จะมีใครสักกี่คนที่เห็นใจ

พยายามจะหาทางออกกับหลายเรื่องเพื่อผ่อนคลายความกังวลที่มีอยู่ให้จางหายไป แต่แล้วคำตอบของบางเรื่องราวก็ยังคลุมเครือ เหลือไว้เพียงความสงสัยให้ได้ขบคิดต่อไป

หลายคนบอกว่าให้เราอดทน (ผมได้ยินคำนี้จนชินแล้วครับ) เพราะอดทนนี่แหละที่ยังทนอยู่เกือบสามปีนี้แล้ว อย่างที่ผมเคยบอกครับใครไม่อยู่ในจุดที่ผมยืนอยู่ไม่รู้ครับว่ามันมีอะไรบ้าง จริงอยู่ที่ว่าหลายคนหลายองค์กร หลายหน่วยงานก็ประสบปัญหา แต่ถามว่าเวลาที่ผ่านมาผมเคยเรียกร้องอะไรบ้าง แทบจะไม่มีหรือถ้ามีก็น้อยมาก เพราะอาจเป็นคนไม่ค่อยพูดมั้งครับ เรื่องราวหลายเรื่องถึงได้สั่งสมมาถึงทุกวันนี้

        เมื่อสัปดาห์ที่แล้วขอความช่วยเหลือจากทางคณะไปนี่ก็สองสัปดาห์แล้วครับที่คำตอบยังไม่มีให้อย่างชัดเจน เข้าใจว่าคณะก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเบื้องบนต้องดูก่อน ผมไม่เข้าใจครับในยามที่เราคับขันขนาดนี้เขายังจะรอให้เราหมดหนทางอย่างนั้นก่อนหรือครับถึงได้รู้ว่าเราจำเป็นจริงๆ ทั้งๆที่มันเป็นสิทธิของเรา เข้าใจว่ามันขึ้นอยู่กับสภาพคล่อง แต่มันก็ไม่น่าเลือกปฏิบัติเพียงเพราะเห็นว่าคนบางคนจำเป็นมากกว่า อะไรครับที่เอามาเป็นบรรทัดฐาน ผมไม่เข้าใจ

             อยู่ก็เหมือนไม่อยู่ครับ เพราะไม่รู้จะมีสักกี่คนที่รู้ว่ามหาวิทยาลัยมีอาจารย์สอนภาษาไทยเพียงคนเดียว รู้เฉพาะคนที่อ่านๆอยู่ผู้บริหารไม่รู้ว่าจะเหลียวมองรับรู้บ้างไหม๊

              ครั้งนึงเมื่อตอนที่มีเพื่อนอาจารย์ร่วมสอน หลายคนพูดให้เราฟังว่าสงสารอาจารย์ท่านนั้นที่เรียนโทหนัก ทั้งสอนทั้งเรียน ค่าใช้จ่ายก็เยอะ ให้เรารับคาบสอนไป ตอนนั้นยอมรับครับไม่ประสีประสา เขาให้ช่วยอะไรก็ช่วย ให้ทำอะไรก็ทำ แต่พอทุกคนได้ทุกอย่างก็เดินจากสิ่งที่ให้เราช่วยไปกันหมด บอกว่าเราต้องอยู่เพื่ออุดมการณ์ สุดท้ายเหลือเพียงเราที่ต้องทำหน้าที่

              พอเราตกอยู่ในสภาพเดียวกับอาจารย์ท่านนั้นคือเรียนด้วย ทำงานด้วย กลับไม่มีใครพูดถึงมัน หรือมีก็จะบอกว่าเราทำได้ นี่หรือครับสถานการณ์ที่เหมือนกันแต่คำพูดของคนที่ออกมามันต่างกัน การที่ทนอยู่เพราะสงสารนักศึกษา แต่ถ้าถามว่าห้วงเวลาที่ผ่านมามีความสุขไหม๊กับองค์กรบอกเลยครับ ไม่เลย

             คาบที่เคยสอนไม่เคยลดน้อยถอยลงเลย ทั้งๆที่ไม่อยากจะรับ แต่ไปๆมาๆสุดท้ายมีเด็กตกค้างอันเนื่องมาจากไปเกณฑ์ทหารมา ไม่มีคนสอน หากไม่ลงทะเบียนเรียน็ไม่จบ ไม่มีใครสอนก็ไม่จบเทอมนี้ สุดท้ายก็กลายเป็นเราอีกที่ต้องรับไว้ทั้งๆที่ลงเรียนแค่คนเดียว คาบที่มีอยู่ก็เกินแล้วมันกลับยิ่งเกินขึ้นไปอีก แต่อาจารย์กลับไม่เพิ่มเลย คงไม่ต้องหาทางออกด้วยการรวมห้องเพราะเป็นหลักสูตรไม่เหมือนกัน และที่สำคัญคนละวิชากัน หันมาขบคิดถึงปัญหากันบ้างเถอะครับ อย่าบอกอีกเลย "ช่วยๆกันไปก่อน" เพราะผมก็อยากจะบอกว่า "ช่วยๆสงสารผมบ้าง" สามปีที่นี่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย

              การรับรู้ข่าวสารถ้าไม่ถามไม่ดู ไม่รู้แน่ครับ เหมือนไม่มีใครรู้ว่าเราก็บุคลากรคนนึง หรือถ้ามีใครบอกก็พรุ่งนี้จะมีงานวันนี้เพิ่งบอก (เซ็งมากๆๆครับ) แต่ถ้าให้ผมทำอะไรเคยมีไหม๊ครับที่ล่าช้า อืดอาดยืดยาด ผมว่าไม่มีนะครับ สั่งตอนเช้าตอนบ่ายส่ง สั่งเย็นนี้พรุ่งนี้เช้าได้ ซะส่วนใหญ่

             ผมเคยคิดนะครับว่าถ้าผมไม่ได้เกิดมาเพื่อทำหน้าที่ที่ตนรัก ผมขอลาออกซะให้รู้แล้วรู้รอดเพื่อทำตามความฝันที่เราได้คิดไว้จะดีกว่าไหม๊ เพราะอยู่ไปก็เหมือนไม่อยู่ สู้ไม่อยู่จะดีกว่า เพราะวันข้างหน้าเราไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานเพียงใด พอเถอะครับกับอุดมการณ์ที่ได้แค่พูดแต่ไม่มีใครทำมัน ความสำคัญของเรื่องราวเพียงลมปาก แต่ไม่เคยรับรู้ความเป็นจริง

               ขอให้ผมได้รับความช่วยเหลือแค่สักเรื่องสักครั้งเถอะครับ... ก่อนการจากไปจะมาถึง

อดทนจนต้องทนอดไม่เป็นไร เพราะชีวิตยังต้องเดินหน้าต่อไป แต่อย่าให้อดทนจนต้องดร๊อปเรียนเพียงเพราะสิทธิที่เราพึงมีจะได้แต่กลับไม่ควรได้เลย จะหมดสภาพการศึกษาเพราะรอกันไปรอกันมาแบบไม่รู้วันข้างหน้า อย่างนั้นเลย หากบอกว่าไม่ต้องรอก็จะได้เดินหน้าต่อ แต่นี่ไม่รู้จะให้รอคำตอบไปถึงเมื่อไหร่ เหนื่อยนะครับมันสุดๆๆๆแล้ว

           สงสัยเสียงเล็กๆคงดังไม่พอ ถ้าอย่างนั้น... ขอไม่มีเสียง (ให้เสียงนี้หายไปเลยจะดีกว่าครับ) เพราะตะโกนจนสุดเสียงไปก็ป่าวประโยชน์ กลับยิ่งทำร้ายตัวเองขึ้นเรื่อยๆ กับอุดมการณ์ของความคิดที่คนอื่นมักหยิบยื่น และยื่นให้...

              ขออัลลอฮฺโปรดประทานความเมตตากับปัญหาและทางออกด้วยเทอด...อามีน