นั่นคือสิ่งที่เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ที่เราเลือกได้คือเลือกวิธีการตอบโต้ เหมือนที่เราไม่สามารถเปลี่ยนไพ่ที่จั่วมาได้ แต่เราจะเล่นไพ่อย่างไรในมือต่างหาก

จริงๆผมไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือแปล หากหนังสือเล่มนั้นสะดุดตาก็เพียงจับเปิดๆแล้วก็ผ่านเลยไป แต่หนังสือเล่มนี้ทำให้ต้องหยิบมาอ่านเป็นจริงเป็นจัง

 

หนังสือเล่มหนึ่ง เพียงหน้าปกก็เรียกร้องความสนใจเร้าใจให้นักอ่านแบบผม ข้อความที่พาดหน้าปก  “ปรากฏการณ์สร้างแรงบันดาลใจครั้งยิ่งใหญ่ระดับโลก” ทำให้ผมต้องตั้งคำถามในใจว่า ในหนังสือเล่มนี้มีอะไรดี และสิ่งดีๆที่ว่านั้น สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้จริงหรือ?

 

สังเกตว่าหนังสือดีๆ มักมีการตีพิมพ์ซ้ำหลายครั้งในช่วงระยะเวลาไม่ห่างกันมากนัก ไม่น่าจะเป็นเพราะแรงโฆษณาแน่  ของดีย่อมได้รับการกล่าวขาน เหลือบมองชื่อผู้แปลที่หน้าปก     คุณวนิษา เรซ หรือที่รู้จักกันนาม “หนูดี” ก็เป็นบุคคลที่ชื่นชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

 

ด้วยเหตุผลหลายๆประการที่นักอ่านแบบผมให้คะแนนในใจเงียบ เลยตัดสินใจซื้อ “The last lecture” เดอะลาสต์เลกเชอร์ พ็อคเก็คบุ้กเล่มขนาดพอดีเป็นสมบัติส่วนตัว

Thelastlecture

 

เดอะลาสต์เลคเชอร์ เป็น เรื่องราวของ แรนดี เพาซ์ ศาสตราจารย์หนุ่ม ที่เลือกจะบอกลาโลกใบนี้ด้วยสิ่งที่ศาสตราจารย์แบบเขาจะทำได้ดีที่สุด นั่นคือการปาฐกถาในหัวข้อ “เลกเชอร์ครั้งสุดท้าย”

 

คุณวนิษาได้เขียนความในใจในการแปลหนังสือเล่มนี้ว่า เธอแปลหนังสือเล่มนี้ด้วยน้ำตา...เริ่มต้นด้วยความสงสารและเอาใจช่วยให้เขาอยู่ชีวิตรอดให้นานที่สุด...ตัวละครหลักในหนังสือ คือ แรนดี เพาช์  ที่เขาบอกว่ามี “ช้างเบิ้มในท้องของเขา”  ซึ่งเขาหมายถึง “มะเร็งตับอ่อน” หลายสิบก้อนในตับ ที่เป็นเสมือนระเบิดเวลา นับถอยหลังการมีชีวิตอยู่ของเขา

 

หากคุณรู้วันที่คุณจะลาโลกนับจากวันนี้...คุณจะคิดและทำอะไร?  หนังสือเล่มนี้เป็นจารึกเรื่องเล่าของ แรนดี้ เพาช์  ทุกช่องไฟของอักษร คือความงดงามของการมีชีวิตอยู่ คุณค่าของเวลาที่เป็นเหมือนสิ่งที่มีคุณค่าภายใต้ห้วงเวลาที่เหลืออยู่ มีความหมายทุกๆเสี้ยววินาที  

 

“ผมเป็นพ่อของลูกเล็กๆสามคน และได้แต่งงานกับหญิงสาวในฝัน ผมสามารถเลือกที่จะโศกเศร้าเสียใจกับตนเองได้ แต่ผมรู้ดีว่าความรันทดใจไม่มีประโยชน์อันใดเลย ไม่ว่าครอบครัวหรือตัวผม” นั่นเป็นเหตุผลการมีชีวิตอยู่ต่อ...และเลือกที่จะใช้เวลาแสนจำกัดที่เหลืออยู่ของ แรนดี เพาช์

 

การปาฐกถา ในหัวข้อ“เลกเชอร์ครั้งสุดท้าย” กลายเป็นประเพณีในมหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ทั้งหลายจะถูกขอให้คิดทบทวนโดยครุ่นคิดถึงความตายของตัวเองและบรรยายถึงสิ่งที่พวกเขาคิดว่าสำสัญที่สุด มีค่าที่สุดสำหรับเขา และครั้งนี้ที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน เป็นเวลาของ แรนดี เพาช์ กับบทบาทสำคัญอีกครั้งหนึ่งในชีวิตที่เหลืออยู่...แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด เขามีเงื่อนไขมากเกินกว่าจะก้าวขึ้นเวทีที่ประชุมและพูดออกไปอย่างที่ใจเขาปรารถนา เมื่อ “เจ” ภรรยาเขาไม่เห็นด้วย และยังให้เหตุผลว่า เขาควรใช้เวลาในการเตรียมตัวและปาฐกถาครั้งนี้ สำหรับลูกและครอบครัว

 

และในที่สุดเขาก็สามารถไปปาฐกถาได้ แม้ว่าต้องผ่านการบีบคั้น กดดันทางจิตใจมากมายก่อนที่จะถึงวันที่เขารอคอย  เรื่องราวก่อนเตรียมปาฐกถาในหอประชุมอันทรงเกียรติ พร้อมกับผู้ชมมากมายที่ไปรอฟัง และหนึ่งในนั้นคือ ภรรยาของเขา

 

“ช้างตัวเบิ้มที่อยู่ในท้อง”   เรนดี เพาช์ พูดถึง ก้อนมะเร็งที่เติบโตอยู่ในตับของเขาจากภาพซีทีสแกน  และมีประโยคหนึ่งที่จับใจ เขาได้บอกว่า “ นั่นคือสิ่งที่เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ที่เราเลือกได้คือเลือกวิธีการตอบโต้ เหมือนที่เราไม่สามารถเปลี่ยนไพ่ที่จั่วมาได้ แต่เราจะเล่นไพ่อย่างไรในมือต่างหาก”

 

๖๑ บทในหนังสือเดอะลาสต์เลกเชอร์ ที่ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องความตายอันน่าพรั่นพรึง หากแต่เป็น การประมวลเอาประสบการณ์ของแรนดี เพาช์ ที่เขาก้าวผ่านอุปสรรค การช่วยให้คนอื่นบรรลุฝัน และการใช้ชีวิตในทุกขณะอย่างเต็มที่ เป็นเสมือนผลรวมของความคิดที่งดงาม สงบนิ่ง สร้างแรงบันดาลให้กับหลายคนที่คิดว่ายังมีเวลาเหลือเฟือแล้วใช้ชีวิตแบบลืมตาย  (เพราะ “เวลาเป็นสิ่งเดียวที่คุณมี...และวันหนึ่งคุณอาจจะรู้ได้ว่า คุณมีเวลาเหลือน้อยกว่าที่ตัวเองคิดไว้”)

 

ดังนั้นบทสรุปของทุกสิ่งที่แรนดีเรียนรู้ที่จะเชื่อ ปาฐกถาครั้งนี้เป็นเรื่องของ “การมีชีวิตอยู่”

บทสรุปที่มากคุณค่า ทำให้เราเรียนรู้และย้อนกลับมาทบทวนตัวเอง เกิดสติและตื่นรู้เพื่อการใช้ชีวิตในปัจจุบันอย่างสมบูรณ์ และไม่ประมาท  ทั้งหมดเป็นความรู้สึกที่ผมได้หลังจากการอ่านหนังสือเล่มนี้ หากทางพุทธศาสนานั่นหมายถึง “มรณานุสติ” เป็นความจริงที่เราต่างหลีกหนี และลืมไปชั่วคราว แต่เราต้องน้อมรับความจริงที่เป็นสัจธรรมของชีวิตได้ด้วยใจที่เบิกบานและองอาจ

 

ปรากฏการณ์สร้างแรงบันดาลใจครั้งยิ่งใหญ่ระดับโลก การบรรยายครั้งสุดท้าย ของแรนดี้ เพาช์ ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน  ที่จะทำให้คุณ “เข้าใจชีวิต และเปลี่ยนชีวิต” ไปจากเดิม

-         ติดอันดับ 1 The New York Times Bestseller  20 สัปดาห์

-         ดาวน์โหลดทางอินเทอร์เน็ตมากกว่า 1 ล้านครั้งในเดือนแรก

-         แปลแล้วกว่า 30 ภาษา


 

The last lecture  เดอะลาสต์เลกเชอร์,แรนดี เพาช์ และเจฟฟรีย์ ซาลโลว์ เขียน

ฉบับภาษาไทย โดย วนิษา เรซ (หนูดี)

พิมพ์ครั้งที่ 15 –กรุงเทพ บริษัทอัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

ราคาเล่มละ 175 บาท

 

 

อ้างอิง : http://www.youtube.com/watch?v=mIysXLiA5s0&feature=related