โรคไข้หวัดนก

โรคไข้หวัดนก (Avian Influenza หรือ Bird Flu) เป็นโรคติดต่อของสัตว์ปีก เกิดจากเชื้อ Avian Influenza type A ในตระกูล Orthomyxoviridae
ไวรัสไข้หวัดใหญ่โดยทั่วไปมีลักษณะเฉพาะ คือมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อยู่เป็นประจำ จากการกลายพันธุ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ของเชื้อ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงแอนติเจนของผิวเชื้อเล็กน้อย มีผลให้เกิดการระบาดทุก ๑ ถึง ๓ ปี แต่หากเชื้อไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมเป็นอย่างมาก เช่น มีการแลกเปลี่ยนสายพันธุกรรมของไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ก่อโรคในสัตว์ปีกและมนุษย์ จะได้ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่มีผู้ใดมีภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดการระบาดอย่างรุนแรงเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต นอกจากนี้จากการวิจัยล่าสุดเชื่อว่าเชื้อไวรัสไข้หวัดนกยังมีความสามารถในการกลายพันธุ์สูง โดยเดิมอาจก่อโรคไม่รุนแรงในสัตว์ปีกแต่เมื่อมีการกลายพันธุ์ก็อาจสามารถก่อโรคได้รุนแรงในสัตว์ปีกเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกันหากเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสามารถติดต่อมายังมนุษย์หากมีการกลายพันธุ์ด้วยกระบวนการใด ๆ ก็ตามอาจจะทำให้สามารถก่อโรคได้รุนแรงเพิ่มขึ้นและอาจเพิ่มความสามารถในการติดต่อจากคนสู่คนได้
ระบาดวิทยาและการติดต่อ
เชื่อกันว่าฝูงนกอพยพหรือนกเป็ดน้ำที่ย้ายถิ่นเป็นรังโรคคือมีเชื้อในตัวโดยไม่ก่ออาการ แต่หากแพร่เชื้อทางอุจจาระไปยังสัตว์ปีกผ่านทางระบบหายใจและทางเดินอาหาร ระยะฟักตัวในสัตว์สั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงถึง ๓ วัน ทำให้เกิดอาการซึม ซูบผอม ไม่กินอาหาร ขนยุ่ง ไข่ลด ไอ จาม หายใจลำบาก หน้าบวม หงอนและเหนียงบวม มีสีคล้ำ มีอาการทางประสาท ท้องเสีย และอาจตายกะทันหันโดยไม่แสดงอาการ อัตราการตายในไก่อาจสูงถึงร้อยละ ๑๐๐ นกที่มีการติดเชื้อนี้อาจแพร่กระจายเชื้อทางอุจจาระได้นานกว่า ๑๐ วัน
คนสามารถติดเชื้อจากสัตว์ได้จากการสัมผัสสัตว์ป่วยโดยตรง และโดยทางอ้อมจากการสัมผัสกับสิ่งคัดหลั่งจากสัตว์ที่เป็นโรคเช่นอุจจาระ น้ำมูก น้ำตา น้ำลายของสัตว์ป่วย จากการเฝ้าระวังโรค ยังไม่มีการติดต่อระหว่างคนและคน แต่มีหลักฐานว่าผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยได้รับเชื้อแต่ไม่เกิดอาการ เนื่องจากสามารถตรวจพบหลักฐานของการมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อนี้ในผู้ใกล้ชิด ผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคได้แก่ ผู้ที่มีอาชีพและใกล้ชิดสัตว์ปีก เช่น ผู้เลี้ยง ฆ่า ขนส่ง ขนย้าย ผู้ขายสัตว์ปีกและซากสัตว์ปีก สัตวบาล และสัตวแพทย์ รวมถึงเด็ก ๆ ที่เล่นและคลุกคลีกับสัตว์
อาการทางคลินิก
โรคนี้มีระยะฟักตัวสั้นเพียง ๑ ถึง ๒ วัน อาการของโรคจะเป็นลักษณะเดียวกันกับไข้หวัดใหญ่ คือ ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มีอาการอ่อนเพลีย และมีอาการทางระบบหายใจ เจ็บคอ ไอ ซึ่งจะหายได้เองภายใน ๒ ถึง ๗ วัน หากมีอาการแทรกซ้อนจะมีอาการรุนแรงถึงปอดบวมและเกิดระบบหายใจล้มเหลว (Acute Respiratory Distress Syndrome) ได้ โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีอาการหายใจขัด ลำบาก หอบเหนื่อย และเสียชีวิต โดยโรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตสูง มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต ๖ รายจากจำนวน ๑๘ ราย หรือ ๑ ใน ๓
การวินิจฉัย
การวินิจฉัยจากประวัติที่มีอาการเข้าได้กับโรคไข้หวัดใหญ่ และการตรวจทางห้องปฏิบัติการจากเลือดและสิ่งคัดหลั่งของผู้ป่วย โดยตรวจหาแอนติเจนของเชื้อจำเพาะในสิ่งคัดหลั่งของระบบทางเดินหายใจ หรือเพาะเชื้อจากผู้ป่วยแล้วจำแนกเชื้อหาสายพันธุ์ของเชื้อ หรือโดยวิธีการตรวจเลือดหาหลักฐานการติดเชื้อ
การรักษา
ปัจจุบันข้อมูลยังจำกัด แต่เนื่องจากไวรัสดังกล่าวเป็นไวรัสชนิด A ซึ่งมีหลักฐานแสดงถึงว่ายาต้านไวรัสที่ใช้สำหรับไวรัสไข้หวัดใหญ่ A ในปัจจุบันสามารถใช้ในการรักษาและป้องกันอย่างได้ผล
การป้องกัน
การป้องกันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ต้องหาทางยับยั้งวงจรการระบาด เช่นการทำลายสัตว์ปีก โดยเฉพาะไก่ทั้งหมดในพื้นที่ระบาดเช่นที่ฮ่องกงเคยทำและประสบความสำเร็จมาแล้ว การสืบค้นและสอบสวนการระบาดของโรคโดยนักระบาดวิทยา การถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับประชาชนมีความตระหนัก เข้าใจ และให้ความร่วมมือในการป้องกันโรค เช่น การหมั่นล้างมือให้สะอาด โดยเฉพาะหลังสัมผัสสิ่งของสกปรก หรือมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อ รวมถึงสัตว์ปีก ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยเฉพาะสัตว์ป่วยหรือเสียชีวิต หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้ใส่ถุงมือ และต้องล้างมือหลังจากถอดถุงมือทิ้ง สุขลักษณะการรับประทานอาหารที่ดี ได้แก่ การล้างมือก่อนรับประทานอาหาร การไม่ใช้มือในการหยิบอาหารรับประทาน การรับประทานอาหารที่สุกและสะอาด (งดรับประทานไก่ ผลิตภัณฑ์จากไก่และไข่ที่ไม่สุกหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เช่นไข่ดาวไม่สุก ไข่ต้มยางมะตูม และน้ำสลัดที่มีส่วนผสมของไข่ ในช่วงที่มีการระบาดของโรค) การปรุงอาหารจะต้องมีการแยกเขียงหั่นเนื้อ และหั่นผัก ผักจะต้องล้างให้สะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากจะรับประทานโดยไม่ผ่านการปรุงด้วยความร้อน
การฉีดวัคซีนเป็นอีกทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ในคน แต่เนื่องจากวัคซีนป้องกันไข้หวัดนก ซึ่งถือว่าเป็นโรคปรากฏใหม่ ในคนอยู่ในระหว่างการศึกษา
ที่มา : http://www.navy.mi.th/navmed/navymed/knowledge/doc/birdflu.doc
รูปภาพประกอบ : http://www.ktv.in.th