ดังนั้นพวกเราอย่าได้โกรธใครแม้แต่นิด เพราะเมื่อเราโกรธคนอื่น พลังไม่ดีก็จะออกจากตัวเรา เท่ากับเราได้โกรธตัวเอง เราจะหงุดหงิด ไม่สบาย ท้องเสีย ปวดหัว เมื่อเราคิดไม่ได้ตลอดเวลาเท่ากับเราทำตัวเราเองด้วย

                                                                                              http://www.samathi.com/

         "พลังอำนาจแห่งจิต"  อาจเป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็ได้ทราบและได้อ่าน  ได้เรียนรู้มาแล้วทั้งนั้น  แต่ด้วยเจตนาแห่งการนำมาถ่ายทอดในบันทึกฉบับนี้เพื่อต้องการให้นักเรียนหลายคน  ที่กำลังสนใจเข้ามาอ่านบันทึกของครูคิม ได้อ่านเรื่องนี้บ้าง  สาระที่อ่านได้แก่จิตที่ซึ่งมีพลัง  (สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก)  พลังจากจิตใต้สำนึก (วิลเลี่ยม เจมส์) โทรจิต  คุยกันทางจิต (ดร.สนอง วรอุไร) จิตเต็มสำนึก (พระพุทธทาส) และอานุภาพแห่งจิตเมตตา (ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา) ได้พิจารณาคัดเลือกเรื่องที่เหมาะสมกับเด็กคือ "อานุภาพแห่งจิตเมตตา" 

          ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา  นักวิชาการ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในทีมนักวิทยาศาสตร์ร่วมโครงการอวกาศไวกิ้ง ขององค์การนาซา  สหรัฐอเมริกา  ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนสัตยาไส  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต 2 เล่าให้ฟังถึงอานุภาพของพลังจิตว่า  มนุษย์เรามีความสามารถมากมาย และไม่มีอะไรที่มนุษย์จะทำได้  ถ้าเราคิดได้ 

          "เราต้องคิดกันว่าเราจะใช้พลังจิตของเราไปในแง่ไหน  เพื่ออะไร  ผมเคยทดลองให้นิสิตจุฬาฯ แผ่เมตตาให้ต้นดาวกระจายแปลงหนึ่ง  แต่อีกแปลงหนึ่งไม่แผ่เมตตาให้  ปรากฏว่าต้นดาวกระจายที่แผ่เมตตาให้โตวัน โตคืน  มีดอกทุกต้น  ในขณะที่อีกแปลงหนึ่งสูงน้อยกว่าและยังไม่มีดอก  การแผ่เมตตามีพลังงานจริง ๆ สามารถช่วยให้สิ่งมีชีวิตเจริญเติบโตได้  และยิ่งไปกว่านั้น ผมยังบอกนิสิตว่า  อย่าได้ทดลองการแช่งเด็ดขาด  แต่มีนิสิตคนหนึ่งทดลองแช่งต้นไม้  3 ชั่วโมงเต็ม ๆ  ใช้ความโกรธแค้นเกลียดชังส่งพลังจิตไม่ดีให้ต้นไม้นั้น  ปรากฏว่ามันเหี่ยวแห้งต่อหน้าต่อตา  หลังจากนั้นเขาเป็นไข้สูง  เจ็บปวดทรมาณเกือบตาย 

          นี่แหละ  เมื่อเราแผ่เมตตา  พลังจิตที่ดีก็จะผ่านร่างกายออกไปเท่ากับเราได้แผ่เมตตาให้ตัวเอง  สังเกตดูจะรู้ว่าจิตใจเราสงบมาก  ถ้าเจาะเลือดดูจะพบว่ามีสารเอ็นดอร์ฟินเพิ่มขึ้น   ถ้าเราแช่งคนอื่น พลังจิตไม่ดีจะผ่านตัวเราไปด้วย  เท่ากับว่าเราได้แช่งตัวเองด้วย  กรรมถึงทันที  ในการแผ่เมตตาพลังจิตก็มีทั้งดีและไม่ดี  

        ดังนั้นพวกเราอย่าได้โกรธใครแม้แต่นิด  เพราะเมื่อเราโกรธคนอื่น  พลังไม่ดีก็จะออกจากตัวเรา  เท่ากับเราได้โกรธตัวเอง  เราจะหงุดหงิด  ไม่สบาย  ท้องเสีย  ปวดหัว  เมื่อเราคิดไม่ได้ตลอดเวลาเท่ากับเราทำตัวเราเองด้วย  ดังนั้นในชีวิตนี้เลิกเสียเถอะการคิดไม่ดีและการโกรธ  การโมโหคนอื่น  ง่าย ๆ ลองแผ่เมตตาให้กับทุกคนที่เดินผ่านเงียบ ๆ ของเราคนเดียว  แผ่เมตตาให้กับทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา  ผลที่ออกมาคือคนที่อยู่ใกล้ ๆ เราจะรู้สึกสงบ  สบายใจที่มีเราอยู่ใกล้ ๆ นี่คือการนำพลังจิตไปใช้ตลอดเวลา

                                    เสาวลักษณ์  ศรีสุวรรณ, (45-46 : Secret 16 พฤศจิกายน 2551)