กาลามสูตร

ดัชนีแห่งความทุกข์


           ภูฏานเป็นเจ้าตำรับ ดัชนีแห่งความสุขGDH สู้กับความบ้าคลั่งดัชนีมวลรวมประชาชาติ GDP ที่ประเทศพัฒนากับประเทศด้อยพัฒนา ทำทุกอย่างให้ตัวเลขเศรษฐกิจพุ่งไปข้างหน้า โดยไม่เหลียวแล ความสุขที่แท้ ของมนุษย์
ตัวเลข เศรษฐกิจจอมปลอม ที่นักเศรษฐศาสตร์บ้าตำรา หากินกับตัวเลข เสกสรรปั้นแต่ง สร้าง ภาพลวงตา จึงกลายเป็นดัชนีกำหนด วัดค่ามนุษย์ ในชุมชนนั้นๆโดยปริยาย
         ยังไม่เคยมีใครพิสูจน์ทราบแน่ชัดว่า...ตัวเลขเหล่านั้น เที่ยงตรง แม่นยำ เหมาะกับสังคมไทย??ที่ต่างกับตะวันตกสุดขั้วจริงๆไหม??? ได้แต่ปล่อยให้คนไทยใส่สูท ดัดจริต ทิ้งน้ำพริกปลาทู หันไปล่อ อาหารขยะทั้งหลายอย่างขนมปัง แซนด์วิชฯลฯ บ้าหอบฟาง กางตำราฝรั่งมาใช้ยิ่งกว่า ขี้ข้าทางสมอง
แทนการใช้หลักคิดโดยยึดหลัก กาลามสูตร ที่สอนไว้โดย พระพุทธเจ้า นานกว่าสองพันปี เรื่อง อย่าเชื่อที่เขาบอก..อย่าเชื่อที่เขาเล่าว่า...อย่าสิบประการ ที่พระพุทธองค์ทรงให้แสงสว่างทางปัญญา กับมนุษยชาติไว้
เสียดาย...เมืองไทยเมืองพุทธ มิได้ยึดคติทางปัญญา แห่งพุทธศาสนามาใช้ แต่ดันไปนำหลักคิดทุกข้อของฝรั่งมังค่า ซึ่งเขาคิดค้นเพื่อใช้กับประเทศของเขา แต่เราดันลอกแบบ เดินตามก้นเขา จนคุ้มคลั่ง โดยลืมไปว่า สังคมและวิถีชีวิตเรานั้น ต่างจากฝรั่งหนังหมูมากมายนัก
อัตรา ดัชนีแห่งความทุกข์ จึงเพิ่มขึ้นอย่างสูง...แต่นับวัน ความสุข จากสังคมไทยดั้งเดิม ที่เปี่ยมไปด้วยความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ ช่วยเหลือเกื้อกูล มีน้ำใจไมตรีต่อกัน ที่ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับขับสู่ ได้เหือดแห้งหายไปเกือบสิ้น
คนไทยกลายเป็น มนุษย์เสพ วัตถุ-บ้าตัวเลข พึ่งเทพ บ้าผี ไม่มีธรรมะที่แท้ในสังคม อยากได้ธรรมะร่มเย็นต้องเข้าวัด ทั้งที่ธรรมะควรจะมีอยู่ทุกแห่งหน เพื่อกำกับสติไม่ให้เตลิดหลงตามกิเลส ไร้ทุกข์
ดูว่าสังคมไทยทุกข์แค่ไหน? ง่ายๆลองแวะดูคุกซิ คุกล้น มีแต่พ่อค้ายาเสพติด..คนเสพ คนขาย นักข่มขืน นักปล้น นักวิ่งราว ถูกจับยัดคุกไม่หวาดไม่ไหว ข้างนอกจะเป็นอย่างไร???
สถานบริการ แข่งกันขาย โสเภณีเด็ก อายุเฉลี่ยลดลง...ข้างถนน ผู้ขายบริการมากขึ้น มีทั้ง ผีขนุน ไก่สวนลุม เด็กหลงสนามหลวง ฯลฯ
สุดท้าย...สำรวจตัวเองจัดทำ ดัชนีความสุข เปรียบเทียบ ดัชนีความทุกข์ ง่ายๆในชีวิตประจำวัน ถ้าตาชั่งเอียงเมื่อไหร่จะได้รู้ทัน ว่าตัวเองและครอบครัวมีปัญหา???????