วันนี้ได้คุยกับน้องอ๋งซังสุดหล่อของหน่วยเคมีคลินิกของเรา เกิดความคิดว่าสิ่งที่เราแนะนำให้น้องไปในวันนี้เป็นสิ่งที่เราควรจะเขียนเก็บเอาไว้บ้างด้วยเหมือนกัน เพราะเป็นปัญหาที่ตัวเองก็เคยพบเจอสมัยที่ลงมือเขียนวิทยานิพนธ์ ทั้งในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ตอนปริญญาตรีนั้นจำได้ว่า โชคดีที่เรื่องที่ทำเป็นเรื่องที่ต้องเขียนเล่าเอาเอง เพราะมีบทความให้เอามาอ้างอิงตรงๆน้อยมาก ก็เลยดูเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไร

ปัญหาที่ว่าก็คือ การเขียนเรื่องราวทบทวนวรรณกรรมนั้น เราเอาประโยคที่เราอ่านมาจากบทความมาใช้เลย แล้วใช้วิธีวงเล็บต่อท้ายอ้างถึงได้ไหม เพราะเราคิดว่าเขาเขียนดีอยู่แล้ว เราจะเอามาเขียนใหม่ยังไงก็ใกล้เคียงกับที่เขาเขียน แต่ที่เราเขียนนั้นแย่กว่าเขาเสียอีก

ข้อแนะนำที่ตัวเองใช้ได้ดีและช่วยให้รู้จักคิดเอาเองได้อย่างดีขึ้นเรื่อยๆก็คือ ต้องตั้งเป้าเอาไว้ก่อนว่าเราคิดจะเล่าเรื่องอะไร แล้วสิ่งที่เราอ่านมาทั้งหลายนั้น จะช่วยปูพื้นเรื่องของเราได้ในแง่ใดบ้าง คิดแบบสั้นๆให้ได้ว่า บทความที่เราอ่านเรื่องนั้นๆบอกอะไรให้เรา ถ้าคิดเป็นภาษาอังกฤษยังไม่คล่อง ก็คิดเป็นภาษาไทยว่าเรื่องนั้นๆให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราจะเล่าอย่างไร พยายามอย่ายึดติดกับรูปลักษณ์ของข้อมูล แต่ให้คิดถึงผลสรุปของข้อมูลที่ได้จากแต่ละบทความ คิดว่าถ้าเราต้องเล่าสรุปเรื่องราวจากบทความนั้นๆเพียงสั้นๆให้ใครสักคนฟัง เราจะเล่าว่าอะไร คิดออกมาเป็นคำพูดบอกเล่าของเราเอง แล้วจึงกลับไปสำรวจซ้ำดูอีกครั้งว่า บทความนั้นๆนำเสนอสิ่งที่เราสรุปจริงหรือไม่ รูปแบบของคำพูดของเราที่ใช้เพื่อเล่าเรื่องนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเรียบร้อยสวยงาม ขอเพียงให้สื่อสารสิ่งที่เราเข้าใจก็พอ จะเป็นภาษาไทยปนอังกฤษบ้างก็อย่าไปกังวล

วิธีการเช่นนี้จะทำให้เราหลุดจากปัญหาที่เราจะต้องยกเอาข้อความในบทความนั้นๆมาใช้โดยตรง ซึ่งเราควรจะฝึกให้เป็นวินัยในตัวเองเลยว่า ทำไม่ได้เด็ดขาด การตัดแปะข้อความจากที่อื่นๆเอามาผสมปนกันเป็นเรื่องราวนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเขียนระดับไหนก็ไม่ควรทำทั้งสิ้น เพราะนอกจากจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามกฎหมายแล้ว ยังเป็นการละเลยความสามารถในการพัฒนาตนเองในการคิดวิเคราะห์อีกด้วย

จากสิ่งที่เราสรุปเพียงสั้นๆด้วยคำพูดของเราเอง ในแต่ละเรื่องราวที่เราอ่านมา (อย่ากังวลกับรูปแบบของคำพูดที่เราใช้) เมื่อเราอ่านซ้ำอีกครั้งแล้วรวบรวมให้เป็นเรื่องราวที่เราต้องการเล่าให้ผู้อ่านรับรู้ ถึงตอนนี้แหละค่ะที่เราสามารถจะปรับเปลี่ยนรูปแบบประโยคต่างๆที่เราเอามาร้อยเรียงเรื่องราวให้ดูดีขึ้น ตอนแรกๆอาจจะต้องเขียนกันหลายเวอร์ชั่นหน่อย แต่พอทำไปเรื่อยๆก็จะมีแนวทางของเราเองขึ้นเรื่อยๆเอง

ข้อดีที่พบจากการเขียนวิทยานิพนธ์ด้วยขบวนการอย่างที่เล่ามานี้อีกข้อ ก็คือเราจะอ่านบทความต่างๆได้เร็วขึ้น เสียเวลากับรายละเอียดที่ไม่จำเป็นน้อยลง และที่สำคัญเราจะได้ภูมิใจกับผลงานของเราได้เต็มที่แน่นอนอย่างไม่ต้องกังวลใดๆ

ใครที่มีประสบการณ์และเทคนิคในเรื่องนี้ น่าจะนำมาเขียนเล่าแลกเปลี่ยนเผื่อแผ่กันนะคะ