เกษตรฯ เร่งพัฒนาศักยภาพการผลิต “อ้อย” ใน 10 จว. ครอบคลุมพื้นที่ 5 แสนไร่ มุ่งเพิ่มผลผลิตให้ได้กว่า 10 ตัน/ไร่ ลดปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบป้อนอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย พร้อมดึง 8 บริษัทเอกชนร่วมไตรภาคี สร้างเครือข่ายตลาดรับซื้อ
นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทยกำลังประสบปัญหาไม่มีเสถียรภาพของผลผลิต เนื่องจากพื้นที่ปลูกอ้อยกว่า 80 % จากทั้งหมด 6.6 ล้านไร่ อยู่ในเขตที่ต้องอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ประกอบกับราคาอ้อยค่อนข้างผันผวนและปรับตัวขึ้นลงตามภาวะราคาน้ำตาลในตลาดโลก ทำให้เกษตรกรตัดสินใจเลือกปลูกพืชชนิดอื่นแทน เช่น มันสำปะหลัง ยางพารา และยูคาลิปตัส ซึ่งกำลังขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันความแปรปรวนของพื้นที่ปลูกอ้อย ได้ส่งผลต่อปริมาณผลผลิตโดยรวมของประเทศ ทำให้การวางแผนการผลิตและการค้าน้ำตาลของไทยมีปัญหา นับวันยิ่งซับซ้อนและทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการที่จะนำอ้อยส่วนหนึ่งป้อนเข้าโรงงานผลิตเอทานอลเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน หากปริมาณผลผลิตลดลงและไม่เพียงต่อความต้องการ อาจกระทบต่ออุตสาหกรรมอ้อยทั้งระบบ ด้วยเหตุดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้มอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) เร่งดำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตอ้อยในเขตปฏิรูปที่ดินนำร่อง 10 จังหวัด ให้พัฒนาประสิทธิภาพระบบการจัดการผลิตอ้อย พื้นที่เป้าหมายกว่า 500,000 ไร่ แยกเป็น
จังหวัดกาญจนบุรี 60,000 ไร่
กาฬสินธุ์ 50,000 ไร่
ขอนแก่น 70,000 ไร่
ชัยภูมิ 30,000 ไร่
นครราชสีมา 100,000 ไร่
เลย 10,000 ไร่
สระแก้ว 50,000 ไร่
หนองบัวลำภู 20,000 ไร่
อุดรธานี 100,000 ไร่
และอุตรดิตถ์ 10,000 ไร่
“เบื้องต้นได้มีการลงนามความร่วมมือไตรภาคีกับกลุ่มโรงงานน้ำตาล 8 บริษัท ได้แก่
บริษัท น้ำตาลวังขนาย จำกัด ,
บริษัท น้ำตาลและอ้อยตะวันออก จำกัด ,
บริษัท อุตสาหกรรมโคราช จำกัด ,
บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด(มหาชน),
บริษัท น้ำตาลเอราวัณ จำกัด ,
บริษัท น้ำตาลไทยเอกลักษณ์ จำกัด ,
บริษัท เคเอสแอล.การเกษตร จำกัด ,
บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด และบริษัทในเครือ
ซึ่งจะเป็นผู้รับซื้อผลผลิตของเกษตรกรในราคาประกันขั้นต่ำ เพื่อป้อนวัตถุดิบเข้าสู่โรงงานของบริษัท” นายแพทย์เปรมศักดิ์ กล่าว ทางด้านนายอนันต์ ภู่สิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) กล่าวเพิ่มว่า ขณะนี้ ส.ป.ก.ได้เร่งออกหน่วยบริการสู่ชุมชนโดยจัดงานวันไร่นา(Field Day) เพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงองค์ความรู้ผ่านศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจอ้อย อาทิ การใช้อ้อยพันธุ์ดีที่มีคุณภาพสูง เพื่อให้ได้ผลผลิตเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 10 ตัน/ไร่ การทำเขตกรรมอ้อย การปลูกอ้อยด้วยระบบน้ำหยด การปลูกอ้อยข้ามแล้ง การปลูกอ้อยอินทรีย์ การปลูกอ้อยหนาแน่น การดูแลรักษาอ้อยตอ รวมถึงการเก็บเกี่ยวในช่วงอายุที่เหมาะสมและขนส่งอ้อยอย่างถูกวิธี เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี ซึ่งจะทำให้เกษตรกรได้ค่าตอบแทนสูง นอกจากนี้ยังจะสร้างโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุนและเข้าถึงระบบตลาดด้วย โดยจะเร่งส่งเสริมให้เกษตรกรที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ รวมกลุ่มจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตอ้อย เป้าหมาย 1,000 วิสาหกิจชุมชน สมาชิกไม่น้อยกว่า 20,000 ราย ซึ่ง ส.ป.ก.ได้เตรียมสนับสนุนสินเชื่อเพื่อให้สมาชิกกู้ยืมไปลงทุน วงเงินรวมทั้งสิ้น 1,500 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี กรณีที่สมาชิกมีวินัยทางการเงินโดยแสดงหลักฐานการจัดทำบัญชีอย่างต่อเนื่อง จะลดอัตราดอกเบี้ยเหลือร้อยละ 0.5 ต่อปีในปีถัดไป “สำหรับพื้นที่ปลูกอ้อยที่อยู่ห่างไกลโรงงานรับซื้อ เกษตรกรรายย่อยอาจได้รับผลกระทบและแบกรับภาระต้นทุนค่าขนส่งอ้อยเข้าสู่โรงงาน เบื้องต้นบริษัท น้ำตาลมิตรผลฯ และบริษัทในเครือ ได้มีการจัดตั้งสถานีรับอ้อยขึ้นในพื้นที่อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น เพื่อเป็นจุดนำร่องให้บริการรับซื้ออ้อยของเกษตรกรคู่สัญญาในพื้นที่ มีเป้าหมายรับซื้อผลผลิตประมาณ 30,000 ตัน/ปี ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งอ้อยเข้าโรงงานได้ประมาณ 180 บาท/ตัน หรือกว่า 5.4 ล้านบาท/ปี ทำให้ชาวไร่อ้อยโดยเฉพาะรายย่อยมีรายได้เพิ่มสูงขึ้น” นายอนันต์ กล่าว