".... พอผมไปถึง พี่เขาซึ่งกำลังคุยปรึกษาหารืองานกันอยู่ก็หยุดชงักชั่วครู่ หันมามองสิ่งที่ผมประคองไปในมือเพื่อเสริฟแก่พี่เขา แล้วก็ทำหน้างงๆ ถามผมว่า "อะไรน่ะ ?"......

          ผมเป็นเด็กบ้านนอก ระหว่างเรียนในทุกระดับก็ไม่มีประสบการณ์อะไรเลยนอกจากการทำงาน เรียน และอ่านหนังสือ บางครั้งก็กลับไปบ้าน หากเป็นปิดเทอมหน้าฝนก็ไปไถและดำนา หากเป็นหน้าหนาว ก็ไปเกี่ยวและนวดข้าว ทักษะสังคมและความรู้เกี่ยวกับการทำงานในองค์กรสมัยใหม่ไม่มีเลย พอจบมหาวิทยาลัยก็ได้ทำงานเลยเหมือนกัน และวันหนึ่ง ผมก็ทำเรื่องแสนเปิ่น แต่ทำให้ผมได้รับความเมตตาและได้เพื่อน 

         เรื่องที่แสนเปิ่นนั้นมาจากบริการชงกาแฟรับแขกอาวุโสในหน่วยงานครับ

         หลังจากจบปริญญาตรี สาขาเวชนิทัศน์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผมก็เริ่มทำงานอีกที่ศูนย์เอกสารและพิพิธภัณฑ์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นการเริ่มชีวิตการทำงานที่ผมรักและประทับใจมาก

         ทว่า เป็นแหล่งที่อยู่ใจกลางของกรุงเทพมหาคร  ข้างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งทำให้ผมแพ้ควันรถเมล์ หากไม่เป็นหวัดเสียครึ่งวันก็จะกลับไปเป็นภูมิแพ้แทบทุกวัน  ผมไม่เคยเป็นอย่างนั้นอย่างหนักหน่วงมาก่อน เลยก็คิดว่าตนเองแพ้อากาศและความแออัดของย่านนั้น จึงสมัครสอบไปอีกที่หนึ่ง คือที่ทำงานในปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ซึ่งเมื่อเกือบ ๓๐ ปีที่แล้ว  มีสภาพเป็นบ้านนอกอย่างที่ผมคุ้นเคย  แล้วอาการภูมิแพ้กระปอดกระแปดที่เป็นมากขึ้นๆ  ก็ค่อยๆ หายไปจริงๆ

         กระนั้นก็ตาม  ที่ทำงานแห่งแรก  หัวหน้าคนแรก  พี่ๆเพื่อนๆ และบรรยากาศของที่ทำงานแห่งแรก ก็เป็นความประทับใจและให้ความทรงจำที่ดีมากมาย บางเรื่องนำมารำลึกถึงก็ยิ่งได้ความรักและเคารพผู้คนมากยิ่งขึ้นไปอีก

          มีเรื่องหนึ่ง ซึ่งนึกถึงแล้วก็ขำและทำให้นับถือน้ำใจคน  คือ  ตอนนั้น ผมเงอะงะและเป็นเด็กจบใหม่ วันหนึ่ง ก็มีรุ่นพี่ซึ่งเป็นประชาสัมพันธ์ของคณะ มาเยี่ยมเพื่อนของพี่เขาซึ่งอยู่ในแผนกที่ผมทำงานอยู่ด้วย

         พี่ท่านที่ว่านี้ เป็นพี่ซึ่งทรงคุณวุฒิ  เป็นสุภาพสตรี อาวุโสกว่าผมหลายปี  อีกทั้งเป็นมืออาชีพทางสื่อ คนในมหาวิทยาลัยก็เคารพนับถือ  และก่อนที่จะรู้จักตัวจริง ผมและเพื่อนหลายคนก็เป็นแฟนรายการวิทยุที่พี่เขาจัด แต่ตัวจริงผมไม่รู้จัก ชื่อพี่แจ๋ว จัดรายการวิทยุรายการสามอนงค์ หรือสามสาวนี่แหละ  เป็นรายการคุยรอบด้านและชวนฟังเพลง น้ำเสียง อารมณ์การคุย และเพลง เป็นที่ชื่นชอบของคนฟังวิทยุมาก

         พอเห็นพี่เขามานั่งคุยกับเพื่อนของเขา ซึ่งเป็นพี่ในหน่วยงานที่เราทำงานอยู่ ผมก็เลยถือคติว่า  แขกของพี่ๆเพื่อนๆเรา ย่อมเป็นแขกของเราด้วย  ผมเป็นเด็กกว่าพี่ๆเขามาก  เลยอยากบริการและสันถวะไมตรี  ช่วยเอาใจใส่ดูแลแขกช่วยพี่เขาล่ะซีครับ

         หลังจากเสริฟน้ำเย็นแล้ว  ผมเห็นมีมุมบริการตนเองอยู่เป็นมุมกาแฟ  เลยถามพี่ๆ เขาว่า  "กาแฟไหมครับ" ซึ่งพี่เขาก็หันมาให้ความสนใจและรับน้ำใจอย่างงๆ ว่า 

        "เออดี  ดีเหมือนกัน  เอากาแฟก็แล้วกัน"

        ผมงี้ดีใจที่จะได้บริการ  แต่พอไปถึงมุมชงกาแฟก็งงครับ  ผมลืมไปว่า  นอกจากกาแฟแบบโอยั๊วะแล้ว  ตอนนั้นผมไม่เคยเห็นกาแฟและการชงกาแฟรูปแบบอื่น  พอวิ่งปร๊าดไปมุมกาแฟเลยยืนงงเป็นไก่ตาแตก

         แต่สักครู่ก็หาเจอและจัดการชงได้ครับ  ทว่า ชงแบบที่เคยเห็นแก้วโอยั๊วะครับ

         เป็นกาแฟแนวทดลองครับ

          ผมไม่รู้ว่าเขามีแก้วกาแฟอย่างเป็นการจำเพาะ  เลยไปหาแก้วน้ำใสๆแบบที่เคยเห็นอาแปะทั่วไปใช้ชงโอยั๊วะ  มาชงกาแฟให้พี่ๆเขา 

          ใส่น้ำร้อน  ใส่กาแฟ  ใส่น้ำตาลอย่างหวานเจี๊ยบ  เสร็จแล้วก็ใส่นมข้น ซึ่งตอนนั้นเขาใช้ทาขนมปัง ไม่ใช่ใส่กาแฟ  ใส่อย่างที่เคยเห็นแก้วโอยั๊วะด้วย คือ  ต้องมีนมข้นลงไปกองที่ก้นแก้วขึ้นมาจนครึ่งแก้ว

         ที่เด็ดกว่านั้น  ก็อยู่ตรงเตรียมเสริฟนี่แหละครับ คือ ต้องไม่ลืมที่จะนำเอาช้อนชา  เสียบและเสริฟไปให้พี่เขาไว้ใช้คนนมข้นด้วยตนเอง  เรียกว่าเหมือนอย่างที่เคยเห็นเปี๊ยบเลยก็แล้วกัน

         ผมทำอย่างตั้งอกตั้งใจมาก เสร็จแล้วก็จึงนำไปเสริฟพี่เขาครับ  ผมรู้สึกดีใจ กะว่าเสริฟเสร็จ  พี่เขาก็คงจะประหลาดใจและออกปากว่าผมทำไมชงกาแฟอร่อยจริง  แต่แล้วก็กลายเป็นเรื่องสนุกที่ไม่รู้ลืมครับ

         พอผมไปถึง  พี่เขาซึ่งกำลังคุยปรึกษาหารืองานกันอยู่ก็หยุดชงักชั่วครู่  หันมามองสิ่งที่ผมประคองไปในมือเพื่อเสริฟแก่พี่เขา แล้วก็ทำหน้างงๆ ถามผมว่า "อะไรน่ะ ?"

         ผมก็งงครับ  อะไรกัน  จะดื่มกาแฟ และผมก็ไปชงมา ไฉนพี่เขามาถามประหลาดๆอย่างนี้เล่า

         "กาแฟร้อนครับ"  ผมบอก

         พอพี่เขาได้ยิน  พลันใบหน้างงๆ ก็กลายเป็นประหลับประเหลือก  แล้วก็ค่อยๆกลายเป็นเม้มปากแบบงับรอยยิ้มไว้ 

         แต่แล้วก็กลั้นไว้ไม่อยู่  ปล่อยหัวเราะก๊ากออกมาอย่างเต็มที่

         พี่เขาบอกว่า "ขอบใจ พี่กินกาแฟเธอไม่ลงหรอก ขอบจาย ย ย  กั่กๆๆๆๆก๊าก"

         แล้วพี่อีกท่าน ก็พยายามอธิบายให้ผมรู้ว่ากาแฟที่เขาชงกินกันในเมือง ทั่วๆไปนั้น ไม่ได้ทำอย่างโอยั๊วะ 

         กระนั้นก็ตาม หลังจากวันนั้น พี่ท่านนั้น เวลามาหาพี่อีกคนในที่ทำงานผมซึ่งเป็นเพื่อนของพี่เขา ก็ไม่ลืมที่จะทักทายผม และหลายครั้งก็ให้ความเมตตา ให้ข้อแนะนำทั้งการทำงานและการปรับตัวเพื่อการทำงานที่ดี กลายเป็นแขกผมไปด้วย

          นึกถึงแล้วก็ขำกาแฟสูตรพิสดารที่ผมทำ และซาบซึ้งใจที่พี่เขาไม่ถือสา 

          ผมมีโอกาสทำงานให้มหาวิทยาลัยในกาลต่อมาอีกหลายครั้ง หลายเรื่องก็ได้รับข้อแนะนำจากพี่เขา ทำให้เรามีแหล่งประสบการณ์ที่ดี ส่งเสริมให้ทำงานได้ตามอัตภาพพอสมควร.