ซื้อตั๋วจากนาริตะ นั่งรถไฟเคเซ(Keisei) ลงสุดทางที่ สถานีเคเซ อูเอโนะ ค่ารถ 1,000 เยน ใช้เวลาประมาณ 70 นาที มีรถออกทุก 20 นาที

DAY 1  Tue. 14 Oct.  Bangkok /Tokyo

ออกจากสุวรรณภูมิ    JL 708     08.10 .

                       ถึง Narita      16.15 . (06.05 ชั่วโมง)

หาทางเข้าเมืองโตเกียว

ลงจากเครื่องบินที่นาริตะซึ่งเป็นอีกเมืองหนึ่งเลยนะคะ ไม่ใช่ส่วนของโตเกียว ได้กระเป๋าแล้ว พากันเดินหาทางไปชานชาลารถไฟสาย Keisei เพื่อเข้าสู่โตเกียว หาไม่ยากแต่เจอที่ทำการของบริษัทแล้วก็ยืนงง เพราะเห็นบอร์ดเส้นทางดูไม่เข้าใจ เห็นเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ เพื่อนผู้เขียนพยายามเปิดหนังสือท่องเที่ยวญี่ปุ่นภาษาไทยที่ติดตัวไป จะดูวิธีซื้อตั๋วจากเครื่อง เห็นแล้วผู้เขียนหงุดหงิดว่า จะมาดูอะไรกันตอนนี้ อุตส่าห์บอกว่าให้เตรียมตัวล่วงหน้าแบ่งหน้าที่ไปว่า พอถึงญี่ปุ่นพวกเธอช่วยกันบ้าง ในที่สุดผู้เขียนเลยให้ไปที่ช่องขายตั๋วที่อยู่ติดกัน ซื้อตั๋วจากเจ้าหน้าที่ แป๊ปเดียวเสร็จ ขอโทษนะคะ ดิฉันพวกคนรุ่นเก่าชอบสื่อสารกับคนมากกว่ากับเครื่อง สรุปแล้วเกือบทั้งหมดตลอดทริปผู้เขียนเป็นคนจัดการอีกนั่นแหละ

ที่จริงมีหลายวิธีให้เลือกในการเข้าโตเกียวสะดวกทั้งนั้น แต่เราเลือกรถไฟเคเซเพราะไม่ได้รีบและสะดวกสบายทีเดียวแถมราคาถูกที่สุด

ซื้อตั๋วจากนาริตะ นั่งรถไฟเคเซ(Keisei) ลงสุดทางที่  สถานีเคเซ อูเอโนะ  ค่ารถ 1,000 เยน ใช้เวลาประมาณ 70 นาที มีรถออกทุก 20 นาที

ไปที่พัก

ทุกคืนในญี่ปุ่น ทุกที่ที่ไป ผู้เขียนจองโรงแรมเรียบร้อยทุกที่ มีโค้ดการจอง มีแผนที่การไปถึง มีพริ้นท์เอาท์การจองหรือการจ่ายเงิน ทำเป็นเล่ม พอไปถึงแค่เปิดให้เขาดูก็เสร็จ มีทั้งที่เราจ่ายเงินทางอินเทอร์เน็ตเต็มจำนวน มีทั้งจ่ายมัดจำสิบเปอร์เซ็นต์(ต้องให้เบอร์บัตรเครดิตไว้ หากไม่มาเขาชาร์จหนึ่งคืน) มีทั้งเก็บเงินเมื่อเราเข้าพัก มีทั้งที่เราซื้อเวาเชอร์จากเอเย่นต์ที่เมืองไทย นี่แค่วิธีการจ่ายเงินยังยุ่งปานนี้ ลองนึกถึงตอนหาว่าเมืองไหนจะพักที่ไหน บางที่ที่ต้องการเต็มซะก็มีค่ะ

ตามโพยบอกว่าออกจากชานชาลาสถานีเคเซอูเอโนะ มาถึงห้องโถง ให้เลี้ยวขวาเดินตรงไปทางออก จากทางออกแค่ หนึ่งนาที ก็จะถึงโรงแรม Kinuya Hotel พอถึงทางออกมีบันไดขึ้นไปเราเงยหน้าก็เห็นชื่อโรงแรมหรา ตรงข้ามทางออกเป๊ะ เลือกได้ดีจริงๆ หนึ่งนาทีคือเดินข้ามถนนนั่นเอง ค่าห้องพักตกราวคนละ 1,800 บาท ห้องพักเล็กๆ สะอาด สะดวกสบาย มีชุดยูคาตะให้ใช้ด้วย แต่ห้องน้ำเล็กมากๆวันรุ่งขึ้นต้องย้ายโรงแรม เพราะที่นี่เต็ม โรงแรมนี้คงมีคนไทยมาพักบ่อยๆ เขาให้แผ่นกระดาษคำชี้แจงการเข้าพัก การเช็คเอาท์เป็นภาษาไทยด้วย

เอาข้าวของเก็บ มืดแล้ว ฝนตกหน่อยๆด้วย แต่เราก็ไปสำรวจถิ่นใกล้ๆ ปรากฏว่าเดินไปทางขวาไม่ไกล เจอร้านอาหารมากมายมีซอกซอยแยกเต็มไปหมด ทุกซอยมีร้านอาหาร เจอร้านขายเครื่องอิเลคทรอนิคส์ใหญ่มากแห่งหนึ่งอยู่ไม่ห่างจากย่านอาคิฮาบาร่า สวรรค์ของคนชอบเครื่องอิเลคทรอนิกส์ ดูจนตาลายแล้วไปเติมพลัง ตกลงเลือกร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆ เป็นอาหารญี่ปุ่นมื้อแรก พูดกันไม่รู้เรื่อง ใช้ดูรูปแล้วชี้เอา อร่อยที่สุด แล้วกลับไปนอนพักเอาแรงไว้ลุยพรุ่งนี้

 สิ่งที่ไม่น่าพลาดชมเมื่อมาโตเกียว

(จะทำได้เพียงใดแล้วแต่เวลาและสังขาร)

·        ไหว้พระเอาฤกษ์เอาชัย ไปไหว้เจ้าแม่กวนอิม ที่วัดอาซาคุสะแคนนอน (Asakusa Kannon Temple) Kannon นั้นภาษาญี่ปุ่นหมายถึง เจ้าแม่กวนอิมค่ะ วัดนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า วัดเซนโซจิ (Sensoji Temple) วัดนี้เขาว่าเก่าแก่ที่สุดในโตเกียวเชียวนะ สร้างตั้งแต่ปีค.ศ.628

·        Tokyo Edo Museum

·        Uneo Park, National Museum อยู่ใกล้ๆกัน

·        พระราชวังImperial

·        นั่ง Sky Bus รถบัสสองชั้นชมเมือง

·        ไปย่านฮาราจูกุ ดูความสุดเหวี่ยงของวัยรุ่นญี่ปุ่น ใกล้ๆกันเดินไปชมศาลเมจิ และ ร้าน100 Yen ที่ใหญ่ที่สุดของโตเกียว (เดี๋ยวนี้เป็น 108 Yen)

·        หากไม่ชอบเดินห้างใหญ่ๆ แต่เป็นร้านที่เรียงรายไปตามถนนต้องไปแถวชิบูย่า (Shibuya) ไม่ไกลจากฮาราจูกุนัก

·        ตลาดปลาและของทะเล ทสึกิจิ (Tsukiji Market)

·        ไปย่านชินจุกุ (Shinjuku) และ อาคิฮาบาร่า(Akihabara) สำรวจเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเลคทรอนิคส์ เช่นกล้อง

·         สำรวจย่านช้อปปิ้งถนนอาเมะโยโกะใกล้สถานีอูเอโนะ

 

 วันนี้ชมแต่ดอกไม้ใบไม้นะคะ ตอนต่อไปมีภาพอื่นๆตามสถานที่ที่ไปค่ะ