต่หากคุณต้องการดูหนังในเวลากลางก็สามารถทำได้ด้วยการเปิดไฟดวงน้อย
เมื่อหนังจบก็สามารถดับไฟนอนได้เลย
12. เปลี่ยนขนมจุกจิกเป็นลูกอม เพราะลูกอมมีแคลอรีเพียง 20
แคลอรี และสามารถช่วยให้คุณหายหิวได้ถึง 20 นาที
13. เติมความสดชื่นด้วยชาเขียว
เพราะชาเขียวสามารถทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น
ควรหาชาเขียวมาดื่มร้อนๆ สักสามถ้วยต่อวัน
14. ทำเรื่องกินให้เป็นเรื่องใหญ่
โดยไม่ทานอาหารในขณะที่กำลังทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ดูทีวี อ่านหนังสือ
หรือเล่นอินเทอร์เน็ต หากต้องการกิน
ก็ควรนั่งกินบนโต๊ะอาหารอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
15. หาเวลาสัก 20 นาทีต่อวัน สำหรับการเดินเล่น ชมสวน
หรือนั่งเล่นท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ
วิธีนอกจากจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์แล้ว
ยังช่วยเผาผลาญแคลอรีต่อวันได้อีกด้วย
16. ฝึกที่จะใช้บันไดแทนลิฟ
หากคุณทำงานหรือเรียนอยู่บนชั้นสูงๆ
ให้ขึ้นลิฟไปถึงก่อนชั้นทำงานหรือชั้นเรียนอย่างน้อย 2
ชั้นที่เหลือให้ใช้บันไดแทน
17. ปลดปล่อยอารมณ์ให้สุดเหวี่ยงขณะขับรถ
โดยการฟังเพลงแดนซ์เพลงโปรดของคุณ ร้องออกมาดังๆ
แล้วขยับร่างกายตามจังหวะเพลง ไม่ต้องไปสนใจใครหรอก
โดยเฉพาะหากรถยังแล่นอยู่
18. ยุ่งนัก หาเวลาออกกำลังไม่ได้ ให้หาถุงเท้าสบายๆ
แล้วใส่อยู่บ้านแล้วโลดแล่นให้ทั่วพื้นบ้าน
จินตนาการว่ากำลังเล่นสเก็ตอยู่ เพียง 10
นาทีก็ช่วยคุณเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 150 แคลอรีเชียวนะ
19. หาวีดีโอหรือวีซีดีออกกำลังกายสักหนึ่งชุด
แล้วเปลี่ยนห้องของคุณให้กลายเป็นเฮ็ลท์คลับส่วนตัว
เปิดแอร์ได้ไม่ว่ากันค่ะ
20. เปลี่ยนนิสัยขี้เกียจ แล้วเริ่มหัดทำงานบ้านเสียบ้าง
เพราะทุกสิ่งที่คุณทำล้วนเปรียบเสมือนได้ออกกำลังกายและเผาผลาญแคลอรีในตัว
น่าจะพอไหวไหมครับ
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องทานเมื่อคุณหิวเท่านั้น ไม่ใช่ทานเพื่อตอบสนองความอยากครับ
พอได้ไหมครับ พี่น้อง
นอกจากนี้ก็มีคาถาลดน้ำหนักของพระพุทธเจ้ามาฝากด้วยครับ
เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลแห่งสาวัตถี แคว้นโกศล
เข้าเฝ้าพระพุทธองค์เพื่อสนทนาธรรม คุยกันไปคุยกันมาพระเจ้าปเสนฯ
ได้ตรัสปรึกษาว่าตัวพระองค์เองเป็นพวกช่างกิน
เสวยจุบจิบทั้งวันไม่หยุดหย่อน จนร่างกายอ้วนใหญ่ รู้สึกอึดอัด
เดินอุ้ยอ้ายไม่คล่องแคล่ว เสด็จไหนนิดหน่อยก็เหนื่อยหอบ
กลางวันก็ง่วงเหงาหาวนอน ออกว่าราชการไม่ค่อยไหว
พระพุทธเจ้าจึงทรงเมตตาพระราชทานคาถา (อันแปลว่าบทกลอนท่องบ่น
ไม่ใช่หมายถึงคาถาอาคมแนวเดรัจฉานวิชา [ความรู้ที่ขวางการหลุดพ้น]
อย่างที่เรามักเข้าใจนะครับ) บทหนึ่งแก่พระเจ้าปเสนฯ ความว่า
มะนุชัสสะ สะทา สตีมะโต มัตตัง ชานะโต ลัทธะโภชะเน
ตะนุกุสสะ ภะวันติ เวทะนา สะณิกัง ชีระติ อายุ ปาละยัง
หลังจากได้คาถามา ก็ทรงดีพระทัยยิ่ง ทุกครั้งเมื่อถึงเวลาเสวย
พระเจ้าปเสนฯ จะทรงให้มหาดเล็กคนหนึ่งยืนระวังอยู่ตรงข้างโต๊ะเสวย
โดยทรงกำชับว่าหากมหาดเล็กเห็นพระองค์เสวยจนอิ่มแล้ว
แต่ยังไม่มีทีท่าที่จะหยุด
ก็ให้ท่องคาถาลดความอ้วนที่พระพุทธเจ้าพระราชทานไว้ ออกมาให้ดัง ๆ
เพื่อเตือนสติให้ทรงหยุดเสวย
ผลจากการปฏิบัติตนตามคอร์สไดเอ็ตที่พระเจ้าปเสนฯ ทรงดีไซน์ขึ้นนี้
ก็คือ พระองค์ทรงสามารถลดปริมาณพระกระยาหารที่เสวยต่อมื้อลงได้เรื่อย
ๆ จนกระทั่งในที่สุดก็ทรงลดความพระอ้วนลงไปได้หลายกิโล
จะว่าไปแล้ว การที่พระเจ้าปเสนฯ ทรงลดน้ำหนักได้นั้น
ไม่ได้เป็นเพราะผลจากอิทธิฤทธิ์ความขลังของคาถาลดความอ้วนที่รับพระราชทานมาจากพระพุ
ทธองค์หรอกครับ
แต่การที่ทรงสามารถระงับพระทัยให้ทรงหยุดเสวยได้เมื่อได้ยินมหาดเล็กท่องคาถาให้ฟัง
ก็เพราะทรงได้ฉุกคิดตามเนื้อความในคาถาต่างหาก
ผู้อ่านก็คงอยากทราบแล้วใช่ไหมครับว่า
คาถาลดความอ้วนของพระพุทธเจ้ามีเนื้อความว่าอย่างไร
ถ้างั้นก็ขอเฉลยเลยแล้วกันนะครับ คาถาข้างบนถอดความได้ว่า
.... ผู้มีสติรู้ตัวตลอดเวลาขณะกินอาหาร จะมีโรคน้อย แก่ช้า
และอายุยืน ....
เป็นไงครับ ทีนี้ก็คงสว่างกระจ่างใจกันแล้วนะครับ ว่าทำไมพระเจ้าปเสนฯ
จึงลดความอ้วนได้สำเร็จ นั่นก็เพราะพระองค์ทรงฟังคาถาออกนั่นเอง
ทุกมื้อ ขณะกำลังเสวยพระกระยาหารอย่างเมามัน หากเริ่มจะมากจนเลยเถิด
ก็จะมีเสียงมหาดเล็กลอยเตือนขึ้นมา ทำนองว่าอย่าทรงเหวยมากนะพะย่ะค่ะ
ไม่งั้นจะทรงอ้วน สมองไม่แล่น ง่วงเหงาหาวนอนทั้งวัน
แล้วจะทรงว่าราชการไม่ได้ผลดี
จะว่าไปแล้ว
อุปสรรคสำคัญประการหนึ่งของการเจริญภาวนาจนเกิดปัญญาถึงขั้นหลุดพ้น
ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป ซึ่งถือเป็น “งาน”
สำคัญที่สุดในมุมมองของชาวพุทธ ก็คือ “ความง่วงเหงาหาวนอน”
ที่จัดเป็นหนึ่งใน ๕ ของตัวถ่วงความเจริญของจิตใจ (นิวรณ์ ๕)
อันประกอบด้วย ความพอใจในกาม ความผูกใจพยาบาท
ความง่วงเหงาหาวนอนขณะภาวนา ความคิดฟุ้งซ่านรำคาญหงุดหงิด
และความลังเลสงสัยในประโยชน์ของการภาวนา
ความมีสติมีคุณในที่ทุกสถานในกาลทุกเมื่อ บุคคลผู้มีปัญญาย่อมสามารถตักตวงประโยชน์จากความมีสติได้อย่างไม่จำกัด ดังเช่นพระเจ้าปเสนทิโกศลที่ทรงลดความอ้วนได้ก็เพราะทรงมีสติในบริโภคนั่นเอง สาว ๆ ท่านใดสนใจจะนำคาถานี้ไปประกอบการลดน้ำหนักก็เชิญได้เลยนะครับ .....
แถมท้ายสุดในสุดท้ายจริงๆครับ สาวอ้วนกับการชอปปิ้งครับ
หยิบมาฝากกันเป็น package เลย อิอิ วันนี้ขอตัวลาไปทำงานก่อนนะครับ สวัสดีครับ






ขอบคุณค่ะ
ก็อยากอ้วนเหมือนกันค่ะ
แต่ไม่อ้วนเท่าในบันทึก :)
แวะมาอ่านและทักทาย
จริงๆแล้ว สมัยนี้...แนวโน้มของคนอ้วนมีเพิ่มขึ้นจริงๆ
ขอบคุณค่ะ
มีความสุข...ในทุกๆวัน Take care นะครับผมมมมม
สวัสดียามเช้าจ๊ะ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาพี่สุนันทาป่วย ปัจจุบันอาการดีขึ้น น้ำหนักเพิ่มขึ้นมาแล้ว 7 กิโลจ๊ะ จาก 53 ขึ้นมาอีก 60 กิโล
สวัสดีครับ
อ้วน ทั้งครู ทั้ง เด็ก เป็นปัญหามากครับ
ได้แนวแก้ ทั้งทางโลกทางธรรม ดีมากครับ
ประเดี๋ยวจะเป็นแบบเด็กของพี่คิม 555
จองๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆที่ หก
สวัสดีที่มา ต้นตอของหน้าตาเฉย...กำลังฮิตฮอตค่ะ อิอิ
พอลล่าว่าคุณเอ๊ะ ใส่รูปตัวเองไปด้วยดีไหมค่ อิอิ แซวๆๆๆอวบดี น่ารัก จุ๊ๆๆๆ อิอิ
สวัสดีคะน้องเอ๊ะ
สวีสดีครับ พี่เอ๊ะ
โฮะๆ ใช่ครับๆ ผมจะได้มีเพื่อนเยอะๆอิอิ
อ่ะ น้องโชค คุณเอ๊ะ...รีบๆๆๆเลย ลดพุง อิอิ
สวัสดีค่ะ ครูเอ๊ะ
อิอิ ต้นตอ แปลว่า หัวหน้า ใช่ไหมค่ะ เก๋จัง .....
ดีใจที่สุดวันนี้เข้ามาเม้นให้ครูเอ๊ะได้แล้ว แต่บันทึก เพื่อน
ยังไม่ประสบผลสำเร็จสักทีค่ะ....
มีความสุขตลอดทั้งวันนะคะ ไปล่ะ...อิอิ
รูปนี้คิดได้ไง?
อ้วนๆๆๆๆใครๆก็หาว่าเธอน่ะอ้วน
หน้าอกฮือๆๆๆๆๆใขมันล้วน ๆ
คนนั้นคนนี้ชอบบอกให้ตัวเธอนั้นไปลดความอ้วย
แต่ฉันเห็นแล้วฮือๆๆๆๆๆ ไม่ค้วนไม่ควน
อ้วนเธอดูยังไงก็หล่อ
อิอิ เพลงนี้เกิดทันมั้ยค่ะ นึกถึงบาบาจังแฮะ
โชคดีมีความสุขค่ะ คนพลัดถิ่น
กฎเหล็กของการลดความอ้วน คือ การตัด ABC ออก A หมายถึง Alcohol (แอลกอฮอร์), B หมายถึง Bread (ขนมปัง) และ C carbohydrates (คาร์โบไฮเดรต
ชอบข้อนี้ ที่สุด น้องเอ๊ะ ครับ
สาว ๆ หมายถึงก่อนแต่งงาน พี่หนัก 48 กก.
ปัจจุบัน ลูกสอง หนัก 62 กก.