ลักษณะลายมือ ของคนที่รับการศึกษาระดับปริญญาเอก หรือจะมีคำนำหน้าเป็น ดร.นั่นเอง
forum.sanook.com
เมื่อวานได้อ่านหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เป็นคอลัมภ์ "เรียนลายมือกับ ต้อย ตุลา" บอกว่า ลักษณะมือของคนที่มีการศึกษาระดับ ดร. จะเป็นมือสั้นหรือยาวแล้วแต่อาชีพวิชาที่จะมีการศึกษา ถ้ายาวมักจะเป็นครู อาจารย์ นักวิชาการ ส่วนมือสั้นจะเป็นมือของนักปฏิบัติการ มือที่เรียบสวยมักจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นใหญ่โดยไม่ต้องทำงานมาก แต่ถ้ารูปมือนักปราชญ์จะดูไม่สวย เป็นรูปกระดูก ข้อใหญ่ หนังมือหุ้มกระดูก แสดงถึงความคิดริเริ่มและค้นคว้าเสมอ ถ้าจะเป็นคนนำหน้าต้องมีนิ้วชี้ที่ยาว มีเนิน(พฤหัส)สูงและใหญ่ ซึ่งจะเป็นได้ถึงศาสตราจารย์ ใจดี และมีคุณธรรมสูงค่ะ
คัดมาให้อ่านเล่นๆนะคะ แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคลค่ะ
ที่มา : คอลัมภ์ "เรียนลายมือกับ ต้อย ตุลา", เดลินิวส์ ฉ. 20016, น. 14

ขอบคุณค่ะ
มือครูอ้อย..ยาว นุ่ม เส้นลายมือยุ่งเหยิงค่ะ
นั่นคือสัญลักษณ์ของยอดปราชญ์ ผู้ใจดีของเมืองไทยคนหนึ่ง ครูแป๋มเชื่อเช่นนั้นค่ะ
อาตมาคงไม่ได้เป็นดร. และคงจะมิใช่นักปราชญ์ เพราะเป็นเพียงมือธรรมดา มิได้แตกต่างหรือเด่นเป็นพิเศษตามคุณโยมเล่ามา...
จากประสบการณ์ส่วนตัว เพื่อนสหธัมมิก (พระภิกษุด้วยกัน) ที่เป็นเปรียญเอก (ปธ. ๗-๙) จะมีเส้นเด่นที่เนินอาทิตย์ ซึ่งอยู่ข้างล่างถัดเข้ามาจากนิ้วนาง กล่าวคือ จะเป็นเส้นเดียวยาวและลึกทุกรูป... พักหลังมานี้ ถ้ามีพระ-เณรรูปใดมาปรึกษาเรื่องเรียนบาลี อาตมาจะดูมือก่อนว่าเส้นนี้เด่นหรือไม่...
อาตมาก็มิใช่หมอดูลายมือ เพียงแต่ว่าเคยอ่านผ่านตาและฟังผ่านหูมาบ้าง... เวลาว่างอาจารย์ไม่เข้าห้องสอน หรือเวลาพักในช่วงเข้าประชุม รู้สึกเบื่อการรอคอย จึงจับมือพวกใกล้ๆ มาทำนายแบบมั่วๆ ทำนองหาเรื่องคุย จนพักหลังว่างๆ พวกก็ยื่นมือมาให้ดูแบบมั่วๆ ไปเรื่อย (5 5 5...)
เจริญพร
นมัสการยามเช้าค่ะ
โชคดีที่ไม่ได้ให้ท่านดูลายมือให้ แต่ขอเลียนแบบช่วงเวลาที่น่าเบื่อของท่าน คงไม่สงานลิขสิทธิ์นะคะ เนียนดีค่ะ
ผมเป็น ดร.เหมือน ลายมือ เป็นแบบนี่นี้เอง ขอบคุณครับ
ขอบคุณเช่นกันค่ะ ได้ทราบประวัติคาดว่าท่านคงมีวิชาดูลายมือไม่น้อยหน้าใครเช่นกัน จริงไหมคะ นี่ก็เดาอีกแล้วค่ะ
ผมไม่เชื่อเรื่องลายมือ ผมเชื่อลายแทง คำว่า""ลายแทง""ของผมหมายถึง เส้นทางที่ตัวเราเองเขียนขึ้นมา ...LIFE MAPPING...เราจะเขียนลายแทงของเราอย่างไรให้พิจารณาจากสิ่งต่อไปนี้
1.เราชอบอะไร
2.เราจะเป็นอะไร
3.ศักยภาพเรามีแค่ไหน
4.เรามีพวก บุคคลสนับสนุนเรามีระดับใด
5.เครือญาติเราเห็นด้วยหรือไม่
6.สุขภาพ ร่างกายเราเป็นอย่างไร
7.ครอบครัว คนรักของเรา เห็นด้วยหรือไม่
8.เราอยู่ที่ไหน(location)
9.ความอดทน มุ่งมั่น จูงใจ และจิตจำนงหนักแน่นแค่ไหน
ผมเชื่อในสิ่งที่ผมเห็นและปฎิบัติมันด้วยตนเอง ผมคิดว่าถูก และผมคิดว่าสถิติตามที่หมอดู ดูนั้นผิด มันขึ้นอยู่กับ หลายปัจจัย เช่น หมอดูหรือหมอเดา คุณจิตอ่อนหรือจิตแข็ง คุณเชื่ออะไรง่าย หรือ ต้องไตร่ตรองก่อนตัดสินใจ
สวัสดีค่ะ ดร.ทินโน
ท่านเป็นผู้ที่มีภูมิรู้มากๆจากการที่ท่านได้แสดงวิสัยทัศน์ เกี่ยวกับเรื่อง "ลายมือ" และ "ลายแทง" เปรียบเทียบกัน เก๋ดีนะคะ กับ "ลายแทง" ที่กำหนดด้วยตัวเอง ชอบมากค่ะ แต่ที่แป๋มนำมาลงเนี่ย ก็เป็นการจรรโลงใจคนไทยอีกทางหนึ่ง ที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า เกิดเป็นไทยไม่สนใจโหราศาสตร์ เป็นอีกมุมมองหนึ่งค่ะ
ขอบพระคุณกับความคิดเห็นดีๆแบบนี้นะคะ
ครูแป๋ม
ผมอยากเชิญชวนครูแป๋มไปอ่านบทความที่ผมเขียนไว้ใน www.techedu.rmutk.ac.th และ www.drtinno.com ด้วยผมอ่านประวัติของครูแป๋มแล้วน่าจะตรงใจ
ขอบพระคุณท่านมากค่ะ ได้อ่านแล้วตรงใจที่สุดเลยค่ะ และอยากเชิญทุกท่านร่วมกันอ่านบทความดีๆเช่นนี้กันนะคะ
...ขอบคุณที่ให้กำลังใจ ผมเขียนเพื่อแบ่งปันและใช้ความพยายามจูงใจคนให้ทำความดี มีเหตุผล มอบความรักให้แก่กัน โลกจะสดใสน่าอยู่น่าถนุถนอม (ทุกวันนี้มีแต่ความรุนแรง เอาชนะคะคานกันตลอดเวลา ไม่ปราณีปราศัย ดูได้จากข่าวหนังสือพิมพ์)ผมอยากเห็นบทความ ของครูแป๋มบ้าง หรือบอกเล่าประสบการณ์อาชีพที่ดีๆ และ ประทับใจมาเล่าสู่กันฟังจะดีไม่น้อยทีเดียว บางครั้งอาจเป็นการจุดประกายให้กับผู้อื่นได้นะครับ
อุ๊ย! ท่านก็ ชมแป๋มเกินไปไหมคะเนี่ย แป๋มก็แค่เขียนบอกเล่าตามความรู้สึกที่เป็นตัวตนในขณะที่เล่านั้นจริงๆ อาจดูไม่สละสลวย แต่ก็กลั่นมาจากใจดวงน้อยดวงนี้จริงๆค่ะ ถ้าท่านอยากจะอ่านจริงๆ แป๋มมีเรื่องเล่าจากประสบการณ์ที่ดูแล้วไม่น่าเชื่ออีกหลายเรื่อง บางเรื่องเศร้ามากค่ะ (เตือนให้นำผ้าซับน้ำตามาด้วยนะคะ)บางเรื่องก็น่าขันซะเต็มประดา ประสาครูน้อย ใจดี (ชมตัวเอง)น่ะค่ะ แล้วจะเรียบเบงมาให้วิจารณ์นะคะ กำลัง
ใจที่ดี สร้างให้เกิดผลงานได้หลายอย่าง ไม่น่าเชื่อนะคะ
ขอส่งกำลังใจช่วยเต็มที่ สังคมอาจจะได้นักเขียนที่สรรสร้างความบริสุทธิ์ทางความคิดไว้ชี้นำทางสว่างให้ผู้พบเห็นและนำไปประสานแนวร่วมความดี กันต่อไป ภายใต้สังคมที่ทับซ้อนซ่อนเงื่อน ผูกปมไว้มากมายดังปัจจุบัน จนทำให้สับสนทางความคิด
..........ทำบุญ ในการสร้างความคิดให้คน เกิดชาติหน้า หน้าตาจะได้แจ่มใส ผ่องพรรณ ฉลาดเฉลียว....ขอมอบกำลังใจ
ขอบคุณท่านทินโนที่สุด แป๋มเองรู้สึกได้ว่าท่านเองเป็นผู้ที่มากด้วยประสบการณ์ที่คนรุ่นแป๋มยังมิอาจพานพบ แต่อาศัยการเรียนรู้จากการลองผิดลองถูก ซึ่งต้องใช้เวลา ดังนั้น เมื่อได้รู้จักท่าน แป๋มจึงเกิดแนวคิดแนวใหม่ บอกกับใจตนเองว่า อันเรานั้นไม่จำเป็นต้องลองในทุกสิ่ง หากแต่เปิดใจเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ แล้วใช้ปัญญาพิจารณานำเอาแง่คิดดีๆไปใช้ในชีวิตของเราค่ะ ขอบคุณยิ่งที่จุดประกายคิดให้กับแป๋มนะคะ.
ขอบคุณครูแป๋มที่ยกยอผมว่ามากด้วยประสบการณ์ผมเรียนครูแป๋มอย่างไม่อายเลยว่าผมรู้สึกกับตัวเองว่ายังห่างไกลจากสิ่งนั้น และกำลังเก็บเกี่ยวจากทุกสิ่งทุกอย่างที่พบ เห็น ทุกอย่างที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม และใก้ลตัวเรา ผมยังไม่สามารถเก็บรายละเอียดได้หมดสิ้นจริงๆ และจะพยายามศึกษาหาความรู้จากสิ่งเหล่านั้น แม้กระทั่งตัวครูแป๋มเองก็น่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสิ่งอื่นใด ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆดังนี้
.....สิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด......
1.เลขรหัสประจำตัวบัตรประชาชนของเราคืออะไร
2.หมายเลขบัญชีธนาคารหมายเลขอะไร
3.หมายเลขโทรศัพท์มือถือของเราบวกรวมกันแล้วได้กี่แต้ม
4.รูปเจดีย์หลังเหรียญบาทเป็นเจดีย์วัดอะไร
5.คุณแม่ หรือ คุณพ่อ ชอบอะไรเป็นที่สุด
6.คนที่เรารักที่สุดเขาอยากได้อะไรจากเรามากที่สุด
7.ฯลฯ
......สิ่งที่อยู่รอบๆตัวเรา.......
1.เคยถามตัวเองบ้างไหมบริเวณรอบบ้านเรามีประชากรเท่าไร เรารู้จักและสนิทกี่คน คนชอบเรากี่คน คนไม่ชอบเราเท่าไร และ เฉยๆมีเท่าไร
2.บริเวณชุมชนของเรามีปัญหาอะไร และมีจุดเด่นอะไร
3.ถ้าใครจากภายนอกชุมชนมาถามหาเรา ถามใครก็ไม่รู้ คนที่ถูกถามจะตอบผู้ถามเกี่ยวกับเราอย่างไร เป็นบวก เป็นลบ หรือเป็นอย่างอื่น
4.ตื่นเช้ามาจะไปทำงานเรารู้สึกอย่างไรกับที่ทำงาน ระบบงาน เพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน และสังคมในที่ทำงาน รู้สึกดี ไม่ดี เฉยๆอยู่ไปวันๆ หรือไม่อยากไปที่ทำงานเลย เบื่อจัง หรือหลังเลิกงานอยากกลับบ้านไหม หรือโอ้เอ้ไปเรื่อยๆ หรือไม่อยากกลับเลย คอยให้คนที่บ้านหลับไปก่อนจึงค่อยกลับจะได้ไม่ต้องเจอกัน ถามตนเอง และตอบด้วยตนเองได้เลยเราจะค้นพบสิ่งที่เป็นตัวเรา เราจะเปลี่ยนแปลงไหม ช่างมันเถอะ หรืออย่าดีกว่า มันก็เป็นเช่นนี้เอง
5.เพื่อนร่วมงานที่สนิทที่สุดของเราเขาคิดอย่างไรกับเรา และเราคิดอย่างไรกับเขาทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของ ...คำว่ารัก ..คำว่ามีแต่ให้ ..หรือ ตั้งอยู่บนผลประโยชน์
ประโยชน์แฝงแร้น หรือทับซ้อนปกปิด
......สิ่งที่อยู่ไกลตัวและมีผลกระทบไม่ว่าทั้งทางตรงหรือทางอ้อม....
1.ทำไมอากาศบ้านเราวันนี้มันแปรปรวน เสียเหลือเกิน
2.ทำไมคนไทยจึงกร้าวร้าว รุนแรง วุ่นวาย ปั่นป่วน เสียมากมาย
3.ทำไมเยาวชนไม่ปฎิบัติตามระเบียบกฏเกณฑ์ ชอบแหกคอก ไม่รักนวลสงวนตัว เล่นhi5 แล้วมีปัญหา ชอบนั่งมอเตอร์ไซด์แข่งกันโดยไม่สนใจเรื่องความปลอดภัย
4.ทำไมรัฐมนตรีแต่ละคนดูไม่สง่าผ่าเผย ดูดีอย่างในความฝัน นักการเมืองมีแต่เรื่องทะเลอะกันแย่งชิงตำแหน่งเก้าอี้ ทุจริต คอรัปชั่น
5.โรอิงญา คือใคร เขาจะไปไหน ทำไมแวะบ้านเรา เขาจะตั้งศูนย์อพยพที่ประเทศเราทำไม เขาเป็นมุสลิมสมควรแล้วหรือและเขามีความสุขแล้วหรือที่จะจัดให้เขาอยู่กับเราโดยการบงการของฝรั่ง ฝรั่งคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ผูกปมซ่อนเงื่อน และแฝงผลประโยชน์บางอย่างไว้หรือไม่ เขามีเจตนาอันบริสุทธิผุดผ่องจริงหรือเปล่า
6.วิกฤตเศรษฐกิจในวันนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร จงใจให้เกิด หรือเกิดของมันเอง คุณเชื่อหรือที่มันเกิดเอง บางครั้งเป็นไปได้ไหมที่ทำให้มันเกิดวิกฤตแล้วค่อยตักตวงหาผลประโยชน์จากความเสียหาย... เรียกว่าวางแผนให้มันเกิด..(ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากการวางแผนกลยุทธแบบซุนวู หรือ จากตำราพระเวท )
7.ฯลฯ
จากสิ่งที่ผมยกตัวอย่างเป็นแค่เศษเสี้ยวที่เรายังหาคำตอบได้ไม่ดีพอ แล้วในชีวิตจริงมันมีมากกว่านี้อีกแยะมาก ผมคงต้องตามล่าหาคำตอบอีกยาวนาน... ทำอย่างไรดี...
ผมจบการศึกษาระดับ ปริญญาเอกก็จริง แต่มันเป็นแค่ปริญญาทีเกิดจากการเรียนผมคิดว่าปริญญาที่แท้จริงมันคือ.....ปริญญาของชีวิต..
ครูแป๋มวันนี้เป็นว่าที่ดอกเตอร์(candidate)อีกไม่กี่วันก็เป็นดอกเตอร์ตัวจริง ผมจะกราบพระ ภาวนา นั่งสมาธิส่งใจไปช่วยทุกวันๆ จบเมื่อไรเราหาแนวร่วมความคิดเดียวกันหลายๆคนพบปะสังสรรค์แสดงความยินดี ชื่นชม แล้ว implement ต่อไป
ขอส่งความสุขความเจริญ
สวัสดีค่ะท่านทินโน
ท่านเป็นกัลยาณมิตรที่แป๋มนับถือและวางใจที่จะพูดคุยอย่างเต็มใจจริงๆ สำหรับแป๋มคงไม่มีเวลาจะไปคิดถึงปัญหามากมายขนาดนั้นด้วยความสัตย์จริงค่ะท่าน สมองของแป๋มในแต่ละวันนอกจากดุษฎีนิพนธ์แล้ว ก็คือนักเรียนที่น่ารัก รอยยิ้มที่มีความสุข ตลอดจนการแบ่งปันความสุขแก่เพื่อนร่วมงาน และที่สำคัญคือ พ่อผู้เป็นกำลังใจให้แป๋มสู้กับอุปสรรคนานัปการ รวมทั้งมิตรแท้ที่คอยให้คำแนะนำแก่กันเช่นท่านทินโน
กับความสำเร็จที่รออยู่ แม้จะนานเพียงใด หนทางข้างหน้าจะมีขวากหนามมากแค่ไหน แป๋มจะสู้ต่อไปค่ะ
ขอบคุณทุกสิ่งค่ะท่าน
ครูแป๋ม
วันนี้เข้ามาเยี่ยมแต่เหนื่อยมากได้แต่ส่งบุญกุศลวันมาฆบูชามาเผื่อให้จบดอกเตอร์ไวๆและมีสุขภาพที่ดี สวยขึ้นทุกวัน
สวัสดีค่ะท่าน..
หลายวันมาแล้วนะคะที่ไม่ได้พบท่านผู้เปี่ยมไปด้วยความเมตตา นำพาแง่คิดชีวิตดีมาฝากครูแป๋มเสมอมา ดูสิคะขนาดท่านเหนื่อยแต่ก็ยังเมตตาเข้ามาเยี่ยม แถมนำบุญกุศลมาฝากกันด้วย สำหรับเรื่องเรียน ก็ขอเรียนท่านตรงๆว่าตอนนี้แผ่วลงมาก ด้วยเป็นฝ่ายปฏิบัติการสอน และเป็นช่วงปลายภาคการศึกษา มิหนำซ้ำปิดภาคเรียนนี้ต้องเคลียร์ทุกอย่างให้หมด เพื่อมอบภาระงานและหน้าที่คืนทางโรงเรียน เพราะได้ย้ายกลับภูมิลำเนาค่ะ คาดว่าคำอวยพรของท่านน่าจะประสบผลมากยิ่งขึ้นทั้ง 2 อย่าง เพราะได้ไปอยู่ใกล้ๆคนที่เรารัก กำลังใจก็คงจะเพิ่มขึ้นร้อยเท่าพันทวี อ๋อ..คนที่แป๋มรักน่ะหรือคะ แหมก็ครอบครัวของแป๋มไงคะ ดูสิ พ่อแป๋มยิ้มแฉ่งมากกว่าใครเลย..อิอิ
สวัสดี ดร.แป๋ม วันนี้ก็เหนื่อยอีกวัน และต้องนอนหัวค่ำ พรุ่งนี้มีงานมวยชิงแชมป์โลกที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ 12ก.พ 52 เวลา ประมาณ 13.45 น ถ่ายทอดสดช่อง 7 ผมต้องไปช่วยงานเพราะเป็นงานการกุศล ถ้าว่าง และชอบมวยก็ชมถ่ายทอดได้ สวัสดีขอให้ครูแป๋มมีความสุขที่สุดในโลก
สวัสดีค่ะท่าน
แหม...เรียกซะเขินเลยค่ะ วันนี้ท่านเหนื่อยอีกแล้ว ทั้งที่ต้องนอนหัวค่ำแต่ก็ยังอุตส่าห์เข้ามาคุยขอขอบพระคุณอย่างสูงเลยค่ะ ช่วงนั้นจะเป็นชั่วโมงที่แป๋มว่าง จะบอกต่อพี่ๆครูผู้ชายด้วย เผื่อจะได้ให้เด็กที่มีคาบว่างช่วงนั้นได้ดูกีฬากันบ้าง ขอบคุณนะคะที่แจ้งข่าว ทุกครั้งท่านจะอวยพรให้แป๋มมีความสุขทุกครั้ง ดังนั้นครั้งนี้แป๋มก็อยากขอให้ท่านทินโนมีความสุขที่สุดในโลกเหมือนกันค่ะ.